หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมา•ตอนที่ 12

เผชิญหน้าครั้งแรกในรอบปี

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกราชพฤกษ์ที่ร่วงหล่นตามทางเดิน ไม่ได้ช่วยให้หัวใจที่เต้นระรัวราวกับกลองศึกของรินรดา สงบลงได้เลยแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยามเมื่อเงาของร่างสูงใหญ่ทอดทับลงมาบนผืนหญ้าสีเขียวขจี มือเรียวที่กำลังถือขวดน้ำพลาสติกสำหรับเด็กเผลอบีบแน่นจนพลาสติกส่งเสียงกรอบแกรบ รินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบหายไปในพริบตา เมื่อใบหน้าคมคายที่เธอพยายามฝังกลบไว้ในความทรงจำตลอดหนึ่งปีเต็ม บัดนี้กลับมายืนอยู่ตรงหน้า... ใกล้เสียจนได้ยินเสียงลมหายใจ อคินทร์ ประธานหนุ่มผู้เคยปราดเปรื่องและเย็นชา ไร้หัวใจในวันที่เธอหอบท้องโต ๆ หนีออกมาจากขุมนรกแห่งการแต่งงานไร้รัก บัดนี้เขากลับดูมีร่องรอยความเหนื่อยล้าหลงเหลืออยู่บนกรอบหน้าคมสัน ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นจ้องมองมาที่เธอ นิ่งสนิท ทว่าลุ่มลึกและเต็มไปด้วยกระแสอารมณ์ที่ยากจะคาดเดา ราวกับสัตว์ป่าที่เพิ่งค้นพบเหยื่ออันล้ำค่าที่หายสาบสูญไปนาน "ริน..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยเปล่งวาจาดູแคลนและขับไลไสส่งเธออย่างไร้เยื่อใยในอดีต บัดนี้กลับสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน มันเป็นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโหยหา ความสำนึกผิด และบางสิ่งที่คล้ายกับความหวังอันริบหรี่ รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก สองขาเรียวก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำจนเจ็บแปลบไปหมด ความเจ็บปวด ความระทมทุกข์ และหยาดน้ำตาที่เธอต้องเสียไปในช่วงเวลาที่ผ่านมา ไหลย้อนกลับเข้ามาในห้วงคำนึงราวกับภาพยนตร์ซ้ำวน เธอไม่ใช่รินรดาคนอ่อนแอคนเดิมอีกต่อไปแล้ว... ผู้หญิงที่ยอมก้มหน้าอดทนให้เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีได้ตามอำเภอใจ คนคนนั้นตายไปพร้อมกับวันที่เธอยื่นใบหย่าแล้วค่ะ "คุณ... มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง" รินรดาเค้นเสียงถามออกไป แม้พยายามจะควบคุมให้มันราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ปลายเสียงกลับสั่นไหวจนน่าสมเพช อคินทร์ไม่ตอบคำถามนั้น ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจเรือนร่างของหญิงสาวที่ดูมีน้ำมีนวลขึ้น ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และแววตาที่แม้จะฉายความหวาดกลัว แต่ก็มีความเด็ดเดี่ยวซ่อนอยู่ลึก ๆ ร่างสูงก้าวเข้าไปหาเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ราวกับกลัวว่าหากเขาขยับเร็วเกินไป ภาพตรงหน้าจะสลายหายไปเป็นอากาศธาตุ "คุณผอมลง... แต่ก็ดูเข้มแข็งขึ้นมากนะ ริน" อคินทร์เอ่ยเสียงพร่า สายตาเลื่อนต่ำลงมองมือบางที่กำขวดน้ำแน่น ก่อนที่ดวงตาคู่นั้นจะสะดุดเข้ากับร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสามขวบที่กำลังวิ่งต้วมเตี้ยมถือลูกบอลยางกลับมาหาแม่ "หม่าม้าฮะ! อลันเตะบอลเข้าประตูด้วยนะ เก่งไหมฮะ!" เสียงใสแจ๋วของเด็กชายดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กที่วิ่งมาคว้าชายกระโปรงของรินรดาไว้เป็นที่พึ่ง ก่อนที่ดวงตากลมโตใสแป๋วราวกับลูกแก้วคริสตัลจะเงยขึ้นมองชายแปลกหน้าแปลกถิ่นที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุนในวินาทีนั้น อคินทร์ชะงักกึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางแสกหน้า ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปชั่วขณะ เมื่อดวงตาคู่คมได้ประสานเข้ากับดวงตาคู่เล็กที่ถอดแบบพิมพ์เดียวกันออกมาอย่างไร้ที่ติ จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากหยัก และโครงหน้าที่ฉายแววความดื้อรั้นผสมความเฉลียวฉลาด ทุกอย่าง... คือตัวเขาในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน ความจริงที่เขาพยายามปฏิเสธและหลอกตัวเองมาตลอด กระแทกเข้าใส่หน้าอกข้างซ้ายอย่างจังจนเจ็บแปลบราวกับถูกมีดกรีด หัวใจของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลสั่นสะเทือนรุนแรงจนแทบยืนไม่อยู่ เด็กชายคนนี้... คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา เป็นสิ่งที่เขาเคยปรามาสและผลไสไล่ส่งว่าเป็นแค่ภาระอันน่ารำคาญในอดีต! "นี่... ลูกของเราอย่างนั้นเหรอ ริน" อคินทร์พึมพำออกมาด้วยเสียงอันสั่นเทา ดวงตาแดงก่ำเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใส ๆ อย่างที่เขาไม่เคยหลั่งให้น้ำตาหยดไหนมานานนับสิบปี ความสำนึกผิดและความเจ็บปวดพวยพุ่งขึ้นมาจุกอกจนแทบหายใจไม่ออก รินรดารemวาดแขนโอบกอดปกป้องร่างเล็กของลูกชายเข้าหาตัวทันที ใบหน้าหวานตึงเครียดขึ้นมาฉับพลัน ดวงตาสวยเฉี่ยวฉายแววชิงชังและเด็ดเดี่ยวอย่างชัดเจน "อย่าเข้ามาใกล้ลูกฉันนะ อคินทร์!" เธอประกาศกร้าว เสียงหวานสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความแข็งกร้าวที่พร้อมจะแลกด้วยชีวิต "เด็กคนนี้ไม่มีพ่อ! เขาเป็นลูกของฉันคนเดียว และคุณ... ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องเขาจำไว้!" อคินทร์รู้สึกเหมือนหัวใจถูกฉีกทิชชูเป็นชิ้น ๆ ความเย่อหยิ่งและอีโก้ทั้งหมดที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่าต่อหน้าอดีตภรรยาและลูกชายที่เขาไม่เคยทำหน้าที่พ่อเลยแม้แต่วินาทีเดียว ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้าไปหา สองมือสั่นเทาทั้งที่พยายามจะเอื้อมออกไปหาเด็กน้อย "ริน... ขอร้องล่ะ ขอโอกาสให้ฉันได้แก้ตัว ได้ทำหน้าที่พ่อ... ได้โปรด ให้ฉันได้ชดใช้ความผิดทั้งหมดที่เคยทำกับเธอและลูกเถอะนะ" "ชดใช้เหรอ?" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาด้วยความสมเพช แววตาสมเพชเวทนาของเธอมันบาดลึกยิ่งกว่าคำด่าทอใด ๆ "คุณคิดว่าความเจ็บปวดตลอดหนึ่งปีที่ฉันต้องอุ้มท้องหนีหัวซุกหัวซุน เลี้ยงลูกลำพังโดยไม่มีแม้แต่เงาหัวของคุณ มันจะลบเลือนหายไปได้ด้วยคำขอโทษงั้นเหรอคะ?!" บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก สายลมพัดผ่านพาเอาความหนาวเหน็บเข้าเกาะกุมหัวใจของคนทั้งคู่ ทว่า ในจังหวะที่อคินทร์กำลังจะก้าวเข้าไปคว้ามือเธอนั้นเอง... เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของอคินทร์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ ร่างสูงขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดและตั้งใจจะกดตัดสายทิ้ง ทว่า สายตาเจ้ากรรมกลับเหลือบไปเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ [พราวพิชชา] รินรดาเหลือบไปเห็นชื่อนั้นพอดี รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากทันที เธอปรายตามองอคินทร์ด้วยแววตาสมเพชระคนเย้ยหยัน ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้อคินทร์แทบคลั่ง "รับสายเถอะค่ะ... คนรักของคุณคงโทรมาตามตัวกลับไปรับใช้แล้วล่ะ อย่าปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นรอนานเลยนะคะ เพราะคนที่ควรค่ากับคุณ... ก็มีแต่ผู้หญิงเห็นแก่ตัวแบบนั้นนั่นแหละ เหมาะสมกันดีไม่ใช่เหรอคะ?" พูดจบรินรดาก็อุ้มเด็กชายอลันขึ้นแนบอก หันหลังก้าวเดินหนีไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามองอดีตสามีที่ยืนแข็งค้างราวกับถูกสาปให้อยู่กับความเจ็บปวด อคินทร์หน้าถอดสี มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทา เขารีบกดรับสายด้วยความร้อนรนพร้อมจะสะบัดผู้หญิงอีกคนทิ้งทันที แต่ทว่า... ประโยคที่ดังลอดออกมาจากปลายสาย กลับทำให้เลือดในกายของเขาเย็นเฉียบจนแข็งค้างไปทั้งร่าง *"คุณอคินทร์คะ... รีบกลับมาที่คอนโดด่วนเลยนะคะ พราว... พราวท้องค่ะ! ลูกของคุณอคินทร์!"* ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด ศีรษะหันขวับกลับไปมองแผ่นหลังของรินรดาที่กำลังเดินจากไปไกลทุกที สลับกับหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่มีข่าวร้ายชิ้นใหญ่กำลังผูกมัดเขาไว้ในกรงขังแห่งบาปกรรมที่ไม่มีวันหลุดพ้น... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามความเข้มข้นนี้ไปด้วยกันนะคะ ละอองดาวเดือนเก้าซาบซึ้งใจในทุกคอมเมนต์และการสนับสนุนเสมอมาค่ะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%