กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองวีไอพี ไม่ได้ระคายผิวของอคินทร์เท่ากับความร้อนรุ่มที่กำลังแผดเผาอยู่ในทรวงอก ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แดงก่ำด้วยพิษความโกรธและแรงอารมณ์ที่ตีรวนขึ้นมาจนจุกแน่น ร่างสูงใหญ่ก้าวฉับๆ ติดต่อกันจนเกือบจะกลายเป็นวิ่ง ร่างในสูทราคาแพงหยุดยืนขวางหน้าหญิงสาวที่เพิ่งผลักประตูร้านกาแฟสไตล์มินิมอลย่านใจกลางเมืองออกมา
"ริน..."
เสียงเรียกที่ลอดไรฟันออกมานั้นเต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือน ความเย่อหยิ่งที่เคยค้ำคอถูกกระชากทิ้งจนไม่เหลือชิ้นดี เมื่อภาพข่าวซุบซิบและใบหน้าของเด็กชายวัยสามขวบในหน้าจอโทรศัพท์ ยังคงติดตรึงอยู่ในม่านตา ภาพนั้นชัดเจนเสียจนเขาแทบหยุดหายใจ ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโตเป็นประกายจ้า และรอยยิ้มที่เพียงแค่แย้มออกนิดเดียวก็ละม้ายคล้ายคลึงกับเงาในกระจกเงาของเขาไม่มีผิดเพี้ยน
รินรดาชะงักฝีเท้า เปลือกตาบางกะพริบช้าๆ เพื่อตั้งสติ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงความเข้มแข็งทั้งหมดที่มีขึ้นมาประทับไว้บนใบหน้า เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับอดีตสามี ชายผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี ทว่าวันนี้แววตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความร้าวรานและความกระหายใคร่รู้ที่น่าสมเพชในสายตาเธอ
"มีธุระอะไรกับฉันอีกคะ คุณอคินทร์" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา และเว้นระยะห่างอย่างชัดเจน ไม่มีร่องรอยของความหวาดหวั่นหลงเหลืออยู่อีกต่อไป
อคินทร์ก้าวเข้าไปประชิด รัศมีกดดันรอบตัวแผ่ซ่านจนคนรอบข้างต้องถอยร่างหนี เขากวาดสายตามองไปรอบตัว ก่อนจะคว้าข้อศอกเรียวบางไว้อย่างถือวิสาสะ แรงบีบไม่ได้รุนแรงถึงกับทำร้าย แต่เต็มไปด้วยความตึงเครียดที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
"เด็กคนนั้น... เด็กที่อยู่กับเธอบนหน้าข่าว... เขาเป็นใคร" อคินทร์เค้นเสียงถาม คำถามที่ค้างคาอยู่ในอกถูกพ่นออกมาอย่างยากเย็น ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตของเธอ ราวกับต้องการค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังม่านตาคู่นั้น "ตอบฉันมารินรดา ลูกใคร!"
รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความเย้ยหยันและสมเพชระคนกัน เธอก้มลงมองมือใหญ่ที่บีบอยู่บนแขนของเธอ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว
"คุณถามแปลกนะคะ คุณอคินทร์... ลูกใครแล้วมันเกี่ยวกับคุณด้วยหรือคะ ในเมื่อเราหย่ากันขาดแล้ว ใบหยาะก็เซ็นกันไปนานนึก ตั้งแต่ตอนนั้น ชีวิตของเราสองคนก็เป็นเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบกันอีก"
"อย่ามาเล่นลิ้นกับฉัน!" อคินทร์ตวาดลอดไรฟันด้วยความเหลืออด แรงอารมณ์พุ่งพล่านจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "ฉันถามว่าเด็กคนนั้นใช่วัยสามขวบไหม... และหน้าตาแบบนั้น... เขาเป็นลูกของฉันใช่ไหม! ริน เธอท้องก่อนที่เราจะหย่าใช่หรือเปล่า ทำไมเธอถึงใจร้ายนัก ถึงกล้าปิดบังเรื่องสายเลือดพรรค์นี้จากฉัน!"
คำว่า 'ใจร้าย' หลุดออกมาจากปากของคนที่เคยใจร้ายที่สุดในโลก รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ แต่เธอกลืนมันลงไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ
"ใจร้ายเหรอคะ? หึ... คำนี้ไม่ควรออกจากปากคนที่เคยบอกว่าเด็กในท้องฉันเป็นแค่ก้อนเลือดสกอตช์ที่ถ่วงอนาคตของคุณหรอกนะคะ คุณอคินทร์" เธอจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่เริ่มซีดเผือดลงทีละน้อยเมื่อได้ยินประโยคนี้ "ลืมไปแล้วหรือคะ วันนั้นที่คุณผลักฉันล้มลงกับพื้น วันที่คุณไล่ฉันออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใย วันที่คุณบอกว่าต่อให้ฉันตายต่อหน้า คุณก็จะไม่ชายตาแล... วันนั้น คุณเป็นคนตัดขาดสายสัมพันธ์ทุกอย่างด้วยมือของคุณเอง"
อคินทร์รู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม ภาพเหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ ภาพที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งเธออย่างไร้ความปรานี ภาพที่เขาเมินเฉยต่อหยาดน้ำตาและคำอ้อนวอน ขาของเขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ความจุกแน่นแล่นริ้วขึ้นมาจนพูดไม่ออก
"แต่... แต่เขาหน้าเหมือนฉัน..." อคินทร์ยังคงดึงดัน เสียงของเขาเริ่มสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้ "เด็กคนนั้น... สายเลือดของฉัน... ริน เธอจะบอกว่าเขาไม่ใช่ลูกฉันงั้นเหรอ กล้าพูดต่อหน้าฉันสิว่าเด็กคนนั้นไม่ได้เกิดจากฉัน!"
รินรดาไม่หลบสายตา เธอยืดตัวขึ้นตรง เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ความเจ็บปวดในอดีตถูกแปรเปลี่ยนเป็นเกราะกำบังที่แข็งแกร่งที่สุด เธอยกมือขึ้นแกะมือหนาที่เกาะกุมแขนเธออยู่ออกอย่างช้าๆ แต่ทว่ามั่น
"ไม่ใช่ค่ะ" เธอกล่าวตอบ ชัดถ้อยชัดคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดเดี่ยวราวกับคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของคนฟัง "เขาไม่ใช่ลูกของคุณ เด็กคนนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณอคินทร์ผู้สูงส่งเลยแม้แต่นิดเดียว... อลันเป็นลูกของฉัน กับผู้ชายคนอื่น ผู้ชายที่รักและเห็นคุณค่าในตัวฉัน มากกว่าจะมองฉันเป็นแค่เครื่องมือระบายอารมณ์"
กึก!
ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน อคินทร์รู้สึกคล้ายมีค้อนเหล็กอันใหญ่กระหน่ำทุบลงที่กลางอกจนแหลกละเอียด ความจริงที่ได้รับฟังแทบทำให้เขาล้มทั้งยืน ดวงตาคมเบิกกว้าง ร่างกายชาวาบไปจนถึงปลายนิ้ว ความหึงหวง ความโกรธเกรี้ยว และความเจ็บปวดกระอเลือดตีรวนขึ้นมาพร้อมกันจนเขาแทบหายใจไม่ออก
"ไม่... โกหก! เธอโกหกฉัน!" อคินทร์คำรามลั่นอย่างคนเสียสติ พยายามจะคว้าตัวเธอเข้ามาเขย่าเพื่อเค้นหาความจริงอีกครั้ง "ผู้ชายที่ไหน! ใครหน้าไหนมันกล้ามายุ่งกับเมีย... อดีตเมียของฉัน! บอกชื่อมันมา!"
"หยุดทำตัวน่าสมเพชเสียทีค่ะ!" รินรดาตวาดกลับด้วยเสียงที่ดังกว่า ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมาเริ่มหันมามอง แต่เธอไม่สน
ในวินาทีที่เธอถอยหลังออกห่างเพื่อจะเดินหนีจากผู้ชายสารเลวคนนี้ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของอคินทร์ก็แผדเสียงแหลมสูงขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความรูปถ่ายและเอกสารบางอย่างที่ถูกส่งตรงมาจากสายสืบส่วนตัวที่เขาว่าจ้างให้ไปขุดคุ้ยประวัติของเด็กชายอลัน
อคินทร์ชะงักมือที่กำลังจะคว้าตัวเธอ นิ้วเรียวสั่นเทาหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเปิดดูด้วยความร้อนรน สายตาคมกริบกวาดมองตัวอักษรและเอกสารรับรองผลตรวจบางอย่างที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ... ทันทีที่อ่านบรรทัดสุดท้ายจบ ร่างสูงใหญ่ก็แข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงยิ่งกว่าเดิม
เพราะในเอกสารใบนั้น... ระบุชื่อบิดาอย่างชัดเจนว่าเป็นชื่อของเขาเอง... แต่อีกมุมหนึ่งของหน้าจอ กลับมีภาพถ่ายอีกใบที่ทำให้หัวใจของอคินทร์ดิ่งวูบลงสู่เหวลึกอย่างไร้ก้นบึ้ง
ภาพของชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง กำลังอุ้มเด็กชายอลันด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ราวกับเป็นครอบครัวเดียวกัน... และชายคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'ภาคิน' ศัตรูทางธุรกิจคนสำคัญและอดีตพี่ชายบุญธรรมที่ประกาศตัวชัดเจนว่าพร้อมจะแย่งชิงทุกอย่างไปจากเขา!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
"ละอองดาวเดือนเก้า"
หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมา•ตอนที่ 13
ลูกใครกันแน่?
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!