"ออกไป!"
เสียงตวาดของคีย์ ธันวา ดังก้องไปทั่วห้องทำงานหรู ก้องกังวานจนมินตราที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงกรอบประตูต้องก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ทว่าคนที่เขากำลังไล่ไม่ใช่ผู้ช่วยสาวที่หน้าซีดเผือด แต่เป็นสายตาคมกริบที่ตวัดมองรินรดา ซึ่งบัดนี้กำลังยืนกอดอกพิงโต๊ะทำงานเขาด้วยท่าทีไม่สะทกสะท้าน
"ไล่เก่งจังนะครับคุณชาย" รินรดายักไหล่ มุมปากยกยิ้มกวนประสาท "แต่ก็นะ... ถ้าอยากให้คนอื่นเข้าใจผิดเรื่องทริปบริษัทที่จะถึงนี้ ก็เชิญด่าต่อได้เลย ผมแค่จะมาถามว่า ‘ที่นั่งบนรถ’ น่ะ จะจัดยังไง"
คีย์ขบกรามแน่น สันกรามหนานูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาปัดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะดังปัง ก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูง ก้าวตรงมาหาหญิงสาวที่ไม่มีท่าทีว่าจะหลบตา
"ที่นั่งเหรอ? ก็นั่งรถบัสรวมไปนั่นแหละ หรืออยากจะให้ผมจ้างเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวไปส่งเธอถึงหาดเป็นการเฉพาะเจาะจงล่ะ?"
"ปากเก่งจริงๆ เลยนะครับ" รินรดาเดินเลี่ยงออกมาจากโต๊ะทำงาน กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเธอปะทะเข้ากับจมูกของชายหนุ่มจนคีย์ต้องชะงัก "ทริปบริษัทปีนี้มีแค่เรื่องวุ่นวาย แต่ในเมื่อท่านประธานเคาะมาแล้วว่าจะให้ไป ผมก็ไป แต่ถ้าคุณคิดจะแกล้งอะไรผมในรถบัสละก็... เตรียมใจไว้เลย"
ทริปบริษัทที่ว่า คือโปรเจกต์กระชับมิตร (ที่คนในออฟฟิศต่างรู้ดีว่าคือการจับคู่) ณ รีสอร์ตหรูส่วนตัวของครอบครัวธันวา การเดินทางที่ควรจะเป็นไปอย่างราบรื่น กลับกลายเป็นสนามรบย่อมๆ ตั้งแต่วินาทีแรกที่ล้อรถทัวร์เคลื่อนตัวออกจากหน้าบริษัท
รินรดานั่งเบาะกลางแถวใน ขณะที่คีย์เดินขึ้นรถมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ท่ามกลางเสียงซุบซิบของพนักงานคนอื่นๆ เขาไม่ได้เดินไปนั่งแถวหน้าสุดสำหรับผู้บริหาร แต่กลับกวาดสายตามายังที่ว่างข้างตัวรินรดา
"ที่ตรงนี้มีคนนั่งหรือยัง?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม
"มีแล้วครับ มีวิญญาณคนปากเสียมาจองที่ไว้แล้ว คุณไปนั่งที่อื่นเถอะ" รินรดาตอบโดยไม่หันไปมอง พร้อมกับหยิบหูฟังขึ้นมาเสียบ แต่ทว่า...
คีย์ไม่สนใจคำปฏิเสธ เขาหย่อนตัวลงนั่งข้างเธอทันที กลิ่นอายความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันเข้มข้นเสียจนรินรดาต้องกระเถิบตัวหนีไปชิดหน้าต่าง
"ถ้าจะนั่งก็เงียบๆ นะครับ" รินรดาพึมพำ
"ผมก็ไม่ได้พูดอะไรสักคำ" เขาตอบสวนทันควัน ก่อนจะหลับตาลงพิงเบาะ "แล้วอย่าสะเออะมาซบไหล่ผมตอนหลับละกัน"
การเดินทางยาวนานหลายชั่วโมงเต็มไปด้วยความอึดอัดที่แฝงไปด้วยเคมีประหลาดๆ เมื่อรถเริ่มเข้าสู่เส้นทางคดเคี้ยวเลาะริมทะเล รินรดาที่พยายามจะงีบหลับกลับต้องเผชิญกับอาการเมารถอย่างหนัก ใบหน้าหวานเริ่มซีดเผือด มือบางกุมขมับแน่นโดยไม่รู้ตัว
คีย์ที่แสร้งหลับลืมตาขึ้นมองอาการของคนข้างๆ เขาขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าถุงยาจากกระเป๋าเป้ของตัวเองที่วางอยู่ใต้เบาะ "กินซะ"
"ยาแก้เมารถ?" รินรดาลืมตาขึ้นมองอย่างแปลกใจ
"เปล่า ยาฆ่าแมลง... กินเข้าไปจะได้หยุดส่งเสียงครางงึมงำสักที" ถึงคำพูดจะร้ายกาจ แต่เขากลับหยิบขวดน้ำเปิดฝาแล้วส่งให้พร้อมยาในมือ
รินรดาไม่โต้ตอบ เธอรับยามารับประทานแต่โดยดี ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นปราดเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่ได้ ท่ามกลางความเงียบสนิทภายในรถ คีย์ค่อยๆ เอียงไหล่ของเขามาทางเธอเล็กน้อย ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา
"จะซบก็ได้... ถ้ามันทำให้เธอหายทรมาน" เขาพูดเสียงเบาจนเกือบจะเป็นเสียงกระซิบ
รินรดาชะงัก เธอเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าด้านข้างที่ดูเคร่งขรึมของชายหนุ่ม ก่อนจะค่อยๆ เอนศีรษะลงบนไหล่กว้างนั้นอย่างแผ่วเบา เป็นครั้งแรกที่ความปากร้ายของเขามันพ่ายแพ้ให้กับความใส่ใจที่เขามีให้โดยไม่รู้ตัว
ทว่า... เมื่อถึงจุดพักรถที่สี่แยกใหญ่กลางทาง ความสงบสุขนั้นก็ถูกทำลายลง
ประตูรถถูกเปิดออกโดยพนักงานขับรถ แต่คนที่ก้าวขึ้นมาใหม่ไม่ใช่พนักงานคนอื่น หากแต่เป็นผู้หญิงในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ดูคุ้นตา... มาริน่า อดีตคู่หมั้นของคีย์ที่หายหน้าไปนาน
เธอเดินตรงมายังเบาะของคีย์ด้วยรอยยิ้มที่เหนือกว่า สายตาคู่สวยตวัดมองรินรดาที่ยังอิงแอบอยู่บนไหล่ของคีย์ด้วยความเหยียดหยาม
"ไม่คิดเลยนะคีย์ ว่าคุณจะลดตัวลงมานั่งรถทัวร์แบบนี้" มาริน่าพูดพลางเหลือบมองรินรดา "แล้วนี่... ใครกันเหรอคะ? ถึงได้นั่งที่ของฉัน?"
คีย์ลืมตาขึ้นทันที แววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่กลับกลายเป็นน้ำแข็งอีกครั้ง เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนรินรดาเกือบล้มลงไปกับเบาะ ก่อนจะจ้องมองมาริน่าด้วยสายตาที่ไม่มีใครอ่านออก
"ที่ของคุณไม่มีในรถคันนี้ครับมาริน่า" คีย์เอ่ยเสียงเรียบ "และถ้ารู้จักกาลเทศะ กรุณาลงไปก่อนที่ผมจะโยนคุณลงไปเอง"
ทว่ามาริน่ากลับไม่สะทกสะท้าน เธอเดินเข้าไปใกล้คีย์จนแทบชิด ก่อนจะกระซิบข้างหูเขาที่ทำให้รินรดาหัวใจกระตุกวูบ "ถ้างั้น... เรื่องที่ฉันไปจัดการให้คุณเมื่อเช้านี้ ก็คงไม่สำคัญสินะคะ เพราะเห็นว่าคุณกำลัง 'สนุก' กับเด็กใหม่ของคุณอยู่"
คีย์ชะงักไปครู่หนึ่ง มือที่กำแน่นอยู่ข้างลำตัวสั่นระริก สายตาเขาวับเข้าหาคินรดาที่นั่งมองสถานการณ์ด้วยความสับสน... สิ่งที่มาริน่าพูดมันคืออะไร? และทำไมคีย์ถึงได้ดูวิตกกังวลขนาดนั้น?
ความเงียบปกคลุมไปทั่วรถทัวร์ ทั้งคู่สบตากันเนิ่นนาน ในขณะที่มาริน่าหัวเราะเบาๆ อย่างผู้ชนะ
"ถ้าอยากรู้ว่าเขาปิดบังอะไรไว้..." มาริน่าขยับยิ้ม "ก็ลองถามคุณชายดูสิคะ ว่าตกลงแล้ว ทริปนี้มีไว้เพื่อ 'กระชับมิตร' หรือมีไว้เพื่อ 'เชือด' ใครกันแน่"
ผมหวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นและอยากติดตามตอนต่อไปนะครับ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับตัวละครของผมครับ - โครโนสทริกเกอร์
เล่ห์ร้ายพ่ายรักคุณชายปากแข็ง•ตอนที่ 13
ไปเที่ยวทะเลแบบวุ่นวาย
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักคุณชายปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!