กลิ่นอายความอับชื้นของฝนที่เพิ่งซาลงบนถนนสายเก่าของเมืองรองในภาคเหนือ ไม่ได้ทำให้ความหงุดหงิดในใจของอคินทร์เจือจางลงเลยแม้แต่น้อย
แฟ้มเอกสารสัญญาซื้อขายที่ดินแปลงใหญ่ถูกโยعลงบนเบาะหนังด้านข้างอย่างไม่ใส่ใจ นิ้วเรียวยาวนวดคลึงขมับตัวเองเบาๆ เพื่อขับไล่ความปวดตุบที่เล่นงานมาตั้งแต่ลงจากเครื่องบิน ประธานหนุ่มผู้ไม่เคยต้องเดินทางมาสะสางงานระดับภูมิภาคด้วยตัวเอง ต้องยอมเสียเวลาอันมีค่ามาติดแห็กอยู่ ณ เมืองสงบแห่งนี้ เพียงเพราะความผิดพลาดของทีมเจรจาภาคสนาม
เขากวาดสายตาคมกริบมองออกไปนอกกระจกรถยนต์คันหรู บรรยากาศรอบตัวช่างแตกต่างจากตึกระฟ้าและตารางเวลาอันเคร่งเครียดในเมืองหลวงอย่างสิ้นเชิง ผู้คนเดินขัดตาทัพด้วยจังหวะชีวิตที่ช้าลง ร้านรวงริมทางเปิดเพลงคลอเบาๆ ชวนให้รู้สึกระคายหูในความรู้สึกของคนที่คุ้นชินแต่เสียงประท้วงของตลาดหุ้น
"คุณอคินทร์จะรับกาแฟเพิ่มไหมคะ เดี๋ยวฉันให้ทางโรงแรมจัดส่งขึ้นไปให้ที่ห้องประชุมช่วงบ่าย" เลขานุการสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง พร้อมกับยื่นแท็บเล็ตรายงานตารางนัดหมายให้
"ไม่ต้อง... ผมอยากพักผ่อนก่อน คุณจัดการเรื่องเอกสารให้เรียบร้อยก็พอ" อคินทร์ตอบรับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาคมปลาบยังคงทอดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย
กระทั่งสายตาคมกริบสะดุดเข้ากับภาพเบื้องหน้า... ภาพที่ทำให้ลมหายใจของมหาเศรษฐีหนุ่มสะดุดกึกไปชั่วขณะ
ณ เบื้องข้ามถนน บริเวณหน้าคาเฟ่สไตล์มินิมอลที่มีไอหมอกจางๆ ลอยคลอเคลีย ร่างเพรียวบางในชุดเดรสยาวผ้าลินินสีครีมกำลังก้มลงย่อตัวผูกเชือกรองเท้าให้เด็กชายตัวน้อยคนหนึ่ง ท่าทางนั้น นุ่มนวล อ่อนโยน และคุ้นตาจนหัวใจของอคินทร์กระตุกวูบอย่างรุนแรง
*รินรดา?*
ความคิดนั้นผุดขึ้นมาในหัวราวกับสายฟ้าแลบ แต่เขาก็รีบปฏิเสธมันทันทีด้วยความอีโก้และเหตุผล รินรดาจะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ในเมื่อผู้หญิงคนนั้นไม่มีแม้แต่เงินเก็บติดตัวหลังจากที่เขาเป็นคนยื่นใบหย่าให้ และเธอเลือกที่จะเดินหันหลังออกไปจากชีวิตเขาเองอย่างไร้เยื่อใยเมื่อหลายเดือนก่อน
ทว่า... จังหวะที่เด็กชายตัวน้อยวัยราวสามขวบเงยหน้าขึ้นหัวเราะคิกคัก พร้อมกับยื่นมือป้อมๆ ไปคว้าชายเสื้อของหญิงสาวเพื่อชวนเข้าร้านขนมหวาน ใบหน้านั้น... ใบหน้าด้านข้างที่สะท้อนกับแสงไฟยามบ่ายของเด็กชาย ทำเอาอคินทร์ถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง
ดวงตากลมโต คิ้วหนาเข้มได้รูป และโดยเฉพาะริมฝีปากหยักเล็กนั่น... มันถอดแบบมาจากกระจกเงาของเขาเองไม่มีผิดเพี้ยน!
"จอดรถ..." อคินทร์เอ่ยสั่งเสียงเข้มด้วยความลืมตัว จนคนขับรถสะดุ้งรีบเหยียบเบรกแทบไม่ทัน
"คุณอคินทร์มีอะไรหรือเปล่าคะ?" เลขานุการสาวถามด้วยความตกใจ เมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มผลักประตูรถเปิดออกไปท่ามกลางละอองฝนที่ยังคงโปรยปรายลงมาบางๆ โดยไม่แม้แต่จะหยิบร่ม
อคินทร์ก้าวเท้ายาวๆ ข้ามถนนโดยไม่สนใจเสียงแตรรถที่ดังไล่หลัง หัวใจของเขาเต้นโครมครามอย่างที่ไม่เคยเป็นมา ภายในหูอื้ออึงราวกับมีเสียงคลื่นซัดสาด ความรู้สึกผิด ความสงสัย และความโหยหาที่เขาพยายามกดทับมันไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชามาโดยตลอด กลับระเบิดออกมาพร้อมกันจนควบคุมไม่อยู่
เด็กคนนั้นคือใคร? ทำไมหน้าตาถึงละม้ายคล้ายคลึงกับเขาขนาดนั้น? และใช่... ผู้หญิงคนนั้นคืออดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนไม่เหลือชิ้นดีจริงหรือไม่?
"คุณแม่ครับ! อลันอยากกินอันนั้น อันที่เป็นสตรอเบอร์รี่สีแดงๆ ลูกใหญ่ๆ ครับ!"
เสียงเจื้อยแจ้วใสแจ๋วของเด็กชายดังแว่วมาตามสายลม ขณะที่หญิงสาวกำลังหัวเราะเบาๆ พลางใช้มือเรียวปัดปอยผมที่ปรกลงมาข้างแก้มของลูกชายด้วยความรักใคร่สุดหัวใจ ภาพความอบอุ่นบริสุทธิ์นั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของอคินทร์ จนริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันแน่น
รินรดา... เธอเปลี่ยนไปมาก เธอไม่ได้ดูอ่อนแอและน่าสงสารเหมือนวันที่ถือใบหย่าออกจากคฤหาสน์หลังนั้นอีกแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอในตอนนี้เปล่งประกาย สดใส และงดงามจนหัวใจของอคินทร์เจ็บแปลบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
เขาก้าวเข้าไปใกล้เรื่อยๆ ระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่ก้าว ท่ามกลางผู้คนที่เดินสวนไปมา อคินทร์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน มีเพียงร่างของสองแม่ลูกตรงหน้าเท่านั้นที่ดึงดูดสายตาของเขาไว้ทั้งหมด
*หมับ!*
มือหนาเอื้อมออกไปคว้าไหล่บางของหญิงสาวที่หันหลังให้อยู่โดยสัญชาตญาณ พร้อมกับเปล่งเสียงเรียกที่ติดอยู่ในลำคอออกมาด้วยความสั่นเทา
"ริน..."
หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ร่างเพรียวหมุนตัวกลับมาปะทะกับแผงอกกว้างของอดีตสามีที่เธอไม่ได้เจอหน้ามานานหลายเดือน ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนความหวาดหวั่น ขณะที่ดวงตาคู่สวยฉายแววเยียบเย็นขึ้นมาทันทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยคำถามนับร้อย
"คุณ..." เสียงหวานเอื้อnออกมาได้เพียงแค่นั้น ก่อนที่เธอจะดึงไหล่ตัวเองกลับจากการกอบกุมของเขาอย่างรวดเร็วราวกับโดนของร้อน
ทว่า... ก่อนที่อคินทร์จะได้เอ่ยคำถามใดๆ ที่อัดแน่นอยู่ในอก เด็กชายตัวน้อยที่ยืนอยู่ข้างกายรินรดาก็เอียงคอมองหน้าเขาด้วยความสงสัย ก่อนจะดึงชายกระโปรงของมารดาแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงใสซื่อที่ทำให้อคินทร์แทบหยุดหายใจ
"คุณแม่ครับ... คุณลุงหน้าดุคนนี้ เป็นใครเหรอครับ?ทำไมมองหน้าอลันแปลกจัง..."
ดวงตากลมโตของเด็กน้อยที่มองตรงมา เต็มไปด้วยความไร้เดียงสา แต่มันกลับทรงพลังราวก้อนหินหนักอึ้งที่ทุ่มลงกลางใจของอคินทร์ จนเขาพูดไม่ออก ร่างสูงยืนแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อตระหนักได้ถึงความจริงบางอย่างที่กำลังจะสั่นคลอนโลกทั้งใบของเขาในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
ละอองดาวเดือนเก้าซาบซึ้งใจในทุกยอดวิวและทุกคอมเมนต์ที่ร่วมเดินทางเคียงข้างกันมานะคะ ขอบพระคุณจากใจจริงค่ะ
หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมา•ตอนที่ 6
เจอกันโดยบังเอิญ
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!