กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งเด็กและเสียงหัวเราะคิกคักใสกระจ่างดังแว่วมาจากมุมห้องนั่งเล่น คือภาพความสุขเดียวที่รินรดายอมให้มันเยียวยารอยแผลเป็นในใจ หญิงสาวในชุดลำลองเรียบง่ายกำลังนั่งพับผ้ากองโต ขณะที่ดวงตากลมโตคอยเหลือบมองร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสามขวบ ซึ่งกำลังงละเลงสีเทียนลงบนกระดาษวาดเขียนด้วยความตั้งใจจริง
"คุณแม่ขา ดูนี่สิฮะ อลันวาดรูปปะป๋าของอลันด้วยนะ"
เสียงเจื้อแจ้วนั้นทำเอากล่องดวงใจของคนเป็นแม่กระตุกวูบ รินรดารับรู้ได้ถึงความหน่วงแปลกประหลาดที่แล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมขั้วหัวใจ เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะฝืนระบายยิ้มอ่อนโยนแล้วขยับเข้าไปใกล้ลูกชายตัวน้อย ร่างบางทรุดตัวลงนั่งคุกเข่า สองมือเรียวประคองแผ่นกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาพิจารณา
ภาพวาดลายเส้นยุ่งเหยิงปรากฏรูปคนตัวสูงใหญ่ไร้ใบหน้าชัดเจน แต่มีหัวใจดวงโตสีแดงอยู่ตรงกลาง
"ไหน... ไหนลูกบอกแม่ซิคะว่าทำไมถึงวาดรูปนี้" รินรดากลั้นใจถาม เสียงของเธอนุ่มนวลราวกับกลัวว่ามันจะไปกระทบกระเทือนความรู้สึกบริสุทธิ์ของเด็กน้อย
"ก็เพื่อนๆ ที่เนอสเซอรี่เขามีปะป๋ามารับมาส่งทุกวันนี่นา อลันก็อยากมีปะป๋าใจดีอุ้มเหมือนกันนี่คะ" ด.ช.อลันเอียงคอมองมารดาด้วยแววตาสดใสไร้เดียงสา ก่อนจะเอื้อมมือเล็กๆ ป้อมมาแตะแก้มเนียนของเธอ "แต่ไม่เป็นไรหรอกฮะ อลันมีคุณแม่คนสวยแล้ว... คุณแม่เก่งที่สุดในโลกเลย"
คำพูดซื่อตรงประสาเด็กกลับกลายเป็นคมมีดกรีดลึกลงในความรู้สึกของรินรดารินรดาโอบกอดร่างเล็กเข้ามาแนบอก สูดดมกลิ่นแป้งเด็กเพื่อเรียกพลังใจ ความเกลียดชังและความเจ็บปวดที่เคยได้รับจากอดีตสามีไม่เคยจางหายไปไหน แต่มันถูกกักเก็บไว้ภายใต้กำแพงความเข้มแข็งที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องลูกชายคนนี้... โลกทั้งใบของเธอ
ทว่า ในขณะเดียวกัน ณ อีกฟากฝั่งหนึ่งของเมืองเล็กๆ แสนสงบแห่งนี้ บรรยากาศกลับถูกปกคลุมด้วยความอึมครึมและเยียบเย็น
อคินทร์ก้าวลงจากรถยนต์คันหรูที่จอดสนิทหน้าอาคารพาณิชย์กึ่งที่พักอาศัย ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับแผ่รังสีความน่าเกรงขามจนผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องรีบหลบทาง ดวงตาคมกริบสีนิลกวาดมองไปรอบตัวด้วยความกระวนกระวายใจที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากเยชา ชายหนุ่มใช้เวลาหลายวันในการพลิกแผ่นดินหาเบาะแส จนกระทั่งสืบทราบว่าผู้หญิงคนที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใย ได้หลบหนีมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่ พร้อมกับเด็กชายคนหนึ่ง... เด็กที่มีอายุไล่เลี่ยกับช่วงเวลาที่เธอหายตัวไปพอดี
เอกสารรายงานการสืบสวนในมือสั่นระริกเล็กน้อย แม้อคินทร์จะไม่เคยเอ่ยปากยอมรับกับใคร แต่ลางสังหรณ์บางอย่างในอกข้างซ้ายมันกรีดร้องบอกเขาตั้งแต่แรกแล้วว่า เด็กชายคนนั้นมีความเกี่ยวข้องกับเขาทางสายเลือดอย่างแน่นอน
"คุณริน... คุณไม่มีสิทธิ์หนีผมไปไหนทั้งนั้น" เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับตัวเองอย่างดุดัน
ขายาวก้าวฉับๆ ตรงไปยังประตูทางเข้าตึกเป้าหมาย หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับเต้นรัวระรัวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธเคือง ทั้งกระวนกระวาย และลึกๆ แล้ว... มีความหวาดกลัวที่ไม่อาจหาคำอธิบายเข้ามาแทนที่ อคินทร์ไม่สนวิธีการอีกต่อไปแล้วว่าเขาจะได้เธอกลับคืนมาด้วยวิธีใด สิ่งเดียวที่ก้องอยู่ในหัวสมองของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อสิ่งใดในโลก คือการได้เผชิญหน้ากับรินรดา และทวงทุกอย่างที่เป็นของเขาคืนมา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูห้องพักที่ดังขึ้นกะทันหัน ทำลายความเงียบสงบภายในห้อง รินรดารีบผละออกจากอ้อมกอดของลูกชาย หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกด้วยความตื่นตระหนก ใครกันที่จะมาเคาะประตูห้องเธอในยามวิกาลเช่นนี้ เธอไม่ได้บอกที่อยู่กับใครเลยนอกจากเจ้าของงานออกแบบอิสระที่เธอรับจ้างทำ
"อลันลูก... ไปเล่นในห้องนอนก่อนนะซิคะ" รินรดากระซิบสั่งเสียงสั่น
"ใครมาเหรอฮะคุณแม่?" เด็กชายเอียงคอถามด้วยความสงสัย
"เดี๋ยวแม่มาดูเองค่ะ ลูกเข้าไปรอข้างในก่อนนะคนดี"
รินรดากลั้นใจเดินไปที่ประตู มือเรียวบางเอื้อมไปจับลูกบิดด้วยความระแวง เธอดึงประตูเปิดออกเพียงครึ่งช่องเพื่อมองหาผู้มาเยือน แต่ทว่า... วินาทีแรกที่สายตาปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนบังแสงไฟจากทางเดินจนมืดมิด ลมหายใจของเธอก็คล้ายจะขาดห้วงไปทันที
ใบหน้าหล่อเหลาที่เธอจดจำได้แม่นยำ แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์คู่นั้นก็ยังคงสร้างความหวาดผวาให้เธอได้เสมอ อคินทร์ยืนจ้องมองเธอนิ่งราวกับสัตว์ป่าที่ไล่ล่าเหยื่อจนมุม
"เจอตัวสักทีนะ... รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยลอดไรฟันออกมานั้นเต็มไปด้วยความเยียบเย็นและอำนาจดิบเถื่อน ก่อนที่ชายหนุ่มจะยื่นมือหนาผลบานประตูให้เปิดกว้างออก แล้วก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตของเธอโดยไม่รอคำอนุญาตแม้แต่น้อย รินรดาถอยหลังกรูด้วยความตื่นตระหนก สองมือพยายามผลักอกแกร่งเพื่อสกัดกั้น แต่ยังไม่ทันที่เธอจะทันได้เอ่ยคำปฏิเสธใดๆ เสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านในห้อง
"คุณแม่ขา ใครมาเหรอฮะ... ปะป๋าเหรอ?"
ด.ช.อลันวิ่งออกมาพร้อมกับภาพวาดในมือ แต่แล้วฝ่าเท้าน้อยๆ ก็ต้องหยุดชะงักลง เมื่อดวงตากลมโตสบเข้ากับร่างสูงใหญ่แปลกหน้าที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า
อคินทร์ชะงักกึก ร่างกายท่อนบนหยุดนิ่งราวกับถูกสาป ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อมองต่ำลงไปยังเด็กชายตัวน้อยที่ยืนถือกระดาษวาดรูปอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสองก้าว ใบหน้านั้น... ดวงตากลมโตคู่นั้น... และจมูกรั้นเชิดรั้นที่ถอดแบบมาจากกระจกเงาของเขาไม่มีผิดเพี้ยน!
ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งสาม ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนลงตรงวินาทีนั้นเอง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครด้วยกันนะคะ ละอองดาวเดือนเก้าซาบซึ้งใจในทุกคอมเมนต์และการสนับสนุนเสมอมาค่ะ
หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมา•ตอนที่ 11
การไล่ล่าเริ่มต้น
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!