หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมา•ตอนที่ 24

ปกป้องคนของหัวใจ

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
แสงแฟลชจากสื่อมวลชนหลายร้อยชีวิตสาดประทะเข้ามาจนทัศนียภาพเบื้องหน้าพร่าพรายราวกับละอองดาวที่แตกกระจาย ทว่าอคินทร์กลับไม่ได้กะพริบตาหรือเบือนหนีแม้แต่น้อย ร่างสูงสง่าในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีตยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าไมโครโฟนนับสิบตัว ณ ห้องจัดแถลงข่าวของอาคารใหญ่ใจกลางเมือง ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณชั่วพริบตา เมื่อประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเย็นชาและไม่เคยตกเป็นข่าวเรื่องส่วนตัว ยกมือขึ้นปัดป้องความสนใจทั้งหมดมาไว้ที่ตัวเขาเอง "ผมไม่ได้มาเพื่อแก้ตัว..." น้ำเสียงทุ้มต่ำกังวานและเปี่ยมด้วยอำนาจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันนั้นลงอย่างเฉียบขาด ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของรินรดา ซึ่งยืนอุ้มเด็กชายตัวน้อยอยู่ไม่ไกลจากมุมเวที ร่างกายของหญิงสาวสั่นเทาน้อยๆ ด้วยความประหม่า ทว่ามือเรียวที่โอบกอดบุตรชายไว้แนบอกกลับกระชับแน่นอย่างมั่นคง ในอดีต รินรดาเคยเป็นเพียงเงาที่ถูกซุกซ่อนไว้เบื้องหลังความสำเร็จของเขา เป็นภรรยาที่ไร้ตัวตนในสายตาของสังคม และเป็นคนที่เขาเคยคิดจะผลไสให้พ้นทางอย่างไร้เยื่อใย แต่วันนี้... บนพื้นที่สาธารณะแห่งนี้ ผู้ชายคนเดิมที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอกลับประกาศกร้าวต่อหน้าคนทั้งประเทศด้วยความภาคภูมิใจ "ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับสถานะครอบครัวของผม รวมถึงข้อครหาที่พาดพิงถึงผู้หญิงคนหนึ่งและเด็กผู้ชายบริสุทธิ์ วันนี้ผมขอใช้พื้นที่ตรงนี้ยืนยันความจริงด้วยเกียรติทั้งหมดที่ผมมี" อคินทร์หยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย สายตาของเขาเปลี่ยนจากความดุดันเป็นความอ่อนโยนอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน "รินรดาคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผม และ... เด็กชายอลัน คือบุตรชายแท้ๆ ของผมครับ" เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นราวกับคลื่นลมมรสุม นักข่าวต่างแย่งกันลั่นชัตเตอร์จนแสงไฟกะพริบถี่ระรัวยิ่งกว่าเดิม พราวพิชชาที่ยืนแอบมองเหตุการณ์อยู่หลังเสาต้นใหญ่ถึงกับหน้าถอดสี มือที่กำกระเป๋าถือแน่นจนข้อต่อปูดโปน ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความริษยาและแค้นเคืองจนแทบจะแผดเผาทุกอย่างรอบตัวให้เป็นจุล อคินทร์ไม่สนใจเสียงอึกทึกครึกโครมรอบกายแม้แต่น้อย เขาก้าวเท้ายาวๆ ลงจากเวที เดินตรงไปยังจุดที่รินรดายืนอยู่ ท่ามกลางการจับจ้องของสายตานับร้อยคู่ ร่างสูงคุกเข่าลงข้างหนึ่งเบื้องหน้าภรรยาและลูกชาย ภาพนั้นทำให้ลมหายใจของคนทั้งห้องราวกับสะดุดกึกลงไปพร้อมกัน "พ่อครับ..." เสียงใสแจ๋วของเด็กชายอลันเอ่ยทักทายผู้เป็นพ่อด้วยความไร้เดียงสา เจ้าตัวเล็กเอียงคอมองอคินทร์ด้วยดวงตากลมโตคู่สวยที่ถอดแบบมาจากมารดาไม่มีเพี้ยน อคินทร์ระบายยิ้มออกมาเป็นครั้งแรก ยิ้มที่ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจอย่างไร้การเสแสร้ง มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยยื่นไปสัมผัสแก้มนุ่มนิ่มของลูกชายเบาๆ ก่อนจะเลื่อนขึ้นโอบกอดร่างเล็กนั้นเข้าสู่อ้อมอกอย่างทะนุถนอม "ครับคนเก่ง... พ่ออยู่นี่แล้ว" อคินทร์กระซิบเสียงพร่า ดวงตาคมคู่โศกเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสระเรื่ออย่างไม่อายฟ้าดิน ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจตลอดหลายปีที่ผ่านมาเสมือนถูกชำระล้างด้วยอ้อมกอดอุ่นๆ ของลูกชายและกลิ่นหอมสะอาดจากตัวของรินรดา เขารู้ดีว่าคำขอโทษนับล้านคำก็ไม่เพียงพอที่จะทดแทนหยาดน้ำตาที่รินรดาเคยเสียไป แต่ในวินาทีนี้ เขาสัญญา กับตัวเองแล้วว่าจะใช้ลมหายใจที่เหลือทั้งหมดปกป้องสองแม่ลูกคู่นี้จากอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่ามันจะมาจากใครหน้าไหนก็ตาม รินรดามองภาพสามีที่กำลังกอดลูกชายด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย คลื่นอารมณ์ทั้งตื้นตัน หวาดหวั่น และโล่งใจตีรวนอยู่ในอก หัวใจดวงน้อยที่เคยด้านชาและปิดตายค่อยๆ ถูกไออุ่นจากความจริงใจหลอมละลายลงทีละน้อย เธอยังไม่พร้อมที่จะลืมความเจ็บปวดในอดีตจนหมดสิ้น แต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หัวใจส่วนลึกยังคงโหยหาความอบอุ่นนี้มาเนิ่นนานเพียงใด อคินทร์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาภรรยา สายตาคู่นั้นเว้าวอนและเต็มไปด้วยความสำนึกผิดอย่างสุดซึ้ง เขายื่นมืออีกข้างหนึ่งไปกุมมือเรียวบางของเธอไว้แน่น ฝ่ามือที่อบอุ่นและคุ้นเคยถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดส่งผ่านไปยังหัวใจของเธอ "ริน... ขอบคุณที่อดทนเพื่อลูก และขอบคุณที่ให้โอกาสผู้ชายเลวๆ คนนี้ได้กลับมาทำหน้าที่สามีและพ่ออีกครั้งนะคะ" สรรพนามที่เขาใช้เรียกและน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนน่าใจหายทำให้รินรดาเกือบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ "คุณอคิน..." รินรดาเอמהเสียงสั่นเครือ เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก ท่ามกลางแสงแฟลชที่สาดส่องเข้ามาไม่ขาดสาย เธอกลับไม่รู้สึกหวาดกลัวอีกต่อไป เพราะอ้อมแขนของอคินทร์ในตอนนี้เปรียบเสมือนเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ทว่า ในขณะที่บรรยากาศความรักความอบอุ่นกำลังแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วห้องแถลงข่าว เสียงปรบมือเยาะเย้ยอันแหลมสูงก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางด้านหลัง ทำให้ทุกคนต้องหันไปมองเป็นตาเดียว "โอ้โห... ภาพครอบครัวสุขสันต์นี้น่าประทับใจเสียจริงค่ะคุณอคินทร์" พราวพิชชาเดินแหวกกลุ่มนักข่าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ดวงตาที่อาบด้วยเครื่องสำอางราคาแพงจ้องมองรินรดาด้วยความอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะหันไปสบตากับชายหนุ่มผู้เป็นอดีตคนรัก อคินทร์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงบังร่างของภรรยาและลูกชายไว้ทันที รัศมีเย็นชาแผ่ซ่านออกจากตัวเขาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก "พราวพิชชา คุณมาทำอะไรที่นี่?" "ถ้าฉันไม่มา ฉันคงพลาดเรื่องสนุกๆ แย่เลยสิคะ..." พราวพิชชากระตุกยิ้มมุมปาก หยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูขึ้นมาโบกไปมาเบื้องหน้าสื่อมวลชน "คุณประกาศกร้าวว่ารักครอบครัวนักหนา แต่คุณลืมไปแล้วหรือคะว่า... ใบหย่าระหว่างเราสองคน กับพินัยกรรมฉบับสุดท้ายของคุณพ่อคุณ มันยังไม่ได้ถูกเคลียร์ให้เรียบร้อยดีเลยนะคะ!" สิ้นคำพูดนั้น ห้องแถลงข่าวที่เคยอบอุ่นกลับพลันเย็นเยียบลงทันตาเห็น รินรดาหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินคำว่า 'ใบหย่า' และ 'พินัยกรรม' ในขณะที่อคินทร์ขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวขั้นสุด (ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ) - ละอองดาวเดือนเก้า
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%