เล่ห์ร้ายพ่ายรักคุณชายปากแข็ง•ตอนที่ 11

เส้นขนานที่เริ่มบรรจบ

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
"ลบ." คำสั่งเดียวห้วนสั้นแต่น้ำเสียงจริงจังจนน่าตกใจหลุดออกมาจากริมฝีปากของคีย์ ธันวา เร็วกว่าความคิด ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าประชิดตัวพร้อมกับแย่งโทรศัพท์มือถือในมือของรินรดาไปอย่างถือวิสาสะ หน้าจอที่สว่างวาบสะท้อนภาพชื่อผู้หญิงคนหนึ่ง—*มินตรา*—ก่อนที่นิ้วเรียวยาวของเขาจะกดปุ่มปิดหน้าจอและคว่ำเครื่องลงกับโต๊ะทำงานทันที บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางพลันเย็นเยียบลงถนัดตา รินรดากะพริบตาปริบๆ ความสงสัยระคนประหลาดใจแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจ เธอไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่จะยอมให้ใครมาทำกิริยาเอาแต่ใจใส่โดยไม่ถามเหตุผล ร่างเพรียวบางขยับถอยหลังเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะห่าง ก่อนจะเชิดหน้าขึ้น ส่งสายตาดุกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว "คุณเป็นบ้าอะไรของคุณเนี่ย อยู่ๆ ก็มาแย่งของคนอื่น" รินรดาต่อว่า น้ำเสียงติดจะหงุดหงิดไม่น้อย "แล้วทำไมฉันจะต้องลบ? ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย แค่บังเอิญเห็น... หรือว่ามันเป็นความลับระดับชาติที่ฉันไม่มีสิทธิ์รู้?" "บางเรื่อง... รู้ไปก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตเธอดีขึ้นหรอก รินรดา" ธันวาถอนหายใจยาว แววตาคมกริบที่มักจะใช้มองโลกด้วยความเย่อหยิ่งและถือดีในตอนแรก บัดนี้กลับไหววับด้วยความรู้สึกซับซ้อนบางอย่างที่อ่านไม่ออก เขาเสมองไปทางอื่น ราวกับต้องการหลบเลี่ยงประกายตาจับผิดของหญิงสาวตรงหน้า ท่าทีแบบนั้นยิ่งทำให้รินรดารู้สึกหงุดหงิดคูณสอง ผู้ชายคนนี้เก่งนักเรื่องการสร้างกำแพง ปากร้าย ประชดประชัน และผลักไสคนอื่นให้ออกห่าง แต่พอมีเรื่องที่ตัวเองเดือดร้อนขึ้นมาจริงๆ กลับแสดงอาการลุกลี้ลุกลนอย่างไร้เหตุผล "งั้นเหรอคะ..." รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างจับผิด "แปลกจังนะคะ คนที่ปากบอกว่าไม่แคร์ใครหน้าไหนอย่างคุณ ธันวา ทายาทหมื่นล้าน... แต่พอยัยผู้หญิงชื่อมินตราอะไรนั่นโทรมา ทำไมหน้าตาถึงได้ซีดเผือดเหมือนคนทำความผิดซะเองล่ะคะ" "รินรดา!" ธันวาหันขวับกลับมา เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวอย่างเหลืออด มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อแขนเรียวของเธอไว้โดยไม่รู้ตัว แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่กุมแน่นพอที่จะตรึงให้เธอขยับไปไหนไม่ได้ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน ในระยะประชิดนี้ รินรดาสัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วผ่านฝ่ามือของเขา—ไม่ใช่หัวใจของเธอ แต่เป็นของเขาเอง "อย่าทำเป็นรู้ดีในเรื่องที่เธอไม่รู้อะไรเลย" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมเข้มจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ "เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้ามาทำตัวเป็นผู้พิพากษาตัดสินฉัน?" รินรดาไม่หลบสายตา แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอกด้วยความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไป กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่อ่อนๆ ลอยวนอยู่รอบตัว ชวนให้สติกระเจิดกระเจิง แต่วินาทีนี้ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ เธอจะแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็นไม่ได้เด็ดขาด "แล้วคุณคิดว่าตัวเองเป็นใครล่ะคะ?" รินรดาย้อนถาม เสียงหวานใสแต่เชือดเฉือนไม่แพ้กัน "ถึงคิดว่าจะทำตัวเป็นเจ้าชีวิตฉัน จะด่าจะว่าอะไรก็ได้ตามอำเภอใจ แต่พอมีความลับขึ้นมาบ้าง กลับทำเป็นรับไม่ได้... คุณมันเห็นแก่ตัวที่สุดเลย ธันวา" ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาพร้อมกับความเงียบที่โรยตัวลงมาปกคลุมห้องทั้งห้อง ธันวาชะงัก นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก ตั้งแต่เกิดมา... มีผู้หญิงมากมายวิ่งเข้าหาเขา ยอมก้มหัวให้เขา ยอมแม้กระทั่งทำตามทุกอย่างที่เขาต้องการเพื่อแลกกับเศษเงินหรือชื่อเสียง มีเพียงผู้หญิงคนนี้คนเดียว ที่กล้าต่อปากต่อคำ กล้าจ้องหน้า และกล้าด่าเขาว่า 'เห็นแก่ตัว' ได้อย่างเต็มปากเต็มคำโดยไม่กลัวเกรง แต่น่าแปลก... แทนที่เขาจะรู้สึกโกรธจนอยากไล่เธอออกไปให้พ้นหน้า หัวใจเจ้ากรรมกลับกระตุกวูบ และเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง ความเงียบงันดำเนินไปชั่วอึดใจ ก่อนที่มุมปากหยักลึกของธันวาจะค่อยๆ ยกยิ้มขึ้น เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้เย้ยหยันเช่นเคย แต่เป็นรอยยิ้มที่เจือความเหนื่อยอ่อนและยอมจำนนลึกๆ "ปากเก่ง..." เขาพึมพำเบาๆ เสียงทุ้มพร่าต่ำลงจนฟังดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ นิ้วมือที่เคยบีบข้อแขนเธอเปลี่ยนเป็นเลื่อนมากุมมือบางไว้ หลวมๆ แต่ไม่อนุญาตให้ดึงออก "ปากเก่งแบบนี้... ไม่กลัวฉันจับจูบลงโทษหรือไง" รินรดาหน้าแดงซ่านขึ้นมาทันที ความร้อนพุ่งพล่านจากลำคอขึ้นมาถึงใบหู เธอพยายามดึงมือกลับแต่เขาไม่ยอมปล่อย "คนฉวยโอกาส! ปล่อยนะ!" "ไม่ปล่อย" ธันวาตอบหน้าตาย รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "จนกว่าเธอจะเลิกทำหน้าสงสัยและเลิกซักไซ้เรื่องของฉันสักที" "ถ้าฉันไม่ยอมล่ะ?" "งั้นเราคงต้องเคลียร์กันยาว..." สายตาของเขาเลื่อนลงมองริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อของเธอนิ่งนาน ราวกับกำลังใช้ความคิดบางอย่างที่อันตรายสุดๆ "ยาวจนถึงเช้าเลยดีไหม?" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นในช่วงหลายวันที่ผ่านมาทำให้เธอรู้ว่า ผู้ชายคนนี้ไม่ได้แค่พูดเล่น สายตาจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากแข็งของเขากำลังละลายกำแพงในใจเธอทีละน้อย จากความหมั่นไส้... มันเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความคุ้นชิน และจากความคุ้นชิน... มันกำลังจะกลายเป็นความหวั่นไหวที่เธอไม่อาจควบคุม มือหนาของธันวาค่อยๆ เอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของเธอออกอย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นอ่อนโยนเสียจนรินรดาต้องหลับตาลงรับความรู้สึกวับวามที่วิ่งพล่านไปทั่วร่าง บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ประสานกันเป็นจังหวะเดียว ทว่า... ในวินาทีที่หัวใจของทั้งสองกำลังจะหลอมรวมเข้าหากันอย่างไร้แรงต้าน *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ขัดจังหวะความเคลิบเคลิ้มในห้องทำงานหรูจนสะดุ้งโหยงทั้งคู่ ธันวาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง ใครหน้าไหนกล้ามาขัดจังหวะเวลาความเป็นส่วนตัวของเขากลางดึกแบบนี้! ส่วนรินรดารีบอาศัยจังหวะชุลมุนนี้สะบัดมือออกจากการเกาะกุม ถอยหลังกรูดไปยืนตั้งหลักอีกมุมหนึ่งของห้องอย่างรวดเร็ว "เข้ามา!" ธันวาตะโกนเสียงเข้ม ใบหน้าหล่อเหลากลับคืนสู่โหมดดุดันเย็นชาดังเดิม แกร๊ก... ประถูกบานใหญ่เปิดออกอย่างช้าๆ ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มระรื่นบนใบหน้าสวยเฉี่ยว เส้นผมยาวสลวยและกลิ่นน้ำหอมคุ้นจังหวะที่ลอยมาแตะจมูก ทำให้รินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ผู้หญิงที่เพิ่งจะปรากฏชื่อบนหน้าจอโทรศัพท์เมื่อสิบนาทีที่แล้ว... ผู้หญิงที่ควรจะอยู่ต่างประเทศ... เวลานี้... เธอกลับมายืนส่งยิ้มหวานหยดย้อยอยู่ตรงหน้าธันวาแล้ว "ธันวาคะ... เซอร์ไพรส์ไหมคะ? มินกลับมาเร็วกว่ากำหนดตั้งอาทิตย์นึงแน่ะ คิดถึงมินไหมคะที่รัก" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความซึนของบอสใหญ่และยัยปากเก่งตอนนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักคุณชายปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%