เสียงหัวเราะคิกคักใสกระจ่างดั่งกระดิ่งเงินของเด็กน้อยวัยสามขวบ ดังแทรกผ่านรอยแง้มของบานประตูห้องนั่งเล่นเข้ามา ขับไล่ความอึมครึมในอากาศให้เจือจางลง แต่มันกลับไม่สามารถลบเลือนความตึงเครียดที่ยังคงเกาะกุมหัวใจของรินรดาได้เลยแม้แต่น้อย
หญิงสาวก้มมองรอยแผลเป็นจางๆ บนข้อมือของตนเอง สัมผัสอุ่นร้อนจากนิ้วเรียวเล็กของดวงใจทั้งดวงที่กำลังเอื้อมมาแตะเบาๆ ทำให้เธอต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึก เพื่อเรียกสติและรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดกลับคืนมาบนใบหน้า
"คุณแม่ขา... น้าอคินท์เก่งจังเลยค่ะ ต่อเลโก้เป็นรูปปราสาทหลังใหญ่ให้ลันด้วย"
ด.ช.อลันวิ่งเตาะแตะเข้ามาซบลงที่เรียวขาของมารดา ดวงตากลมโตใสแป๋วทอประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้น มือเล็กๆ ข้างหนึ่งถือตัวต่อพลาสติกสีฟ้าไว้แน่น รินรดาย่อกายลงนั่งคุกเข่าเสมอกับลูกชาย ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ปรกลงมาเคลียร์หน้าผากมนของเด็กน้อยด้วยความรักล้นปรี่
เธอนิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตาเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวตามมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า อคินทร์ในยามนี้ไม่มีมาดประธานหนุ่มผู้เย็นชาและเย่อหยิ่งคนเดิมหลงเหลืออยู่เลย สูทราคาแพงถูกถอดออก พับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นมาจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นรอยเปื้อนฝุ่นเล็กน้อยจากการนั่งคลุกเข่าวาดรูปและต่อเลโก้ร่วมกับเด็กชายตัวน้อยบนพรมขนฟู
สายตาคมกริบที่เคยใช้มองเธอนิ่งสนิทด้วยความหมางเมินในอดีต บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเวทนาสำนึกผิด และประกายความหวังอันเปราะบางที่พยายามซ่อนไว้ไม่ให้มิด
"น้องอลันอยากเล่นต่อเหรอครับ เดี๋ยวคุณพ่อ... เอ่อ พี่ต่อให้ต่อไหมครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง สรรพนามที่เปลี่ยนไปสะท้อนถึงความพยายามที่จะลดช่องว่างระหว่างเขากับเด็กชายอย่างถึงที่สุด
รินรดาลอบกลืนก้อนสะอื้นที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอก ความเจ็บปวดจากอดีตยังคงกรีดลึกในความทรงจำ เธอยังไม่ลืม... ไม่มีวันลืมรอยแผลทั้งทางร่างกายและจิตใจที่ผู้ชายคนนี้เคยฝากฝังไว้ รอยน้ำตา ความโดดเดี่ยว และความหวาดกลัวในคืนวันที่เธอต้องอุ้มท้องเผชิญโลกกว้างเพียงลำพัง ทุกอย่างยังคงเด่นชัดราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
ทว่า... เมื่อเธอก้มมองรอยยิ้มบริสุทธิ์ของลูกชาย ที่กำลังหัวเราะร่าเริงขณะดึงมือแกร่งให้อีกฝ่ายนั่งลงเล่นด้วยกัน หัวใจของความเป็นแม่ก็พลانอ่อนยวบลงอย่างช่วยไม่ได้
เด็กผู้ชายคนนี้สมควรได้รับความอบอุ่นจากผู้เป็นพ่ออย่างเต็มเปี่ยม อลันไม่ควรต้องมาแบกรับความบาดหมางของผู้ใหญ่ และเธอก็ไม่อาจใจร้ายพอที่จะตัดขาดสายใยสายเลือดนี้ได้ลงคอ
"ถ้าคุณอยากจะอยู่เล่นกับลูก... ก็เชิญค่ะ" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าแฝงไปด้วยขอบเขตที่ชัดเจน "แต่อย่าลืมสถานะของเราตอนนี้ ว่าเราเป็นอะไรกัน และคุณมีสิทธิ์แค่ไหนในบ้านหลังนี้"
อคินทร์ชะงักไปเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบด้วยความเจ็บแปลบ คำพูดเรียบง่ายแต่มืดมนนั้นบาดลึกยิ่งกว่าคมมีด แต่เขากลับไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยปากแย้ง ร่างสูงพยักหน้ารับช้าๆ แววตาไหวระริกด้วยความสำนึกผิดอย่างสุดซึ้ง
"พี่... ขอบคุณนะริน ขอบคุณที่ให้โอกาสพี่ได้ทำหน้าที่พ่อ"
ตลอดช่วงบ่าย บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่แปลกประหลาด ภาพของอคินทร์ผู้ไม่เคยจับต้องงานบ้านงานเรือน ยอมปล่อยให้เด็กชายตัวน้อยเอาสติ๊กเกอร์รูปดาวสีทองมาแปะเต็มแก้มสากระคาย รวมถึงการนั่งฟังนิทานปรัมปราด้วยความตั้งใจจริง ทำให้รินรดายืนมองผ่านขอบประตูกระจกด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอยังคงรักษาระยะห่าง ไม่เปิดใจรับความรู้สึกรักใคร่ใดๆ กลับคืนมาง่ายๆ แต่เธอก็ยอมเปิดประตูให้อดีตสามีคนนี้ได้ก้าวเข้ามาใกล้ชิดลูกชายมากขึ้น ในฐานะ "พ่อของลูก" เท่านั้น
จนกระทั่งยามเย็นเยือน แสงอาทิตย์สีส้มอมแดงสาดส่องผ่านกระจกหน้าต่าง อาหารมื้อค่ำเรียบง่ายถูกจัดเตรียมไว้บนโต๊ะ อคินทร์พยายามช่วยหยิบจับโน่นนี่อย่างเก้ๆ กังๆ จนรินรดาต้องแอบถอนหายใจด้วยความระอาปนเอ็นดูเล็กน้อย
ทว่า ความสงบสุขชั่วคราวนั้นกลับต้องสะดุดลง เมื่อเสียงกริ่งประตูหน้าห้องพักหรูหราดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายบรรยากาศอันอบอุ่นให้พังทลายลงในพริบตา
รินรดากำช้อนในมือแน่น หันไปมองหน้าอคินทร์ที่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินตรงไปยังประตูกระจกนิรภัยเพื่อส่องดูว่าแขกยามวิกาลคือใคร
ทันทีที่บานประตูเปิดออก อคินทร์ก็ต้องผงะถอยหลังด้วยความตกใจ เมื่อร่างระหงในชุดเดรสยาวสีแดงเพลิงของพราวพิชชาพุ่งพรวดเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มอย่างประณีตบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและจิตวิปริตที่ซ่อนไม่มิด
"พี่อคินทร์! คุณมาทำอะไรที่นี่คะ! คุณโกหกฉันว่ามีประชุมด่วน แต่ที่แท้ก็แอบมานังสำราญอยู่กับนังผู้หญิงหน้าด้านคนนี้กับเด็กนี่เองเหรอ!"
เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังก้องไปทั่วห้อง ทำให้อลันสะดุ้งโหยงร้องไห้งอแงด้วยความตกใจ รินรดารีบพุ่งเข้าไปโอบกอดปลอบโยนลูกชายไว้แนบอกทันที ดวงตาคู่สวยตวัดมองผู้บุกรุกด้วยความเย็นชาและกราดเกรี้ยว
"ออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้ค่ะ พราวพิชชา!" รินรดาลุกขึ้นยืน เปล่งเสียงกร้าวด้วยความเหลืออด
พราวพิชชาหัวเราะเสียงแหลมอย่างน่าสมเพช ดวงตาแดงก่ำด้วยพิษริษยา นางกวาดสายตามองไปทั่วห้องก่อนจะพ่นคำพูดที่ทำให้อคินทร์หน้าซีดเผือด
"คิดเหรอว่าฉันจะยอมถอยง่ายๆ! ในเมื่อพี่อคินทร์มันโง่นัก ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนกระชากหน้ากากนังรอดรดาและไอ้เด็กเวรนี่ให้พังกันไปข้าง!"
ว่าแล้ว พราวพิชชาก็ควักโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ออกมาจากกระเป๋าสะพาย ชูหน้าจอที่มีคลิปวิดีโอลับและภาพเอกสารบางอย่างขึ้นสูง พร้อมส่งยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก
"คลิปเสียงที่สั่งให้จัดการแกเมื่อสามปีก่อน และผลตรวจ DNA ตัวจริงที่ฉันแอบไปขโมยมาจากโรงพยาบาล... ตอนนี้มันถูกส่งต่อไปยังสำนักข่าวและตำรวจเรียบร้อยแล้วค่ะคุณอคินทร์! อยากรู้จังว่าถ้านักข่าวรู้ว่าประธานหนุ่มผู้สูงส่งมีลูกชู้ซุกซ่อน หุ้นในตลาดหลักทรัพย์จะร่วงลงไปกองที่พื้นลึกแค่ไหน!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ละอองดาวเดือนเก้ามาโดยตลอดนะคะ
หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมา•ตอนที่ 28
ให้อภัยแต่ไม่ลืม
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!