เจ้านายครับ... เลิกคลั่งรักผมที•ตอนที่ 7

เซอร์ไพรส์ที่ไม่ต้องการ

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
แฟ้มเอกสารในมือของพายแทบจะร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นห้องทำงานประธาน หากปลายนิ้วเรียวไม่ได้จิกเข้ากับสันกระดาษแข็งเพื่อยึดเหนี่ยวสติเอาไว้เสียก่อน ประโยคประกาศิตจากริมฝีปากหยักของคินน์เมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท พร้อม ๆ กับเสียงเคาะประตูกระจกฝ้าด้านนอกที่ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเป็นจังหวะ—และก่อนที่เจ้าของห้องจะทันได้อนุญาตด้วยซ้ำ กลอนประตูก็ถูกผลักเปิดออกด้วยเรียวมือของแขกผู้มาเยือนที่ไม่เคยคิดจะเคารพความเป็นส่วนตัวของใครอยู่แล้ว "คินน์คะ รินโทรหาคุณตั้งแต่เมื่อวานทำไมไม่รับสาย..." น้ำเสียงหวานหยดย้อยที่เจือความแง่งอนจงใจถูกส่งเข้ามาในห้องทำงานกว้าง รินก้าวเข้ามาด้วยส้นสูงปรี๊ดที่กระทบกับพื้นไม้ยางพาราขัดเงาจนเกิดเสียงดังกรุบกรับ เธออยู่ในชุดเดรสเข้ารูปสีแดงเพลิงที่ขับผิวให้โดดเด่นตัดกับบรรยากาศเคร่งขรึมของห้องทำงานสไตล์โมเดิร์นลอฟท์แห่งนี้อย่างสิ้นเชิง พายเบนสายตาจากร่างระหงที่เดินตรงดิ่งเข้าไปหาประธานหนุ่ม ไปยังแฟ้มเอกสารหนาเตอะในมือตัวเอง ความรู้สึกหน่วง ๆ ที่ก้นบึ้งของหัวใจไม่ใช่ความหึงหวง—พายบอกกับตัวเองเช่นนั้นด้วยเหตุผลอันหนักแน่น—แต่มันคือความ “ไม่มั่นคง” ต่างหาก ความสัมพันธ์ที่ก้ำกึ่งระหว่างเลขาฯ กับเจ้านายจอมเผด็จการที่เพิ่งจะข้ามเส้นความใกล้ชิดมาหมาด ๆ ดูเหมือนจะเปราะบางเสียยิ่งกว่าใยแมงมุม เมื่อตัวแปรเก่าแก่อย่าง “ริน” โผล่เข้ามาทำลายบรรยากาศ คินน์ขมวดคิ้วมุ่น นัยน์ตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด ร่างสูงใหญ่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ไม่ได้ลุกขึ้นต้อนรับอดีตคู่ควงแม้แต่น้อย มือหนายังคงเคาะโต๊ะทำงานเป็นจังหวะช้า ๆ ขณะปรายตามองผู้มาเยือนด้วยความรำคาญระคนเยдя "ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้วริน ว่าเวลาทำงานอย่าเข้ามาโดยไม่นัดหมาย" คินน์เอ่ยเสียงเรียบ เย็นชาจนคนฟังสะดุด "โธ่... ก็รินคิดถึงนี่คะ" รินทำทีเป็นไม่ยี่ห้อ เธอย่างสามขุมเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน ก่อนจะชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นว่ามีร่างของพายยืนขวางกั้นอาณาเขตอยู่ รินหรี่ตามองเลขานุการหนุ่มหัวเห็ดตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมินค่า ก่อนจะแค่นوهเบา ๆ ในลำคอ "อ้าว... น้องพายก็อยู่ด้วยเหรอคะ นึกว่ามาประชุมเรื่องงาน ที่แท้ก็..." รินจงใจเว้นวรรคคำพูดให้ชวนคิดไปไกล พลางส่งยิ้มเยาะเย้ยที่เคลือบด้วยความดูแคลนมาให้ พายเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความรู้สึกกระอักกระอ่วนตีรวนขึ้นมาในอกจนแทบหายใจไม่ออก เขากำลังจะก้าวถอยหลังเพื่อขอตัวออกไปจัดการงานเอกสารข้างนอกตามมารยาท แต่ปลายนิ้วที่วางอยู่บนแฟ้มเอกสารกลับถูกรั้งไว้ด้วยสายตาของคินน์ "จะรีบไปไหนล่ะพาย งานที่สั่งยังไม่เคลียร์" คินน์เอ่ยเสียงเข้ม ดวงตาคมเข้มจับจ้องมาที่พายราวกับจะตรึงเขาเอาไว้ตรงนั้น ไม่ยอมให้หลบหนีสถานการณ์ตรงหน้าเด็ดขาด "ผมมีเอกสารที่ต้องไปจัดการต่อข้างนอกครับ ท่านประธาน... เชิญตามสบายตามประสาคนคุ้นเคยเถอะครับ" พายตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง สุภาพจนเกินงาม เป็นการรักษาระยะห่างที่ตั้งใจกระแทกใจคนฟังให้รู้สำนึก "เดี๋ยวสิคะน้องพาย อยู่ฟังด้วยกันก่อนก็ได้" รินฉีกยิ้มกว้าง เดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาใกล้คินน์มากขึ้น มือเรียวถือวิสาสะวางลงบนไหล่กว้างของชายหนุ่ม พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน "พอดีคุณพ่อของรินฝากเรื่องโปรเจกต์รีสอร์ตที่ภูเก็ตมาคุยกับคินน์ค่ะ เห็นว่าทางบริษัทของคุณกำลังมองหาพาร์ทเนอร์รายใหญ่อยู่พอดี ซึ่งรินคิดว่าไม่มีใครเหมาะสมเท่าบริษัทของเราอีกแล้วนะคะ" พายชะงักฝีเท้าที่กำลังจะหมุนตัวเดินหนี หัวใจกระตุกวูบเมื่อได้ยินคำว่า “รีสอร์ตที่ภูเก็ต” โปรเจกต์มูลค่าหลายพันล้านที่บริษัทกำลังแย่งชิงกับคู่แข่งรายใหญ่ หากคินน์ตกลงร่วมมือกับครอบครัวของริน นั่นหมายความว่าสถานะทางสังคมและอำนาจต่อรองของรินจะกลับมาผูกขาดกับคินน์อีกครั้งอย่างสมบูรณ์แบบ แล้วพายล่ะ... เลขาฯ หน้าเงินที่คอยรับคำสั่งอยู่เบื้องหลัง จะมีค่าอะไรในสมการธุรกิจนี้ รินไม่ได้มองพายว่าเป็นคู่แข่งหัวใจ แต่เธอมองพายว่าเป็น “ตัวเกะกะ” ที่ต้องกำจัดออกไปจากพื้นที่ข้างกายของคินน์ เพื่อเปิดทางให้เธอกลับเข้ามาทวงคืนตำแหน่งคู่ชีวิตที่เหมาะสมกันในแวดวงสังคมไฮโซ "เรื่องธุรกิจ ผมคุยกับฝ่ายพัฒนาโครงการแล้ว ไม่ได้คุยกับคุณริน" คินน์ตอบเสียงแข็ง ปัดมือระหงที่วางอยู่บนไหล่ออกอย่างไม่ไยดีจนรินหน้าเสีย "แล้วก็กรุณาเอาเอกสารข้อเสนอของคุณไปยื่นผ่านช่องทางปกติ อย่าใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวมาอ้าง เพราะที่นี่คือที่ทำงาน ไม่ใช่สนามเด็กเล่นของคุณ" คำพูดเชือดเฉือนของคินน์ทำเอารินหน้าชา วูบหนึ่งแววตาของเธอฉายความโกรธเกรี้ยวออกมาก่อนจะรีบปรับเปลี่ยนเป็นสีหน้าเวทนา รินหันกลับมามองพายที่ยืนนิ่งอยู่เงียบ ๆ ด้วยสายตาเหยียดหยามขั้นสุด "อ๋อ... ที่พูดจาเสียงแข็งใส่ริน เพราะมีเลขาฯ คนนี้คอยเป่าหูอยู่สินะคะคินน์" รินแค่นหัวเราะเสียงแหลม "ระวังนะคะน้องพาย คนที่ไต่เต้ามาจากข้างล่าง บางทีก็มักจะปีนป่ายสูงเกินตัวจนลืมดูว่า... ตัวเองไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนข้างเขาด้วยซ้ำ" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที พายรู้สึกเหมือนมีฝ่ามือร่องหนตบเข้าที่ใบหน้าชาหนา ความจริงที่เจ็บปวดเรื่องฐานะและชนชั้นกระแทกกระทั้นเข้ามาในอกจนพูดไม่ออก เขาก็แค่ลูกจ้างที่รับเงินเดือนแลกกับหยาดเหงื่อและความสามารถ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหึงหวง หรือแม้แต่จะยืนเคียงข้างผู้ชายที่เพิ่งจะบอกว่า “ไม่เคยไว้ใจใครนอกจากเธอ” คนนั้นเลยด้วยซ้ำ พายสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อกดความสั่นไหวในอกเอาไว้ รอยยิ้มบางเบาแต่เย็นชาถูกยกขึ้นที่มุมปากของคนตัวเล็ก ก่อนที่พายจะเงยหน้าสบตากับรินตรง ๆ โดยไม่หลบสายตา "ครับ... ผมมันก็แค่คนรับจ้างทำงานหาเงิน ไม่ได้มีต้นทุนทางสังคมสูงส่งเหมือนคุณรินที่ต้องคอยเอาตัวเข้าแลกเพื่อให้ได้โปรเจกต์มา" พายสวนกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท แต่เฉียบคมจนคนฟังหน้าซีดเผือด "แต่ต่อให้ผมจะต่ำต้อยแค่ไหน ผมก็ใช้มือสองข้างของตัวเองทำงาน ไม่ได้เที่ยววิ่งแจ้นมาเกาะแขนผู้ชายถึงห้องทำงานเพื่อเรียกร้องความสนใจหรอกนะครับ" "นี่เธอ...!" รินกรี๊ดออกมาเบา ๆ ด้วยความเหลืออด หน้าสวยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด เงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าเลขาฯ ปากกล้าทันที หมับ! ข้อมือเรียวถูกคว้าเอาไว้กลางอากาศก่อนจะถึงใบหน้าของพายด้วยซ้ำ คินน์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีความน่ากลัวออกมารอบตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบทันที นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจุดติดขึ้นมาอย่างง่ายดาย "ริน! ถ้าคุณยังไม่อยากหมดสิทธิ์แม้กระทั่งจะก้าวเข้ามาเหยียบตึกนี้อีก ก็ไสหัวออกไปซะ!" คินน์ตวาดกร้าว เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจจนรินสะดุ้งสุดตัว รินสะบัดข้อมือออกจากการกุมของชายหนุ่มด้วยความเจ็บใจ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้น เธอกวาดสายตาอาฆาตมาที่พายและคินน์สลับกันอย่างเจ็บแค้น "ฝากไว้ก่อนเถอะคินน์... แล้วคุณจะต้องเสียใจที่เลือกเด็กกะโปโลคนนี้!" พูดจบรินก็สะบัดหน้าพรืด กระทืบส้นสูงเดินกระแทกกระทั้นออกไปจากห้อง พร้อมกับกระแทกประตูกระจกปิดดังสนั่นจนห้องทั้งห้องสั่นสะเทือน ความเงียบสงบกลับมาเยือนอีกครั้ง แต่บรรยากาศภายในห้องกลับอึดอัดเสียยิ่งกว่าเดิม พายยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ขาเรียวราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น ความรู้สึกไม่มั่นคงเมื่อครู่ไม่ได้จางหายไปไหน กลับยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อคิดถึงคำพูดของริน—*เธอไม่มีสิทธิ์ยืนข้างเขา* พายก้มหน้าลง ซ่อนแววตาไหววูบเอาไว้ใต้แพขนตางอน หมุนตัวเตรียมจะเดินหนีออกไปจากห้องนี้เงียบ ๆ โดยไม่อยากเอ่ยคำใด ๆ ออกมาอีก แต่ทว่า... หมับ! ข้อมือเรียวถูกกระชากเบา ๆ ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะถูกดึงเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของคนที่ก้าวตามมาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างขมับ ขณะที่วงแขนแข็งแกร่งโอบรัดเอวบางเอาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ไม่ยอมให้ขยับหนีไปไหน "ใครบอกว่าเธอไม่มีสิทธิ์..." เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความดุดันที่ซ่อนความหวงแหนเอาไว้อย่างมิดชิด "ฟังฉันให้ดีนะพาย... ต่อให้คนทั้งประเทศจะมองเธอรังเกียจแค่ไหน แต่ถ้าฉันบอกว่าเธอยืนอยู่ข้างฉันได้... ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ไล่เธอทั้งนั้น!" พายหัวใจกระตุกวูบ ใบ้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อปลายจมูกโด่งคมของคนตัวโตฝังลงมาบนลาดไหล่เนียนอย่างถือวิสาสะ ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ตรงซอกคอจนขนลุกซู่ "ปล่อยเลยนะครับ ท่านประธาน... ประตูไม่ได้ล็อกนะ เกิดใครเปิดเข้ามาเห็นเข้า..." พายพยายามขัดขืน ดิ้นรนออกจากอ้อมกอดอุ่นที่ทำเอาสติกระเจิง แต่ยิ่งดิ้น ร่างสูงก็ยิ่งกอดรัดแน่นขึ้นราวกับหมาโบ้จอมดื้อรั้น "ก็ให้มันเห็นไปสิ..." คินน์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักคลอเคลียอยู่ข้างใบหูขาวเนียน สูดดมกลิ่นกายหอมอ่อน ๆ ที่เขาโหยหามาตลอดทั้งวัน "จะได้รู้กันไปทั่วว่าเลขาฯ คนนี้... มีเจ้าของแล้ว และเจ้าของเขาก็หวงมากซะด้วย" พายเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความหวาดหวั่นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความวาบหวามที่เล่นงานจนสมองตื้อตัน แต่ก่อนที่พายจะได้ทันเอ่ยปากเถียงอะไรกลับไป เสียงเคาะประตูกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นอีกครั้ง—รัว เร็ว และกระชั้นชิดกว่าเดิม ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! "ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เสียงร้อนรนของหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ดังทะลุกระจกเข้ามา พร้อมกับบานประตูกระจกที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่ทันตั้งตัว... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความคลั่งรักของบอสหนุ่มสายซึนกับเลขาฯ ปากเก่งคนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... เลิกคลั่งรักผมที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%