กลิ่นน้ำหอมผู้หญิงราคาแพงที่ลอยอบอวลอยู่ในห้องรับแขก มันบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของรินรดา เสียยิ่งกว่ารอยยืดเยื้อของงานเอกสารกองโตบนโต๊ะทำงานเสียอีก
"ธันวาคะ... เซอร์ไพรส์ไหมคะ? มินกลับมาเร็วกว่ากำหนดตั้งอาทิตย์นึงแน่ะ คิดถึงมินไหมคะที่รัก"
ประโยคคำถามที่เคลือบไว้ด้วยความมั่นใจเกินร้อยของ 'มินตรา' หรือคุณมิน เซเลบสาวไฮโซทายาทธุรกิจนำเข้ารถยนต์หรู ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของรินรดา แม้ว่าเหตุการณ์นั้นจะผ่านพ้นไปเมื่อสิบนาทีที่แล้วก็ตาม รินรดากำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก มันไม่ใช่ความหึงหวง... เธอบอกตัวเองอย่างนั้น มันคือความหงุดหงิดที่ต้องมาเห็นฉากละครฉากใหญ่ในบ้านหลังนี้ต่างหาก
ในเมื่อคุณชายธันวาผู้แสนเย่อหยิ่งและปากร้ายคนนั้น มีตัวจริงเสียงจริงกลับมาจากต่างประเทศเร็วกว่ากำหนดแล้ว หน้าที่ของเลขาฯ จำIยอมอย่างเธอในยามวิกาลเช่นนี้ก็ควรจะเก็บข้าวของแล้วไินตัวออกไปให้พ้นทางรักของเขาสะที
รินรดากวาดสายตามองเอกสารสรุปโครงการรีสอร์ทที่ต้องใช้พรีเซนต์ในวันพรุ่งนี้เป็นครั้งสุดท้าย เธอวางมันลงบนโต๊ะทำงานตัวนอกห้องนอนใหญ่ของคีย์อย่างเบามือที่สุด ทว่าความเงียบสงบยามดึกในเพนต์เฮาส์หรูใจกลางเมืองกลับทำให้เสียงฝีเท้าเบาหวิวของเธอดังก้องกังวานในความรู้สึก
ขณะที่เธอกำลังจะก้าวถอยหลังเพื่อเดินไปหยิบกระเป๋าเป้คู่ใจ สายตากลับเหลือบไปเห็นสมุดปกหนังสีดำสนิทเล่มหนึ่ง วางอยู่หมิ่นเหม่บนขอบลิ้นชักที่ปิดไม่สนิทของโต๊ะทำงานตัวใหญ่ มันไม่ใช่เอกสารราชการ ไม่ใช่แปลนก่อสร้าง และไม่ใช่รายงานการประชุม
ที่สำคัญ... มันมีชื่อของเธอเขียนไว้ด้วยลายมือหวัด ๆ บนหน้าแรก
รินรดาชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความระแวงผสมความอยากรู้อยากเห็น เธอยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวนั้นอยู่หลายวินาที สมองซีกหนึ่งร้องเตือนว่านี่คือความเป็นส่วนตัวที่เธอไม่ควรล่วงล้ำ แต่สมองอีกซีกกลับกระซิบเยาะเย้ยว่า หลังจากที่ผู้ชายปากร้ายคนนั้นคอยหาเรื่องกลั่นแกล้งเธอสารพัด การแอบล่วงรู้ความลับของเขาสักนิดคงไม่ถือเป็นบาปหนาอะไรหรอกกระมัง
นิ้วเรียวเอื้อมไปแตะสันปกหนังสีดำเย็นเฉียบ เธอเปิดมันออกอย่างระมัดระวังราวกับกำลังเปิดกล่องแพนโดร่า
แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องลงบนหน้ากระดาษ ลายมือดิบกระด้างแต่หนักแน่นปรากฏแก่สายตา ข้อความเหล่านั้นไม่ได้ถูกบันทึกด้วยภาษาธุรกิจที่แห้งแล้ง แต่มันเต็มไปด้วยถ้อยคำที่ทำให้ลมหายใจของรินรดาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
*วันที่... เดือน...*
*'ยายตัวแสบนั่นคิดว่าตัวเองฉลาดนักหรือไง ดื้อตาใส ปากเก่งไม่ยอมใคร ทั้งที่ข้างในเปราะบางชะมัด... วันนี้เกือบเผลอดึงเข้ามาจูบตอนที่เธอย้อนคำพูดใส่หน้า ปากดีนัก เดี๋ยววันไหนจะจัดการให้สยบคาอกซะเลย'*
รินรดาเบิกตากว้าง สมองว่างเปล่าไปชั่วขณะ เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้าจนร้อนผ่าว เธอกัดริมฝีปากแน่นเมื่ออ่านเจอประโยคถัดไป
*'ยัยรินรดา... เธอทำให้ฉันเสียสมาธิเกินไปแล้วนะ'*
ให้ตายเถอะ! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ผู้ชายปากร้ายที่ชอบตอกหน้าเธอด้วยคำพูดเชือดเฉือนทุกครั้งที่มีโอกาส กลับซ่อนมุมแบบนี้เอาไว้ในสมุดบันทึกส่วนตัวเนี่ยนะ?
รินรดารีบพลิกเปิดหน้าต่อไปด้วยความมือสั่น รายละเอียดในหน้าถัดไปทำให้เธอต้องกลั้นหายใจ มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกส่วนตัว แต่มันคือบันทึกตารางการเคลื่อนไหวของเธอ... และที่สำคัญที่สุด มีภาพถ่ายโพลาลอยด์ใบเล็ก ๆ ของเธอตอนที่กำลังหลับคากองเอกสารบนโต๊ะทำงานเมื่อสัปดาห์ก่อนแปะอยู่ พร้อมข้อความสั้น ๆ ที่เขียนด้วยหมึกซึมสีดำสนิท
*'เหนื่อยนักทำไมไม่ยอมบอก... ดื้อด้านอยู่ได้'*
ความรู้สึกโกรธ ขัด น และประหลาดใจตีรวนกันจนปั่นป่วนในอก รินรดารู้สึกเหมือนถูกค้อนยักษ์ทุบเข้าที่กลางใจ คีย์ ธันวาไม่ได้เกลียดขี้หน้าเธออย่างที่เขาแสดงออกตลอดเวลาที่ผ่านมางั้นหรือ? แล้วผู้หญิงที่ชื่อมินตราล่ะ? ผู้หญิงคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในชีวิตเขาด้วยความสนิทสนมและคำเรียกขานว่า 'ที่รัก' คนนั้น มีความหมายอย่างไรในสมุดบันทึกเล่มนี้กันแน่?
"ค้นหาอะไรอยู่หรือครับ... คุณเลขาฯ"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากความมืดบริเวณประตูห้องทำงาน ทำให้รินรดาสะดุ้งสุดตัว สมุดบันทึกในมือเกือบหลุดร่วงลงพื้น
รินรดาหันขวับกลับไปมอง ร่างสูงใหญ่ของคีย์ ธันวา ยืนพิงกรอบประตูอยู่ด้วยท่าทีสบาย ๆ เขาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวเม็ดบนออก เผยให้เห็นแผงอกกว้างและร่องรอยความเหนื่อยล้าบนใบหน้าคมคาย ทว่าดวงตาสีนิลคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก มันทั้งดุดัน เย้ายวน และอันตรายในเวลาเดียวกัน
รินรดารีบหุบสมุดบันทึกเล่มนั้นลงทันที หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก เธอพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด เชิดหน้าขึ้นแล้วส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบด้วยพิษสงเต็มพิกัดไปให้เขา
"ดิฉันก็แค่วางรายงานสรุปโปรเจกต์ไว้ให้เรียบร้อยค่ะคุณคีย์... ไม่คิดว่าเจ้าของบ้านเขาจะว่างมาเดินตรวจตราความเรียบร้อยดึก ๆ ดื่น ๆ แบบนี้ นึกว่ากำลังยุ่งอยู่กับการต้อนรับแขกคนสำคัญเสียอีกนะคะ" น้ำเสียงประชดประชันถูกงัดออกมาใช้เป็นเกราะกำบังทันที
คีย์หรี่ตามองเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเยือกเย็นและเจ้าเล่ห์ เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้รินรดาช้า ๆ ทุกย่างก้าวที่เขยิบเข้ามาทำให้พื้นที่ในห้องดูแคบลงไปถนัดตา กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้เผลอใจเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้
"หึงหรือครับ?" น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามเรียบ ๆ แต่กลับแฝงความท้าทายไว้อย่างเต็มเปี่ยม
"หึง? ดิฉันเนี่ยนะ?" รินรดาหัวเราะในลำคออย่างเหลืออด เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าวจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงาน "คุณคีย์เอาความมั่นใจมาจากไหนคะว่าดิฉันจะไปรู้สึกรู้สากับเรื่องส่วนตัวของคุณ ในเมื่อคุณมินตราเขาอุส่าห์บินกลับมาเซอร์ไพรส์ถึงที่... คนที่เป็นเลขาฯ มืออาชีพเขาควรจะหลบทางให้ไม่ใช่หรือไงคะ"
คีย์หยุดยืนประชิดตัวเธอในระยะห่างเพียงแค่คืบเดียว มือหนาทั้งสองข้างวางทับลงบนขอบโต๊ะ กักร่างบางเอาไว้ตรงกลางราวกับกรงล้อมทางสายตา ดวงตาคมก้มมองลงมาสบกับดวงตากลมโตของเธออย่างไร้ช่องว่างให้หลบหนี
"ปากเก่งขึ้นเยอะนี่..." คีย์กระซิบเสียงต่ำชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มเนียนจนรินรดาต้องแอบกลั้นหายใจ "ปากบอกว่าไม่สนใจ แต่เมื่อกี้มือสตอนถือสมุดบันทึกของฉันทำไมล่ะครับ หืม?"
รินรดาหน้าแดงซ่านด้วยความจำนน แต่ศักดิ์ศรีค้ำคอทำให้เธอไม่มีวันยอมแพ้ง่าย ๆ เธอเงยหน้าสบตาเขาตรง ๆ แม้ว่าหัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบทะลุกรอกระดูก
"ดิฉันแค่บังเอิญเห็นมันวางอยู่เกะกะสายตา ก็เลยจะเก็บให้เรียบร้อยต่างหากล่ะคะ ไม่ได้อยากจะอ่านความลับอะไรไร้สาระของคุณหรอก..."
"ปากแข็ง..." คีย์เอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า สายตาคมกริบเลื่อนต่ำลงมามองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาอย่างไม่ลดละ "อยากพิสูจน์ไหมล่ะ ว่าในสมุดเล่มนั้น... มันเขียนความจริง หรือฉันกำลังโกหกตัวเองกันแน่"
รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อใบหน้าคมคายโน้มต่ำลงมาใกล้เรื่อย ๆ จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่เซนติเมตรเดียว สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายจมูกของเขาเฉียดผ่านแก้มเธอเบา ๆ ทำให้สติสัมปชัญญะที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา
ทว่า ในจังหวะที่หัวใจกำลังจะหลุดลอยไปกับบรรยากาศอันตรายและเย้ายวนนั้นเอง...
"ธันวาคะ! คุณอยู่ในนี้หรือเปล่าคะ มินหากาแฟไม่เจอ..."
เสียงหวานใสของมินตราที่ตะโกนเรียกดังขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่กำลังก้าวใกล้เข้ามาทางห้องทำงานอย่างรวดเร็ว!
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอใช้มือสองข้างดันแผงอกกว้างของคีย์เอาไว้สุดแรงเพื่อจะผละออก ทว่าคีย์กลับไวกว่า เขาคว้าเอวบางเอาไว้ด้วยมือข้างเดียวแล้วดึงเข้ามาชิดแนบลำตัวอย่างรวดเร็ว จนร่างของเธอแนบติดไปกับอกแกร่งของเขา
"อย่าขยับ..." คีย์กระซิบชิดใบหูของเธอ เสียงกระซิบนั้นต่ำพร่าและเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาขนลุกซู่ "ถ้าไม่อยากให้คนที่อยู่ข้างนอกเห็นสภาพเราตอนนี้..."
ประโยคคำขู่แกมบังคับนั้นยังไม่ทันขาดคำ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักให้เปิดออกกว้างโดยฝีเท้าของมินตราที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานหยด... ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะแข็งค้างและแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงทันที เมื่อเห็นภาพตรงหน้า!
โครโนสทริกเกอร์
(ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของคนปากแข็งคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ)
เล่ห์ร้ายพ่ายรักคุณชายปากแข็ง•ตอนที่ 12
ความลับที่ยังไม่เปิดเผย
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักคุณชายปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!