กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าที่ลอยอวลอยู่ในห้องทำงานกว้างขวางของอคินทร์ ไม่ใช่กลิ่นที่รินรดารู้จัก... และไม่มีวันคุ้นชิน
นิ้วเรียวที่กำลังถือแฟ้มเอกสารรายงานการประชุมสั่นระริกโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกยามกวาดมองภาพเบื้องหน้า ประตูห้องพักรับรองด้านในที่ควรจะปิดสนิท กลับเปิดแง้มออกไว้เพียงเล็กน้อย ทว่ามันมากพอจะเผยให้เห็นร่างเพรียวระหงของพราวพิชชาที่กำลังยืนโน้มตัวแนบชิดอยู่กับแผ่นอกกว้างของอคินทร์ โดยมีเสื้อสูทเนื้อดีของเขาคลุมไหล่เปลือยเปล่าไว้อย่างหมิ่นเหม่
"คุณคินคะ... พราวเจ็บตรงนี้เหลือเกินค่ะ" เสียงหวานหยาดเยิ้มเอื้อนเอ่ยพร้อมกับมือเรียวที่จงใจลูบไล้ลงบนแผงอกแกร่งอย่างออดอเซาะ ราวกับคนทั้งคู่เพิ่งผ่านช่วงเวลาอันเร่าร้อนและลึกซึ้งร่วมกันมาหมาดๆ
รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก หัวใจดวงน้อยกระหน่ำตีอกข้างซ้ายจนเจ็บแปลบ ราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงซ้ำๆ ที่รอยแผลเก่าซึ่งยังไม่ทันจะสมานดี ภาพความพยายามทั้งหมดที่เธอตั้งใจจะก้าวเข้ามาเริ่มต้นใหม่ในฐานะเพื่อนร่วมงาน และความหวังลมๆ แล้งๆ ที่ว่าอคินทร์อาจจะเปลี่ยนไป... พังทลายลงในเสี้ยววินาทีนั้นเอง
โง่... เธอช่างโง่เขลาเสียจริงที่คิดว่าเสือร้ายอย่างเขาจะยอมสิ้นลาย ดอกไม้ริมทางอย่างเธอ มีหรือจะสู้ดอกไม้พิษที่เขาเคยหลงใหลในอดีตได้
"ออกไปก่อน พราว..." เสียงทุ้มต่ำของอคินทร์เอ่ยขึ้นอย่างแหบพร่า ร่องรอยความกระวนกระวายฉายชัดอยู่ในแววตาคมกริบ เขายังไม่ทันได้ผลักร่างบางออกทันทีที่เสียงเคาะประตูดังขึ้น เพราะมัวแต่ยุ่งกับการแกะมือระคนวุ่นวายของหญิงสาวที่จงใจเรียกร้องความสนใจ
ทว่า ทุกอย่างมันสายเกินไปสำหรับรินรดาเสียแล้ว
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ เธอดันบานประตูให้เปิดกว้างขึ้นด้วยมือข้างที่ไม่สั่นเทา รอยยิ้มเยือกเย็นและห่างเหินถูกยกขึ้นประดับบนเรียวปากสวยทันทีที่สบตากับร่างสูงที่ผละออกจากอ้อมกอดของพราวพิชชาด้วยความตกใจ
"ขอโทษที่ดิฉันเข้ามาขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวของท่านประธานค่ะ" น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากของรินรดา มันเย็นชาเสียจนอคินทร์รู้สึกหนลาบไปถึงขั้วหัวใจ
"ริน..." อคินทร์ก้าวเท้าพรวดพราดเข้ามาหาเธอทันที ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่องรอยความร้อนรุ่มเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเมื่อเห็นประกายความผิดหวังและรังเกียจที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่สวยของอดีตภรรยา "มันไม่ใช่แบบที่คุณกำลังคิดนะ ฟังผมก่อน..."
"มีอะไรต้องฟังอีกหรือคะคุณอคินทร์?" รินรดายกมือขึ้นห้าม ป้องกันไม่ให้ปลายนิ้วของเขาแม้แต่จะเฉียดเข้าใกล้ตัวเธอ สายตาคมปลาบกวาดมองสภาพของคนทั้งคู่อีกครั้งด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน "หลักฐานคาตาเสียขนาดนี้ ต่อให้คุณแก้ตัวว่ากำลังทำการกุศล ดิฉันก็คงหูหนวกตาบอดมากที่จะเชื่อค่ะ... เชิญตามสบายนะคะ ดิฉันแค่นำเอกสารมาวางไว้ตามหน้าที่ หมดธุระของดิฉันแล้วค่ะ"
"รินรดา!" อคินทร์คำรามต่ำด้วยความร้อนรน มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวของเธอไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณ พราวพิชชาที่ยืนอยู่ด้านหลังลอบยิ้มเยาะอย่างได้ใจ แววตาคมปลาบฉายแววผู้ชนะอย่างปิดไม่มิด
รินรดาก้มมองมือหนาที่พันธนาการข้อมือเธอไว้ เธอบอกตัวเองว่าต้องไม่ร้องไห้ เธอจะไม่ยอมเสียน้ำตาให้กับผู้ชายมักมากเห็นแก่ตัวคนนี้อีกเป็นครั้งที่สอง ความเจ็บปวดในอดีตสอนให้เธอกลายเป็นคนแข็งแกร่ง และวันนี้... กำแพงในใจเธอกลับสูงตระหง่านยิ่งกว่าเดิม
"ปล่อยค่ะ... ถ้าไม่อยากให้ดิฉันแจ้งฝ่ายบุคคลข้อหาล่วงเกินพนักงานในเวลางาน" น้ำเสียงเฉียบขาดและแววตาดุดันที่ส่งมาทำให้มือหนาต้องยอมคลายออกโดยอัตโนมัติ อคินทร์ชะงักง้าง คล้ายถูกตบหน้าฉาดใหญ่ด้วยวาจาเชือดเฉือนนั้น
รินรดาหันหลังกลับทันทีโดยไม่แม้แต่จะชายตามองชายหนุ่มอีก ปลายรองเท้าส้นสูงก้าวเดินอย่างมั่นคงออกจากห้องนรกขุมนั้น ทว่าทันทีที่ประตูห้องปิดลง แรงพยุงทั้งหมดก็แทบจะหมดสิ้นไป ร่างเพรียวเซถลาพิงผนังทางเดิน หัวใจบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก ความเข้าใจผิดที่ฝังรากลึกทำให้เธอตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่า... ต่อให้เขาคุกเข่าขอร้อง เธอก็จะไม่หวนกลับไปเด็ดขาด
ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังจะก้าวเดินหนีจากความอัปลักษณ์นี้ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับร่างสูงที่พุ่งตามออกมาก็กระชากแขนเธอไว้อีกครั้งด้วยความโมโห
"คุณจะดื้อรั้นไปถึงไหนรินรดา! ทำไมไม่ยอมฟังคำอธิบายบ้าง!" อคินทร์กัดฟันกรอดด้วยความอัดอั้น
"คำอธิบายเหรอคะ?" รินรดาหันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาดำขลับวาวโรจน์ด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอแต่ไม่ยอมร่วงหล่น "ผู้หญิงคนนั้นเสื้อผ้าหลุดลุ่ยอยู่ในห้องคุณ แถมยังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันขนาดนั้น... จะให้ดิฉันคิดเป็นอื่นว่าคุณกำลังท่องA-B-Cกันอยู่หรือไงคะคุณอคินทร์!"
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ตึงเครียดถึงขีดสุด อคินทร์กำลังจะอ้าปากแก้ตัว ทว่าเสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเขาก็ดังขึ้นตัดจังหวะพอดี
อคินทร์หยิบขึ้นมาดูด้วยความหงุดหงิด แต่เพียงแค่กวาดสายตาผ่านหน้าจอ ดวงตาคมกริบก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจสุดขีด สีหน้าของเขาซีดเผือดลงในพริบตาเมื่อเห็นภาพถ่ายล่าสุดที่ถูกส่งมาจากเบอร์แปลก...
ภาพของ "น้องอลัน" ลูกชายวัยสามขวบของรินรดากำลังยืนอยู่กับชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่หน้าโรงเรียนอนุบาล พร้อมข้อความสั้นๆ ที่เขียนไว้ว่า... *"ถ้าไม่อยากให้เด็กคนนี้เป็นอะไรไป ก็เตรียมหย่าและโอนหุ้นทั้งหมดให้พราวพิชซ่าซะ!"*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้อคินทร์และรินรดามา ณ ที่นี้นะคะ
(ละอองดาวเดือนเก้า)
หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมา•ตอนที่ 19
กับดักของพราวพิชชา
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าให้ขาด แล้วอย่าคิดจะกลับมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!