หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมา•ตอนที่ 4

หนึ่งปีผ่านไป

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
“แม่จ๋า... ลูกบอลของอลันไปโน่นแล้วครับ!” เสียงใสแจ๋วที่เจือความขี้อ้อนดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมยีนส์สีซีดที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาซบลงกับเรียวขาของหญิงสาว รินรดาละสายตาจากหน้าจอแท็บเล็ตที่กำลังร่างแบบเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่ รอยยิ้มละมุนละไมผุดขึ้นบนเรียวปากอิ่มทันทีที่ได้เห็นดวงหน้าจิ้มลิ้มที่ถอดแบบมาจากเธอราวกับแกะ—เว้นเสียแต่ดวงตากลมโตเป็นประกายดื้อรั้นคู่นั้น ที่มักจะทำให้หัวใจของเธอไหววับทุกครั้งยามเผลอมอง เพราะมันช่างฉายภาพเงาสะท้อนของใครบางคน... คนที่เธอพยายามฝังกลบไว้ในหลุมศพแห่งความทรงจำมาตลอดสามร้อยหวัน “ไหนคะ คนเก่งของแม่ ทำไมซุ่มซ่ามแบบนี้ล่ะหื้ม” รินรดาย่อตัวลงคุกเข่าบนพื้นพรมขนฟู นุ่มมือ ใช้ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมหยักศกเล็กน้อยที่ปรกลงมาเคลោងหน้าผากมนของลูกชายเบาๆ อย่างทะนุถนอม หนึ่งปีเต็ม... สามร้อยหวกว่าวันที่เธอหอบท้องแก่ใกล้คลอดหนีจากขุมนรกแห่งการแต่งงานไร้รักมาตั้งรกรากใหม่ในเมืองเล็กๆ ริมชายฝั่งทะเลออสเตรเลีย เมืองที่ไม่มีใครรู้จักเธอ ไม่มีอคินทร์ ประธานหนุ่มผู้เย็นชาไร้หัวใจ และไม่มีพราวพิชชาผู้หญิงที่คอยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอให้จมดิน ที่นี่... เธอเป็นเพียงแม่งูหวงไข่ผู้สร้างโลกใบเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะให้เด็กชายอลัน ลูกชายผู้เป็นดั่งดวงใจและลมหายใจเดียวของเธอ “ก็มันกลิ้งหนีอลันนี่นา ลูกบอลใจร้าย” เด็กน้อยวัยสามขวบทำแก่งอน แก้มป่องๆ พองลมอย่างน่ารักน่าเอ็นดู จนคนเป็นแม่ต้องหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้รอยแผล รอยยิ้มที่มาจากก้นบึ้งของหัวใจอย่างแท้จริง ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา รินรดาพิสูจน์ให้ตัวเองเห็นแล้วว่า ผู้หญิงที่เคยอ่อนแอและร้องไห้ฟูมฟายในคืนที่ฝนพรำคนนั้น ได้ตายไปพร้อมกับการหย่าร้างที่เธอเป็นฝ่ายยื่นคำขาด ทิ้งทะเบียนสมรสที่ไร้ค่าไว้บนโต๊ะทำงานของอคินทร์ พร้อมกับหัวใจที่ด้านชาเกินกว่าจะเจ็บปวดอีกต่อไป เธอเริ่มต้นใหม่ด้วยสองมือและสมอง ใช้ฝีมือด้านการออกแบบแฟชั่นที่เคยถูกสามีมองว่าเป็นเพียงงานอดิเรกไร้สาระ ไต่เต้าจนตอนนี้แบรนด์เสื้อผ้าเด็กออร์แกนิกของเธอ ‘Rin & Alan’ เริ่มเป็นที่รู้จักและมีออเดอร์จากทั่วโลก ชีวิตที่เคยบีบคั้นราวกับอยู่ในกรงเหล็ก บัดนี้กว้างใหญ่และอิสระเสรี “ไปครับ เดี๋ยวแม่พาไปหยิบลูกบอลนะ แล้วเราแวะซื้อไอศกรีมรสโปรดของเด็กดื้อดีไหมเอเย่นต์น้อย” “เย้! รักแม่ที่สุดเลยครับ!” ด.ช.อลันกระโดดโลดเต้นจนตัวลอย ก่อนจะโผเข้ากอดคอมารดาแน่น ฝังจมูกโด่งรั้นลงบนแก้มเนียนฟอดใหญ่ตามประสาเด็กช่างเอาใจ รินรดากุมมือเล็กนิ่มนั้นไว้แน่น ความอิ่มเอมใจแผ่ซ่านไปทั่วทรวงอก ความเจ็บปวดในอดีตถูกแทนที่ด้วยความสุขสงบที่เธอไขว่คว้ามาได้ด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา ในโลกใบนี้... ขอแค่มีลูกชายอยู่เคียงข้าง เธอไม่ต้องการสิ่งใดอีกแล้ว อดีตสามีคนนั้นจะใช้ชีวิตอย่างไร จะสุขสบายหรือกรีดร้องบนกองเงินกองทองขนาดไหน เธอก็ไม่เคยใส่ใจและไม่เคยคิดจะเหลียวหลังกลับไปมองอีก แต่ทว่า... โชคชะตากลับชอบเล่นตลกกับมนุษย์ในวันที่เราคิดว่าทุกอย่างกำลังจะเข้ารูปเข้ารอย ยามบ่ายของวันหยุดสุดสัปดาห์ รินรดาลูกจูงมือลูกชายเดินเล่นรับลมหนาวริมทะเลสาบใจกลางเมือง ทิวทัศน์รอบตัวงดงามราวกับภาพวาด ผู้คนเดินขวักไขว่ แต่สายตาของเธอกลับคอยระแวดระวังไม่ให้อลันคลาดสายตา ทว่าในจังหวะที่เธอก้มลงผูกเชือกรองเท้าผ้าใบให้ลูกชาย เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่ฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำส่วนลึก ก็ลอยละลิ่วมาตามกระแสลมหนาว—น้ำเสียงที่ต่อให้ผ่านไปอีกสิบปี เธอก็ไม่มีวันลืม *“รินรดา... อยู่ที่ไหน เธอกล้าดียังไงถึงหนีฉันไปซ่อนตัวนานขนาดนี้”* หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ เลือดในกายเย็นเฉียบลงฉับพลัน ราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็งขั้วโลก มือที่กำลังผูกเชือกรองเท้าชะงักค้าง ความหวาดกลัวที่เคยคิดว่าถูกกำจัดจนหมดสิ้น กลับพุ่งพล่านขึ้นมาเกาะกุมขั้วหัวใจอย่างบ้าคลั่ง เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกบังคับด้วยกลไก ท่ามกลางผู้คนมากมายที่เดินสวนกันไปมา ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทสีเข้มสั่งตัดพิเศษที่ดูขัดกับบรรยากาศสบายๆ ของเมืองตากอากาศแห่งนี้กำลังยืนนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นจดจ้องมาที่เธอและลูกชายราวกับสัตว์ป่าที่พบเหยื่ออันโอชะ อคินทร์... เขายืนอยู่ที่นั่น ห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าว! ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเย็นชาและหยิ่งทะนงบัดนี้ดูอิดโรย ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำและเต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการตามหาเธอมาแรมปี แต่สิ่งที่ทำให้รินรดาแทบหยุดหายใจ ไม่ใช่การปรากฏตัวราวกับภูตผีของอดีตสามี... แต่เป็นสายตาคมปลาบของเขาที่กำลังเลื่อนต่ำลง มองสำรวจเด็กชายอลันที่ยืนเอียงคอสงสัยอยู่ข้างกายเธอ ความเงียบงันแผ่ขยายเข้าปกคลุมรอบตัวราวกับเวลาถูกหยุดไว้ อคินทร์ก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว... ทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่ละย่างก้าวหนักแน่นราวกับค้อนที่ทุบลงกลางใจของรินรดา และก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งตัว หรือดึงลูกชายวิ่งหนี อคินทร์ก็หยุดยืนอยู่ตรงหน้า สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายอลันอย่างพินิจพิเคราะห์ ไล่สายตาตั้งแต่ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น ไปจนถึงรอยยิ้มที่ถอดพิมพ์เดียวกับเขาไม่ผิดเพี้ยน ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ก่อนที่เสียงแหบพร่าจะหลุดลอดออกมาจากลำคอของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล น้ำเสียงที่สั่นเครือและเต็มไปด้วยประกายตาดุดันที่ไม่อาจปิด “เด็กคนนี้... ลูกของใคร ทำไมหน้าตาถึงได้ถอดแบบฉันมาขนาดนี้... รินรดา!” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครด้วยกันนะคะ ละอองดาวเดือนเก้าซาบซึ้งในทุกกำลังใจจริงๆ ค่ะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%