เจ้านายครับ... เลิกคลั่งรักผมที•ตอนที่ 26

กอดนั้นทำไมอบอุ่นจัง

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
“ผมถามว่าใคร” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กดต่ำจนแทบจะกลายเป็นคำสั่ง ทำให้พายชะงักงัน มือที่ถือสมาร์ทโฟนสั่นระริกจนแทบจะร่วงหล่นลงบนพื้นพรมราคาแพงในห้องทำงานของคินน์ บรรยากาศในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นรัวราวกับกลองรบ พายเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่เหนือร่าง นัยน์ตาคมกริบของคินน์วาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกปิดบังด้วยความสงสัย พายสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวของน้ำเสียง “มันไม่ใช่เรื่องของคุณค่ะท่านประธาน... แล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่พนักงานอย่างพายต้องรายงานด้วย” พายพยายามแค่นยิ้มที่ดูแข็งทื่อที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่คินน์กลับไม่ยอมปล่อยให้เกมจบลงง่ายๆ เขาโน้มตัวลงมาจนใบหน้าห่างกันเพียงลมหายใจกั้น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงประจำตัวของเขาที่เคยทำให้พายรู้สึกหมั่นไส้ กลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้สติของเธอเตลิดเปิดเปิง “ไม่ใช่เรื่องของผมงั้นเหรอ?” คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ “ในเมื่อคุณเป็นเลขาฯ ของผม และในเวลานี้... คุณอยู่ในห้องทำงานของผม เรื่องอะไรที่ทำให้คุณสติแตกได้ขนาดนี้ มันก็ต้องเป็นเรื่องของผมด้วย” มือแกร่งคว้าข้อมือพายไว้ไม่ได้รุนแรงนัก แต่มันหนักแน่นและทรงพลังจนเธอไม่อาจขยับหนีไปไหนได้ คินน์ใช้มืออีกข้างเชยคางเธอขึ้น บังคับให้สบตา “ถ้าคุณไม่พูด ผมจะถือว่านั่นเป็นคำท้าทาย... และคุณก็รู้ว่าผมเกลียดการถูกปิดบังแค่ไหน” พายกัดริมฝีปากแน่น ความลับที่ถูกกดทับไว้เริ่มปริแตก ข่าวจากแชทเมื่อครู่คือกองมรดกที่เป็นหนี้สินมหาศาลจากทางบ้านที่รินกำลังจะใช้เป็นข้ออ้างบีบให้เธอลาออก พายไม่ได้กลัวเรื่องเงิน เธอแค่กลัวว่าถ้าคินน์รู้ว่าครอบครัวเธอมีปัญหา เขาจะมองเธอเป็นแค่ ‘ผู้หญิงหิวเงิน’ เหมือนที่คนอื่นชอบพูดกัน “พายไม่มีอะไรจะพูดค่ะ” “โกหก” คินน์กระซิบชิดริมฝีปาก “แววตาคุณมันฟ้อง พาย... คุณกำลังกลัวอะไรอยู่ บอกผมมา” ท่าทีที่ดุดันเมื่อครู่ของคินน์เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อเขาเห็นหยดน้ำตาที่เอ่อคลอในดวงตาคู่สวยนั่น คินน์ชะงักไป ความหงุดหงิดถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาก็อธิบายไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกร้อนรนที่อยากจะปกป้อง... อยากจะหยุดเวลาไม่ให้สิ่งใดมาทำให้เธอต้องร้องไห้ มือที่เคยจับข้อมือเปลี่ยนมาเป็นกอบกุมมือของเธอไว้อย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อบอุ่นนั้นทำให้พายที่กำลังประคองสติแทบขาดผึง เธอหลุดสะอื้นออกมาเบาๆ ก่อนจะถูกคินน์ดึงเข้ามากอดไว้แนบอก “คนบ้า...” พายพึมพำกับอกเสื้อเชิ้ตของเขา “ทำไมต้องมาทำดีตอนนี้ด้วยคะ?” “ไม่รู้สิ” คินน์ตอบพลางลูบหลังเธออย่างเบามือ น้ำเสียงเขาอ่อนลงจนพายแทบจำไม่ได้ว่าเป็นคนคนเดียวกับที่ชอบปากร้ายใส่เธอ “แค่มันหงุดหงิดเวลาเห็นคุณแบกอะไรไว้คนเดียว... แค่นี้พอจะเป็นเหตุผลได้ไหม?” อ้อมกอดนี้... ทำไมมันถึงอบอุ่นจนน่ากลัวแบบนี้กันนะ พายคิดในใจ เธอไม่ควรอนุญาตให้ตัวเองหวั่นไหวกับความเมตตาชั่วคราวของผู้ชายคนนี้ แต่ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจมันช่างเย้ายวนเกินกว่าจะปฏิเสธ คินน์ค่อยๆ ผละออกเพียงเล็กน้อยเพื่อให้มองเห็นใบหน้าของเธอชัดๆ เขาใช้นิ้วโป้งเกลี่ยน้ำตาที่ไหลลงมาบนแก้มอย่างทะนุถนอม ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ในมือเธอไปวางไว้บนโต๊ะข้างๆ โดยไม่แม้แต่จะเหลือบมองหน้าจอ “เรื่องเงิน... หรือเรื่องริน?” เขาถามตรงประเด็น ทว่าน้ำเสียงกลับเปี่ยมไปด้วยความเข้าใจ พายเบิกตากว้าง “คุณรู้?” “ผมไม่ได้โง่ขนาดนั้นหรอกนะ” คินน์แค่นยิ้มมุมปาก “ผมแค่รอดูว่าเมื่อไหร่คุณจะยอมเปิดปากบอกผมบ้าง... ไม่เป็นไรนะพาย เรื่องพวกนั้นผมจัดการให้ได้ภายในดีดนิ้ว แค่คุณบอกว่าคุณต้องการอะไร” ความใจป๋าที่แฝงมากับความอ่อนโยนทำให้พายถึงกับพูดไม่ออก คำว่า ‘สายเปย์’ ที่เธอเคยค่อนขอดเขาในใจ บัดนี้กลับกลายเป็นความรู้สึกซาบซึ้งที่ปนไปกับความสับสน คินน์ไม่ได้แค่อยากเอาชนะเขาแค่ในที่ทำงาน แต่เขากำลังรุกคืบเข้ามาในพื้นที่ปลอดภัยในหัวใจของเธอด้วย “พายไม่ต้องการเงินของคุณค่ะ” เธอแย้งเบาๆ แต่เสียงก็แผ่วลงทุกที “งั้นต้องการอะไร?” คินน์โน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากแตะกัน “ต้องการให้ผมอยู่ข้างๆ ไหม... ในฐานะคนรัก ไม่ใช่เจ้านาย” ประโยคนั้นดั่งสายฟ้าฟาดลงกลางใจ พายแทบหยุดหายใจ เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ฉายแววความจริงจังเกินกว่าจะล้อเล่นของเขา ความรักที่เขามีต่อเธอมันเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนไม่มีที่ว่างให้คำปฏิเสธ ทว่า... ในวินาทีที่พายกำลังจะอ้าปากตอบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของหญิงสาวที่คุ้นตาผลักประตูเข้ามาโดยไม่รออนุญาต “คินน์คะ! รินมีเรื่องจะบอก...” รินหยุดชะงักเมื่อเห็นภาพที่ทั้งสองกอดกันกลม เธอหน้าถอดสี มือที่ถือเอกสารสั่นระริก สายตาของเธอจ้องมองพายด้วยความเกลียดชังที่ปิดไม่มิด คินน์ผละออกอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้ปล่อยมือจากพาย เขากลับกระชับมือเธอไว้แน่นยิ่งกว่าเดิมก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับรินด้วยแววตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง “ใครใช้ให้คุณเข้ามาโดยไม่เคาะประตู?” คินน์ถามเสียงเย็น “แล้วเรื่องที่คุณจะบอกน่ะ... หวังว่ามันจะไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องไล่คุณออกตั้งแต่วินาทีนี้หรอกนะ” รินตัวสั่นงันงก เธอไม่ได้เตรียมใจมาเห็นฉาก ‘คลั่งรัก’ ที่คินน์มอบให้พายแบบสดๆ ร้อนๆ พายยืนอยู่ข้างหลังคินน์ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เมื่อเจ้านายของเธอไม่ใช่คนเดิมที่แค่ปากร้าย แต่เป็น ‘หมาโบ้’ ที่พร้อมกัดไม่ปล่อยเพื่อคนที่เขารัก... ชีวิตของเธอหลังจากนี้ คงจะเปลี่ยนไปตลอดกาล คินน์ไม่ได้หันกลับมามองพาย แต่เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจพายสั่นไหว “พาย... ออกไปรอผมที่รถก่อนนะ เรื่องนี้... ผมจะเคลียร์ให้จบวันนี้เลย” พายมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งจะแสดงด้านอ่อนโยนกับเธอเมื่อครู่ แล้วตอนนี้เขากลับกลายเป็นโล่กำบังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกให้เธอ เธอกำลังจะก้าวเดินออกไป ทว่าเสียงของรินกลับหยุดเธอไว้ด้วยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของพายต้องหยุดหมุน “ถ้าเธอเดินออกไปตอนนี้... เธอจะไม่มีวันได้รู้ความจริงที่คินน์ปิดบังเธอไว้เกี่ยวกับวันนั้นที่โรงพยาบาล!” กำมะหยี่สีแดงหวังว่าตอนนี้นักอ่านทุกท่านจะยังใจไม่เต้นแรงเกินไปจนนอนไม่หลับนะคะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกคลั่งรักผมที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%