"คุณคิดว่าน้ำตาไม่กี่หยด กับคำขอโทษที่มาช้าไปสามปี จะลบความตายที่ดิฉันเกือบต้องเผชิญหน้ามาได้หรือคะ... คุณอคินทร์"
เสียงหวานใสที่เคยสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวในอดีต บัดนี้กลับราบเรียบ เย็นชา และบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล อคินทร์ยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้องรับแขก ลมหายใจของเขาติดขัดราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นมาบีบลำคอไว้แน่น ทุกคำพูดของรินรดาเปรียบเสมือนค้อนเหล็กที่ทุบซ้ำลงบนซากปรักหักพังแห่งความรู้สึกที่เขาเคยทำลายมันด้วยมือของตัวเอง
แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมระย้าสาดส่องกระทบใบหน้าซีดเผือดของชายหนุ่ม นัยน์ตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอำนาจ บัดนี้ไหวระริกด้วยความเจ็บปวดที่เขาก็เพิ่งรู้ว่ามันมีตัวตนอยู่จริง
"ริน..." อคินทร์เค้นเสียงออกมาได้เพียงเท่านั้น ลำคอของเขาแห้งผาก ร่างกายสูงใหญ่สั่นเทาเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ เมื่อนึกถึงภาพใบหน้าอันตรายของพราวพิชชาที่เพิ่งซ้อนทับเข้ามาในความคิด 'แผนการร้าย' ที่ผู้หญิงคนนั้นเคยใช้เพื่อเขี่ยรินรดาออกไปจากชีวิตเขา มันกระจ่างชัดขึ้นทีละน้อย... และความจริงข้อนั้นกำลังย้อนกลับมาทุบตีเขาอย่างสาสม
"จำได้ไหมคะ... วันที่ฝนตกหนักเมื่อสามปีก่อน วันที่คุณไล่ดิฉันออกจากบ้านหลังนั้น พร้อมกับตราหน้าว่าดิฉันเป็นผู้หญิงไร้ยางอายที่จงใจปล่อยท้องเพื่อจับคุณ" รินรดาก้าวช้าๆ เข้าไปหาเขา ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววรักใคร่เทิดทูน บัดนี้ว่างเปล่าไร้ซึ่งเยื่อใย มีเพียงความด้านชาที่น่ากลัวที่สุด
อคินทร์หลับตาลงแน่น ภาพในอดีตย้อนกลับมาทำร้ายเขา ดินฟ้าอากาศในวันนั้นช่างโหดร้าย แต่ความไร้หัวใจของเขาในฐานะสามีมันโหดร้ายยิ่งกว่า เขายังจำเสียงสะอื้นไห้ที่ขาดห่วงของเธอได้ดี จำได้แม้กระทั่งรอยเลือดจางๆ บนพื้นพรมที่เขาเลือกจะเมินเฉยเพราะความโกรธเกลียดบังตา
"วันนั้น... ดิฉันไม่ได้มีแค่ตัวคนเดียวค่ะ" รินรดาเอ่ยต่อ น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท แต่ทุกคำกลับสร้างรอยแผลเหวอะหวะในอกของคนฟัง "ลูกในท้องอายุได้สองเดือน... เด็กตัวเล็กๆ ที่กำลังก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาจากเลือดเนื้อของดิฉันและคุณ เขาต้องเผชิญกับความหนาวเหน็บ ความหิวโหย และความเครียดระดับวิกฤตที่คุณเป็นคนมอบให้"
ก้อนสะอื้นจุกแน่นอยู่ที่ลำคอของอคินทร์ หัวใจของเขาเต้นรัวผิดจังหวะ ราวกับมันกำลังจะระเบิดออกมานอกอก เขาก้าวเข้าไปหมายจะคว้ามือเรียวบางนั้นมากุมไว้ แต่รินรดากลับถอยหลังหนีราวกับรังเกียจสัมผัสของเขาดั่งอสรพิษ
"ดิฉันเลือดออกค่ะ... เลือดสีแดงสดที่ไหลนองเต็มพื้นห้องเช่ารูหนูราคาถูกในคืนนั้น ดิฉันต้องวิ่งไปโรงพยาบาลคนเดียวโดยไม่มีแม้แต่เงินค่ารถ ท่ามกลางสายตาดูถูกเหยียดหยามของคนรอบข้าง หมอบอกว่าเด็กมีโอกาสหลุดสูงมาก ถ้าดิฉันยังเครียดและร่างกายอ่อนแอแบบนั้น"
หยาดน้ำตาที่รินรดาพยายามกลั้นไว้ตลอดสามปี ร่วงหล่นลงมาอาบแก้มในที่สุด แต่มันไม่ใช่หยดน้ำตาแห่งความอ่อนแอ มันคือหยดน้ำตาแห่งความเดือดดาลและแค้นเคืองที่ถูกเก็บกดไว้เนิ่นนาน
"คุณรู้ไหมคะว่าตอนที่หมอบอกว่า 'เด็กปลอดภัยแล้ว' ดิฉันรู้สึกอย่างไร... ดิฉันไม่ได้ดีใจเลยค่ะ ดิฉันกลับรู้สึกกลัว กลัวว่าเขาเกิดมาแล้วจะต้องมีพ่อที่เหี้ยมโหดและไม่เคยต้องการเขาแบบคุณ!"
"ริน... พอเถอะพี่ขอร้อง" อคินทร์ทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเธอ ความอีโก้ ความเย่อหยิ่งทระนงตนทุกลมหายใจถูกโยนทิ้งลงพื้นอย่างไร้ค่า เขาคว้าชายกระโปรงของเธอไว้แน่น ปลายมือสั่นเทาจนน่าเวทนา น้ำตาของผู้ชายที่แข็งกระด้างที่สุดในเอเชียรินไหลออกมาอย่างไร้ฟอร์ม "พี่ขอโทษ... พี่มันเลว พี่มันโง่เง่าเองที่เชื่อคำพูดของผู้หญิงสารเลวคนนั้น พี่สมควรตาย... รินจะฆ่าจะแกงพี่ให้ตายชดใช้ความผิดนี้ยังไงก็ได้ แต่อย่า... อย่ามองพี่ด้วยสายตาแบบนี้เลย"
รินรดาก้มลงมองอดีตสามีผู้ทรงอิทธิพลที่กำลังหมอบราบคาบแก้วอยู่แทบเท้า เธอย่อตัวลงช้าๆ ใช้ปลายนิ้วเรียวเชยคางคมคายนั้นให้เงยขึ้นสบตา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนเรียวปากสวย เป็นรอยยิ้มที่ทำให้อคินทร์รู้สึกหนטหน่วงลึกไปถึงไขกระดูก
"คำขอโทษของคุณมันราคาถูกเกินไปค่ะคุณอคินทร์... มันเทียบไม่ได้เลยกับความตายที่ดิฉันเกือบต้องเผชิญ" รินรดากระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่เยือกเย็นราวกับมาจากขุมนรก "สามปีที่คุณสุขสบายบนกองเงินกองทอง รู้ไหมคะว่าดิฉันกับลูกต้องปากกัดตีนถีบขนาดไหน... และตอนนี้ เมื่อคุณรู้ความจริงทั้งหมด คุณคิดเหรอว่าฉันจะยอมยก 'อลัน' ให้คุณเชยชมตามอำเภอใจ?"
ชื่อของเด็กชายตัวน้อยทำให้หัวใจของอคินทร์กระตุกวูบ ภาพเด็กผู้ชายตาแป๋ว หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูที่เขาเคยบังเอิญพบที่สนามเด็กเล่นเมื่อวันก่อน... เด็กคนนั้น ที่มีรอยยิ้มถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน
"ริน... ลูก... ลูกของเรางั้นเหรอ?" อคินทร์ละล่ำละลักถาม เสียงของเขาแหบพร่า ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนดีใจที่สายเกินแก้ "อลัน... ลูกของเราเหรอริน?"
"ใช่ค่ะ ลูกชายดิฉัน... และไม่มีวันเป็นลูกของคุณ!" รินรดาประกาศกร้าวด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวไร้ความลังเล เธอสะบัดชายผ้าออกจากมือเขาอย่างไม่ใยดี ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อเตรียมเดินหนีจากผู้ชายสารเลวคนนี้ไปให้พ้นๆ
ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะหันหลังเดินกลับเข้าห้องนอน เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
อคินทร์สะดุ้งสุดตัว เขายังคงคุกเข่าอยู่กับพื้น ขณะที่รินรดาขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้ ใครกันที่เป็นคนมาเคาะประตูห้องชุดส่วนตัวชั้นบนสุดของโรงแรมหรูแห่งนี้
ประตูดันเปิดผางเข้ามาด้วยแรงผลักจากภายนอก ก่อนที่ร่างระหงในชุดเดรสสีแดงเพลิงของ "พราวพิชชา" จะก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก ในมือของเธอกำซองเอกสารสีน้ำตาลใบหนาไว้แน่น
"อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะครอบครัวสุขสันต์ (ปลอมๆ) ของพวกคุณสินะคะ" พราวพิชชาหัวเราะในลำคอ สายตากวาดมองอคินทร์ที่คุกเข่าอยู่กับพื้นและรินรดาที่ยืนจ้องเธอด้วยแววตาวาวโรจน์ "ไม่ต้องตกใจไปค่ะรินรดา... พอดีฉันบังเอิญไปได้ 'เอกสารชิ้นสำคัญ' บางอย่างมา เอกสารที่ยืนยันว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอกับคุณอคินทร์น่ะ... มันมีความลับบางอย่างที่เธอพยายามปิดบังมาตลอดสามปี!"
รินรดาหน้าถอดสีทันที ขณะที่อคินทร์ผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ พราวพิชชากระตุกยิ้มร้ายกาจ ชูซองเอกสารในมือขึ้นสูง ก่อนจะดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาแล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของคนทั้งคู่หยุดหมุนทันที
"ผลตรวจ DNA ของเด็กชายอลัน... ออกมาแล้วนะคะคุณอคินทร์!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ละอองดาวเดือนเก้า" มาโดยตลอดนะคะ
หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมา•ตอนที่ 15
ความเจ็บปวดในอดีต
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!