เสียงกระดาษแผ่นบางที่ถูกฉีกขาดด้วยความเร็วและไร้ซึ่งความปรานี ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของอคินทร์ ราวกับคมมีดที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า บนโต๊ะทำงานหินอ่อนสีดำสนิท เหลือเพียงรอยยับย่นของเอกสารหย่าร้างที่เขาเป็นคนยื่นคำขาดให้เธอเซ็นด้วยความโง่เขลาในยามที่อีโก้ครอบงำ ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อสิ่งใด บัดนี้กลับแดงก่ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบด้วยความระทึกหวาดหวั่นที่เพิ่งเคาะประตูหัวใจเป็นครั้งแรกในชีวิต
"คุณรินคะ... รถขนของบริษัทจัดย้ายมาจอดรออยู่ที่หน้าคฤหาสน์แล้วค่ะ ให้ดิฉันช่วยถือกระเป๋าอีกใบไหมคะ" เสียงกระซิบเกรงอกเกรงใจของแม่บ้านเก่าแก่ดังขึ้น ทำลายความเงียบงันอันน่าอึดอัด รินรดาในชุดเสื้อเชิร์ตสีขาวเรียบง่ายกับกางเกงสแลคเข้ารูป ไม่หลงเหลือเค้าลางของ 'คุณนายแห่งคฤหาสน์อคินทร์วรกุล' ผู้สูงศักดิ์อีกต่อไป มีเพียงหญิงสาวผู้เด็ดเดี่ยว แววตานิ่งสนิทไร้ประกายความอาลัยอาวรณ์ราวกับคนละคน
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก P เพื่อระงับความสั่นเทาในอก มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบกระเป๋าเดินทางใบกลางขึ้นมาด้วยความมั่นคง เธอไม่ได้หันกลับไปมองภาพวาดราคาแพงบนผนัง หรือแม้แต่เรือนหอที่เคยถูกตีตราว่าเป็นกรงทองที่ขังเธอไว้ในความเจ็บปวดตลอดสามปีที่ผ่านมา
"ไม่ต้องค่ะป้า... รินถือเองได้ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมานะคะป้าดูแลตัวเองด้วย" เสียงหวานเอ่ยเรียบเรื่อย แต่กลับทรงพลังและบาดลึกจนคนฟังน้ำตาคลอเบ้า รินรดาก้าวเท้าเดินผ่านโถงทางเดินหินอ่อนที่เธอเคยเดินเคียงคู่กับสามีด้วยความเจียมเนื้อเจียมตัว แต่วันนี้... ทุกย่างก้าวของเธอมันคืออิสรภาพ อิสรภาพที่แลกมาด้วยคราบน้ำตาและความตายทางความรู้สึกที่เขามอบให้
ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวพ้นประตูบานใหญ่ อคินทร์ที่ยืนซ่อนตัวอยู่หลังเสาต้นใหญ่ในมุมมืดก็พุ่งพรวดออกมาดั่งพายุคลั่ง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาขวางทางไว้ด้วยความเร็วสูง ดวงตาคมกริบฉายแววตื่นตระหนกและเว้าวอนอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน มือหนาเอื้อมคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือนี้ไป เธอจะหายลับไปจากอากาศธาตุตลอดกาล
"ริน... จะไปไหน? เธอยังไปไหนไม่ได้!" เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบและเยือกเย็น บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครืออย่างน่าสมเพช อคินทร์พยายามดึงรั้งร่างบางเข้าหาอก แต่วินาทีนั้นเอง รินรดากลับสะบัดข้อมือออกอย่างแรงด้วยความรังเกียจ แรงเหวี่ยงนั้นทำเอาประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลถึงกับเซถอยหลังไปครึ่งก้าว
"ปล่อยค่ะ! คุณอคินทร์ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวฉันอีกแล้ว ใบหย่าเราก็เซ็นกันเรียบร้อยต่อหน้าทนายแล้วนี่คะ หรือว่าสมองคุณจะเสื่อมจนจำไม่ได้ว่าเพิ่งไล่ฉันกับลูกออกจากชีวิตไปเมื่อชั่วโมงก่อน?" รอยยิ้มหยันที่มุมปากของหญิงสาว ช่างแทงใจดำจนอคินทร์รู้สึกราวกับหายใจไม่ออก
"ลูก... เด็กคนนั้น..." อคินทร์กลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก หัวใจของเขากำลังถูกบีบขยี้จนแหลกเหลวเมื่อนึกถึงคำพูดก่อนหน้าที่ตนเองเคยตะคอกใส่หน้าเธออย่างไร้เยื่อใย เขาเพิ่งรู้ความจริงจากปากทนายความส่วนตัวเมื่อครู่ว่า ผลตรวจอัลตร้าซาวด์ที่รินรดากำลังจะบอกเขาในคืนนั้น ไม่ใช่เรื่องโกหก... เธอกำลังตั้งครรภ์ สายเลือดในไส้ของเขาเอง! สายเลือดที่เขาเพิ่งเซ็นชื่อหย่าขับไล่ให้ไปเผชิญโลกกว้างอย่างไร้หนทาง
"ลูกของฉันค่ะ ไม่ใช่ลูกของคุณ" รินรดาเน้นย้ำทีละคำ แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเย็นชาและเกลียดชัง "จำใส่สมองเอาไว้นะคะคุณอคินทร์ ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ทางใครทางมัน คุณกับฉัน... เราขาดกันอย่างสมบูรณ์แบบ อย่าได้แม้แต่จะคิดก้าวเข้ามาในชีวิตของพวกเราอีก!"
พูดจบ รินรดาก็หันหลังให้เขาอย่างไร้เยื่อใย เธอเดินตรงไปยังรถกระบะรับจ้างที่จอดรออยู่ เปิดประตูขึ้นไปนั่งโดยไม่แม้แต่จะชายตามองกลับมาที่คฤหาสน์หลังโตอีกเลย เสียงเครื่องยนต์คำรามเบาๆ ก่อนจะเคลื่อนตัวออกไปปล่อยให้ฝุ่นตลบอบอวล และปล่อยให้อคินทร์ยืนแข็งค้างอยู่กลางแสงแดดจ้า ร่างกายชาดิกราวกับถูกสายฟ้าฟาดซ้ำซาก ความโดดเดี่ยวและสำนึกผิดถาโถมเข้าใส่จนเข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น
ในขณะที่อคินทร์กำลังจะพังทลายลงกับความโง่เขลาของตัวเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทก็แผדเสียงดังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง มือหนาสั่นเทาหยิบมันขึ้นมาด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ เผื่อว่าจะเป็นเธอ... เผื่อว่าจะเป็นสายจากภรรยาที่โทรมาบอกว่าทั้งหมดคือความฝัน
"ว่าไง..." เขากรอกเสียงรับด้วยความหมดแรง
("คุณอคินทร์คะ... ดิฉันพราวเองค่ะ ตอนนี้พราวอยู่ที่โรงพยาบาล... แล้วก็... มีเรื่องด่วนที่สุดเกี่ยวกับคุณรินรดาและเด็กในท้องที่เธอพยายามปกปิดมาตลอด... เรื่องที่คุณจะต้องช็อกจนตายแน่ๆ ค่ะ") เสียงหวานหยาดเยิ้มของพราวพิชชาเอ่ยลอดมาตามสาย พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท
อคินทร์เบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกในอกเมื่อได้ยินชื่อของอดีตคนรักเก่า พร้อมกับลางสังหรณ์มรณะที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจอย่างช้าๆ
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
"ละอองดาวเดือนเก้า"
หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมา•ตอนที่ 3
ทางใครทางมัน
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!