หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมา•ตอนที่ 22

บทเรียนราคาแพง

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
เสียงกระดาษแผ่นบางที่ร่วงหล่นลงกระทบพื้นซีเมนต์เย็นเฉียบ ช่างดังราวกับเสียงกัมปนาทที่สั่นคลอนหัวใจของคนที่ยืนอยู่ ณ ที่นั้นให้แหลกสลายเป็นผุยผง พราวพิชชาไม่ได้ซ่อนรอยยิ้มสะใจไว้ภายใต้ความเงียบงันอีกต่อไป ดวงตาที่เคยฉาบไปด้วยความเวทนาจอมปลอม บัดนี้กลับทอประกายหยเหยียดและสมเพชเวทนาจนน่าสะอิดสะเอียน เธอปรายตามองซองเอกสารสีน้ำตาลที่อ้าปากค้าง เผยให้เห็นมุมกระดาษเอกสารทางการแพทย์และรูปถ่ายจำนวนหนึ่งที่ร่วงออกมาปริ่มๆ บนพื้น "อ่านดูสิคะคุณอคินทร์..." น้ำเสียงของพราวพิชชาหวานหยดย้อย ทว่าบาดลึกราวกับอาบยาพิษ "ความจริงที่คุณโง่เขลาเบาปัญญา ปิดหูปิดตาตัวเองมาตลอดสามปี... มันนอนสงบนิ่งอยู่ตรงนั้นแล้วค่ะ" อคินทร์รู้สึกคล้ายมีก้อนสะอื้นจุกแน่นอยู่ที่ลำคอ ลมหายใจของเขาติดขัด ร่างสูงใหญ่ที่เคยสง่างามและหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีกลับสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้ เขาก้มมองซองเอกสารนั้นด้วยความรู้สึกที่เหมือนดิ่งลงสู่เหวลึกอันมืดมิด มือหนาที่เอื้อมออกไปหยิบมันขึ้นมาสั่นระริกราวกับคนเป็นไข้ป่า ทุกตัวอักษรและทุกภาพถ่ายที่ปรากฏแก่สายตาในวินาทีต่อมา เปรียบเสมือนคมมีดนับพันเล่มที่กรีดแทะลงบนเนื้อตัวและหัวใจของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เอกสารประวัติการรักษา... บันทึกทางการแพทย์... และภาพถ่ายหลักฐานการสับเปลี่ยนตัวตนที่ถูกกระทำอย่างเลือดเย็นโดยฝีมือคนที่เขาเคยไว้วางใจที่สุด รินรดา... ผู้หญิงที่เขาตราหน้าว่าหน้าเงิน ไร้ยางอาย และพยายามเกาะกะเหล็ญเขาเพื่อความสบาย แท้จริงแล้วคือเหยื่อผู้บริสุทธิ์ที่ถูกพราวพิชชาและตัวเขาเองร่วมกันย่ำยีจิตใจจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ร่องรอยบาดแผลในอดีต การถูกใส่ร้ายป้ายสี และความจริงที่ถูกบิดเบือน ถูกเปิดโปงออกมาทีละหน้า จนภาพของ ‘คนดี’ ที่อคินทร์สร้างขึ้นมาเพื่อหลอกตัวเองพังทลายลงไม่เป็นท่า "คุณ... คุณทำแบบนี้ทำไม..." เสียงของอคินทร์แหบพร่า ดวงตาคมกริบแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย เขารู้สึกเหมือนโลหิตในกายเย็นเฉียบจนแทบหยุดไหล เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับรินรดา หญิงสาวที่ยืนนิ่งสนิทอยู่เบื้องหน้า รินรดาไม่ได้ร้องไห้ เธอบ่inoแสดงความโกรธเกรี้ยวหรือความสะใจออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย แววตาคู่สวยที่เคยทอแสงอ่อนโยนและเจียมเนื้อเจียมตัวในอดีต บัดนี้กลับว่างเปล่า เยียบเย็น และไร้ซึ่งเยื่อใยใดๆ สิ้นเชิง ความเงียบงันของเธอน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ ในโลก เพราะมันคือเครื่องยืนยันว่า สำหรับผู้หญิงคนนี้... เขาได้ตายไปจากใจเธอนานแล้ว "แม่ฮะ..." เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสามขวบดังขึ้นทำลายความเงียบงันอันน่าอึดอัด ด.ช.อลัน ขยับเข้าไปซบใบหน้ากลมมนเข้ากับชายกระโปรงของมารดา ดวงตากลมโตใสแป๋วคู่นั้นกวาดมองผู้เป็นพ่อด้วยความหวาดระแวงเล็กน้อยตามสัญชาตญาณ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยความไม่เข้าใจ "ทำไมคุณลุงคนนั้นถึงร้องไห้ล่ะฮะ หน้าตาน่ากลัวจัง..." คำพูดไร้เดียงสาของลูกชายราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงกลางกระบาลของอคินทร์ น้ำตาของผู้ชายที่แข็งกระด้างมาตลอดชีวิตร่วงเผาะลงกระทบหลังมืออย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้ ภาพของเด็กชายตัวน้อยที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเขาเสียเหลือเกิน ยิ่งตอกย้ำความโง่เขลาและความบาปหนาที่เขาเป็นคนก่อขึ้นด้วยมือของตัวเอง เขาสูญเสียภรรยาที่รักไป... เขาสูญเสียสิทธิ์ในการเป็นพ่อไป... และที่สำคัญที่สุด เขาสูญเสียโอกาสที่จะได้โอบกอดสายเลือดของตัวเอง เพียงเพราะความเย่อหยิ่งและอคติโง่เง่าในหัวใจ อคินทร์ทรุดกายลงคุกเข่าต่อหน้าสองแม่ลูกทันที เสียงหัวเข่ากระแทกพื้นซีเมนต์ดังสนั่นท่ามกลางความตกตะลึงของพราวพิชชาที่เบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี ยอมลดตัวลงต่ำจนติดดิน เพื่อแลกกับการไถ่โทษในสิ่งที่เขาไม่มีวันลบมันออกไปได้ "ริน..." เสียงของเขาขาดห้วง สั่นพร่า และเต็มไปด้วยความเวทนาจนน่าสมเพช "พี่... พี่ขอโทษ..." รินรดาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างระมัดระวัง ไม่ยอมให้ร่างที่กำลังคุกเข่านั้นแตะต้องชายเสื้อของเธอ เธอก้มมองอดีตสามีด้วยสายตาที่ราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ใดๆ ราวกับกำลังมองก้อนกรวดข้างทางที่ไม่มีค่าควรแก่การใส่ใจ "อย่าเรียกชื่อนั้นเลยค่ะคุณอคินทร์..." น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยความเย็นชา "เพราะคนที่ชื่อรินรดาคนเก่า... ตายไปตั้งแต่คืนวันที่คุณไล่เธอออกจากบ้านอย่างไร้ความปรานีแล้วค่ะ" "พี่ไม่รู้... พี่ถูกมันหลอก..." อคินทร์พยายามเอื้อมมือสั่นเทาไปหมายจะแตะปลายเท้าของเธอ แต่ถูกรินรดาขยับหนีด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง "คำแก้ตัวของคุณ มันไร้ค่าเกินกว่าจะเอามาฟื้นคืนอะไรได้แล้วค่ะ" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันที่มุมปากช่างงดงามและบาดลึก "คุณบอกว่าคุณถูกหลอก งั้นเหรอคะ? แต่คนที่เลือกจะเชื่อคำโกหกและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน... ก็คือตัวคุณเองไม่ใช่หรือไงคะคุณอคินทร์? ความโลภและความโง่เขลาของคุณต่างหาก ที่ทำลายครอบครัวของเราด้วยมือของคุณเอง!" "พ่อฮะ..." ด.ช.อลันขยับตัวเข้ามาบังด้านหน้ารินรดาไว้ด้วยสัญชาตญาณปกป้อง แม้จะยังไม่ประสีประสา แต่เด็กน้อยก็รับรู้ได้ถึงความน่ากลัวและพลังงานอันคุกคามจากผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ "อย่ามาแกล้งคุณแม่นะฮะ! อลันไม่ให้คุณแม่ร้องไห้หรอก!" คำพูดของลูกชายเปรียบเสมือนหมัดฮุกน็อกเข้าที่ลิ้นปี่ของอคินทร์อย่างจัง เขารู้สึกจุกจนพูดไม่ออก หยาดน้ำตาไหลอาบสองแก้มสากอย่างไม่อายฟ้าดิน เขาก้มกราบลงกับพื้นแทบเท้าของลูกชายและอดีตภรรยา ยอมจำนนต่อความผิดบาปที่ตนเองเป็นผู้สร้างขึ้นอย่างไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น พราวพิชชาที่ยืนมองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มรู้สึกหนสันหลังวาบ เมื่อเห็นว่าแผนการที่เธอหวังจะใช้ทำลายล้างรินรดา กลับกลายเป็นบูมเมอแรงย้อนกลับมาทุบหัวอคินทร์จนจมดิน และทำให้ผู้ชายคนนี้สำนึกผิดจนยอมก้มหัวให้ผู้หญิงที่เธอเกลียดชังเข้ากระดูกดำ "คุณอคินทร์! อย่าไปบ้าจี้ตามนังนี่นะคะ!" พราวพิชชาปรี่เข้ามาหมายจะดึงแขนอคินทร์ให้ลุกขึ้น "มันก็แค่แผนเรียกร้องความสนใจ! คุณเป็นถึงประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ จะมาคุกเข่าให้คนชั้นต่ำพวกนี้ทำไมคะ!" "หุบปาก!" อคินทร์ตวาดลั่น ดวงตาดุดันที่ตวัดกลับมามองพราวพิชชาเต็มไปด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว ราวกับซาตานที่พร้อมจะฉีกกระชากอีกฝ่ายให้เป็นชิ้นๆ "เพราะผู้หญิงอย่างเธอ... ฉันถึงเกือบสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตไป!" พราวพิชชาผงถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความตกใจกลัว ใบหน้าถอดสีเมื่อเห็นแววตาที่แท้จริงของอคินทร์ รินรดามองดูภาพความวุ่นวายตรงหน้าด้วยแววตาที่ว่างเปล่า เธออุ้มลูกชายขึ้นแนบอก ก่อนจะหันหลังให้กับอคินทร์ที่ยังคงคุกเข่าร้องไห้ฟูมฟายอยู่เบื้องหลังอย่างไร้เยื่อใย "จบแค่นี้เถอะค่ะคุณอคินทร์..." เสียงของเธอแว่วมาตามสายลม ทิ้งท้ายความเจ็บปวดเจียนตายไว้ให้ชายหนุ่ม "และต่อจากนี้... อย่าได้คิดที่จะก้าวเข้ามาในชีวิตของฉันกับลูกอีกเลย" ร่างระหงก้าวเดินจากไปอย่างมั่นคง ทิ้งให้อคินทร์ทรุดฮวบลงกับพื้น ร่ำไห้อย่างหมดสภาพอยู่คนเดียวท่ามกลางความเงียบงัน ทว่า... ในวินาทีที่รินรดากำลังจะก้าวขึ้นรถยนต์ที่จอดรออยู่ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดยืนขวางทางไว้เสียก่อน พร้อมกับน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มอบอุ่นคุ้นตา "ริน... กลับมาเมืองไทยรอบนี้ ทำไมไม่บอกผมล่ะครับ? ปล่อยให้ผมตามหาตั้งนานรู้ไหม" รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มรูปงามผู้เพิ่งปรากฏตัวขึ้นใหม่—คนที่อคินทร์จำได้แม่นว่าคือศัตรูหัวใจคนสำคัญที่บินตามเธอกลับมาเพื่อทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่าง! - ละอองดาวเดือนเก้า - (ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%