กลิ่นอับชื้นของห้องสอบสวนเบอร์สามผสมผสานกับกลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มที่เย็นชืดบนโต๊ะเหล็ก
สารวัตรภานุไม่ได้ขยับตัว เขายังคงยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ โน้มตัวเข้าหาหญิงสาวฝั่งตรงข้าม ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่ถึงคืบ ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันระดับสูง ดวงตาคมกริบของนายตำรวจหนุ่มจ้องมองลึกลงไปในดวงตาสีดำสนิทของรัญธิดา ราวกับต้องการค้นหาเศษเสี้ยวความจริงที่ซุกซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มลึกลับนั้น
"คุณรู้อะไรมา รัญธิดา" น้ำเสียงทุ้มต่ำหลุดลอดจากไรฟันของภานุอย่างกดขี่ "ฆาตกรรมในคดีบัญชีเลือดไม่ได้ถูกพูดถึงในสื่อสาธารณะแม้แต่บรรทัดเดียว ข้อมูลทั้งหมดถูกจำกัดไว้เฉพาะในวงบีบอัดของชุดสืบสวน... แต่คุณกลับเดินเข้ามาทักทายผมด้วยเรื่องนี้ เหมือนกับว่าคุณกำลังนั่งดูละครฉากโปรดของตัวเองอยู่"
รัญธิดาไม่สะทกสะท้าน เธอยังคงนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม แผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้พลาสติกแข็งๆ ได้อย่างสบายใจราวกับมันคือโซฟาหลุยส์ราคาแพง เรียวปากสีพีชธรรมชาติคลี่ยิ้มบางเบา ดวงตาสุกใสคู่นั้นกวาดมองคราบหมึกบนเอกสารคดีบนโต๊ะ ก่อนจะเงยขึ้นสบตาเขาตรงๆ
"สารวัตรกำลังใช้ความหวาดระแวงตัดสินคนที่เข้ามาช่วยไขปริศนา... แย่จังนะคะ สำหรับนักเขียนที่ต้องศึกษาพฤติกรรมมนุษย์ ฉันคิดว่าคุณน่าจะมองเห็น 'ลวดลาย' ที่ซ่อนอยู่ชัดเจนกว่านี้" รัญธิดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึก "คุณไม่ได้กำลังตามล่าฆาตกรต่อเนื่องธรรมดาหรอกค่ะ ภานุ... คนที่ทิ้งรอยเลือดไว้แบบนั้น เขากำลัง 'เขียน' เรื่องราว และบังเอิญว่า... ฉันอ่านภาษาของเขาออก"
ภานุกรามกระตุกวูบ ความหงุดหงิดผสมผสานกับความทึ่งตีรวนอยู่ในอก สัญชาตญาณดิบของตำรวจสืบสวนบอกให้เขาถอยห่างจากผู้หญิงคนนี้ แต่วิญญาณนักสืบกลับกระชากให้เขาก้าวเข้าไปใกล้กว่าเดิมเพื่อกระชากหน้ากากเธอออกมา
"ถ้าคุณอ่านภาษาของเขาออก งั้นก็ช่วยบอกผมหน่อยสิครับ... ว่าทำไมเหยื่อสามรายแรกถึงถูกฆ่าในเวลาเที่ยงคืนตรงที่จุดอับมุมกล้องวงจรปิดทุกจุด ทั้งที่ตึกเหล่านั้นเพิ่งติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยใหม่เอี่ยม" ภานุโยนคำถามทดสอบความสามารถลงบนโต๊ะ
รัญธิดาหัวسเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเย้ายวนใจในเวลาเดียวกัน เธอยื่นมือเรียวบางที่สวมแหวนเงินเกลี้ยงไปหยิบแฟ้มคดีตรงหน้า เปิดพลิกดูหน้ากระดาษมรณะที่มีรูปถ่ายที่เกิดเหตุอย่างไม่สะดุ้งสะเทือน
"คุณพลาดจุดสำคัญที่สุดไปแล้วค่ะ สารวัตร" เธอนิ้วเรียวจิ้มลงไปที่รูปถ่ายมุมตึกของเหยื่อรายที่สอง "คุณกับทีมมัวแต่มองหา 'ช่องโหว่ของกล้อง' เพราะคิดว่าคนร้ายเป็นมืออาชีพด้านเทคโนโลยี... แต่ถ้าใช้มุมมองจิตวิทยาเชิงพื้นที่ (Spatial Psychology) ล่ะ?"
ภานุขมวดคิ้วแน่น "หมายความว่ายังไง"
"หมายความว่า คนร้ายไม่ได้หลบกล้องหรอกค่ะ" รัญธิดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาส่องประกายความเฉียบคมอย่างที่หมวดชวินที่ยืนมองอยู่มุมห้องถึงกับกลืนน้ำลาย "แต่เขาเป็นคน 'กำหนด' ตำแหน่งที่กล้องจะมองไม่เห็นตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบตึกต่างหาก... เหยื่อไม่ได้ถูกเลือกเพราะเดินผ่านจุดอับ แต่เหยื่อถูกต้อนให้ไปยืนตรงจุดที่คนร้ายรู้ดีที่สุดว่า 'มุมมองของอำนาจ' เอื้อมไปไม่ถึง"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องสอบสวนชั่วขณะ ภานุนิ่งอึ้ง สมองของนายตำรวจหนุ่มประมวลผลคำพูดนั้นอย่างรวดเร็ว ภาพผังอาคารของเหยื่อทั้งสามรายผุดขึ้นมาในหัว... ทุกแห่งเป็นอาคารในเครือข่ายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่มีบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนดูแล และหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทเหล่านั้นก็คือ... ผู้พันธงชัย
ดวงตาของภานุหรี่ลงเล็กน้อย ความตระหนักรู้บางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นรูปเป็นร่าง
"คุณกำลังบอกว่า... ฆาตกรมีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อสร้างตึกเหล่านี้" ภานุเสียงเข้มขึ้น
"ไม่ใช่แค่เกี่ยวข้องค่ะ..." รัญธิดาโน้มตัวกลับมาข้างหน้า ข้อศอกวางบนโต๊ะ ประสานมือเข้าหากัน ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนเงาของหลอดไฟนีออนบนเพดาน "แต่เขาคือคนเซ็นอนุมัติแบบแปลนสถาปัตยกรรมเหล่านั้นเอง... คนที่นั่งอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารในกรมตำรวจแห่งนี้ต่างหากล่ะค่ะ ที่เป็นสถาปนิกตัวจริงของบัญชีเลือดนี้"
หมวดชวินที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับหน้าถอดสี อุทานออกมาเบาๆ "สารวัตรครับ... หรือว่าท่านผู้พัน..."
"เงียบก่อน ชวิน!" ภานุตวาดเสียงต่ำแต่ทรงพลังพอที่จะหยุดลูกน้องหนุ่มได้ทันที ทว่าสายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่รัญธิดาไม่วางตา ความรู้สึกอันตรายแผ่ซ่านไปทั่วแผ่นหลัง นี่ไม่ใช่แค่การสืบสวนคดีฆาตกรรมทั่วไป แต่มันคือการเปิดประตูลงสู่ขุมนรกของการเมืองสีเทาในกรมตำรวจ และผู้หญิงตรงหน้ากำลังถือแผนที่นำทางลงไป
"ทำไมคุณถึงรู้เรื่องนี้ รัญธิดา" ภานุกดเสียงต่ำ คุกคามด้วยอำนาจหน้าที่ "คุณเป็นแค่นักเขียน... หรือคุณมีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับพวกมันกันแน่"
รัญธิดายิ้มรับแรงกดดันนั้นอย่างไร้ความเกรงกลัว เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาอีกนิด จนภานุได้กลิ่นจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ป่าผสมกับความเย็นเยียบของฝนยามค่ำคืน
"ถ้าฉันบอกว่า... ฉันคือ 'เหยื่อรายแรก' ที่รอดชีวิตมาจากตึกพวกนั้นล่ะคะ สารวัตร?" เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงถอนหายใจหลุดจากเรียวปากเธอ "คุณจะยังกล้าผลักไสฉันให้ออกไปจากคดีนี้อีกไหม"
หัวใจของภานุกระตุกวูบอย่างแรง ประโยคสั้นๆ นั้นทำลายล้างกำแพงตรรกะทั้งหมดที่เขาสร้างขึ้นมา
ก่อนที่ภานุจะได้เอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงเคาะประตูก็รัวดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างร้อนรน ก่อนที่ประจะถูกผลักเปิดออกโดยหมวดชวินที่หน้าตาตื่นตระหนก มือถือในมือสั่นเทา
"สารวัตรครับ! มีรายงานด่วนเข้ามาจากกองพิสูจน์หลักฐาน... เจ้าหน้าที่เพิ่งกู้ข้อมูลฮาร์ดไดรฟ์ที่ถูกเผาทำลายจากจุดเกิดเหตุล่าสุดได้บางส่วน... และในนั้น..." ชวินกลืนก้อนน้ำเหนียวๆ ลงคอ "มีภาพถ่ายกล้องวงจรปิดของ 'บุคคลปริศนา' ที่ยืนรอรับบัญชีเลือดจากฆาตกร... และคนๆ นั้น... กำลังยืนอยู่ด้านหลังท่านผู้พันธงชัยในงานเลี้ยงการกุศลเมื่อคืนนี้ครับ!"
ภานุเบิกกว้างด้วยความตกใจ เขาหันขวับกลับไปมองรัญธิดาทันที ทว่าที่นั่งฝั่งตรงข้ามกลับว่างเปล่า...
เก้าอี้พลาสติกยังคงอุ่นอยู่เล็กน้อย แต่รัญธิดากลายร่างเป็นเพียงอากาศธาตุหายตัวไปจากห้องสอบสวนที่ปิดตายอย่างไร้ร่องรอย เหลือทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจางๆ และกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ วางไว้บนกองแฟ้มคดี
*‘เกมเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นค่ะ สารวัตร... ระวังข้างหลังให้ดีล่ะ’*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมไขปริศนาไปกับเรานะครับ
เงาสีชาดกับบัญชีเลือดใน 72 ชั่วโมง•ตอนที่ 2
หน้ากระดาษมรณะ
ผลงานโดย แฟ้มคดีลับ007
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แฟ้มคดีลับ007)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาสีชาดกับบัญชีเลือดใน 72 ชั่วโมง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!