กล่องกระดาษลังห้าใบนอนกองเกะกะขวางทางเดินห้องรับแขกขนาดกะทัดรัด แต่สิ่งกีดขวางที่น่าหงุดหงิดที่สุดในสายตาของ คีย์ ธันวา กลับไม่ใช่สิ่งของเหล่านั้น... มันคือเจ้าของรอยยิ้มกวนประสาทที่กำลังยืนเท้าสะเอวสำรวจตรวจตราอาณาจักรใหม่ของเธออย่างถือวิสาสะต่างหาก
"ฉันนึกว่าคุณชายธันวาจะใจป้ำเหมาคอนโดหรูใจกลางเมืองให้ฉันอยู่คนเดียวเสียอีก ที่ไหนได้... ห้องชุดเพนต์เฮาส์สองชั้นที่มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาป้อมปราการเหล็ก กลับกลายเป็นกรงขังที่ฉันต้องมาแชร์พื้นที่กับคุณซะงั้น"
รินรดาเอ่ยกลั้วหัวเราะ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความสนุกสนานยามได้เห็นคิ้วเข้มของคนตรงหน้ากระตุกเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบ
"ถ้าเลือกได้ ผมคงเอาปูนซีเมนต์โบกปิดตายประตูฝั่งเชื่อมระหว่างห้องคุณกับผมตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณก้าวเข้ามาแล้วครับ รินรดา" ธันวาแค่น
เสียงทุ้มต่ำเจือความเยียบเย็นดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนื้อดีที่เพิ่งปลดกระดุมเม็ดบนออก เขายืนกอดอกพิงขอบเคาน์เตอร์ครัว สายตาดุคมกริบกวาดมองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความระอา "จำกฎสามข้อที่เราตกลงกันไว้ก่อนย้ายเข้ามาไม่ได้หรือไง ห้ามล้ำเส้น ห้ามส่งเสียงดัง และที่สำคัญที่สุด... ทำตัวให้เหมือนธาตุอากาศเวลาที่เราอยู่ในพื้นที่ส่วนกลาง"
"โอ้โห กฎเหล็กยิ่งกว่าโรงเรียนประจำซะอีก" รินรดายักไหล่ไม่ยี่หสอ เธอก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดตัวร่างสูงจนธันวาต้องผละออกจากขอบเคาน์เตอร์โดยอัตโนมัติ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ระยะห่างระหว่างกันสั้นแค่คืบจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางลอยปะทะนาสิก "แล้วถ้าฉันบอกว่า... ฉันไม่ชอบเป็นธาตุอากาศล่ะคะ คุณธันวา คุณจะทำไม?"
ธันวากลืนก้อนความหงุดหงิดลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นกายหอมสะอาดจากตัวเธอผสานกับความดื้อรั้นในแววตาคู่นั้นกำลังรบกวนสมาธิอัน The Best ของนักบริหารหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ให้ใคร เขาจำต้องก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อรักษาพื้นที่ปลอดภัยของหัวใจตัวเอง ก่อนจะแย้ม3ยิ้มเยרหยันกลบเกลื่อนความหวั่นไหววูบหนึ่งที่แล่นริ้วขึ้นมา
"ก็เชิญทำตามอำเภอใจสี่ห้องหัวใจของคุณไปเถอะครับ แต่อย่าหาว่าผมไม่เตือน... ถ้าคุณเผลอใจมาตกหลุมพรางผู้ชายปากร้ายคนนี้เข้า ผมนี่แหละที่จะเป็นคนหัวเราะเยาะคุณให้ดังที่สุด"
"มั่นหน้าเกินไปหน่อยไหมคะคุณชาย" รินรดาย่นจมูกใส่หมั่นไส้ "ระวังเถอะค่ะ คนที่ปากเก่งมากๆ สุดท้ายมักจะตกม้าตายเพราะคำพูดตัวเอง"
"ลองดูไหมล่ะครับ"
ธันวาโน้มใบหน้าลงต่ำจนปลายจมูกเกือบจะชนกับคนตัวเล็ก ดวงตาคมกริบฉายแววท้าทายอย่างชัดเจน บรรยากาศรอบตัวราวกับมีกระแสไฟฟ้าสถิตแล่นผ่านจนผิวหนังรู้สึกซู่ซ่า รินรดาชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดแก้มทำให้หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้ เธอไม่คิดว่าผู้ชายสายซึนคนนี้จะกล้าเล่นเกมรุกกลับแบบประชิดตัวเช่นนี้
ปึง!
เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้นทำลายภวังค์สีชมพูแกมพิศวาสลงอย่างไม่ทันตั้งตัว ทั้งสองผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต ธันวาสบถเบาๆ ในลำคอด้วยความขัดใจที่ถูกขัดจังหวะ ขณะที่รินรดารemปัดเสื้อผ้าตัวเองแก้เก้อแล้วรีบเดินเลี่ยงไปทางห้องครัวเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มเห่อร้อนขึ้นสีแดงจัด
ชายหนุ่มเดินไปเปิดประตูด้วยใบหน้าบึ้งตึง พร้อมจะเอาความหงุดหงิดทั้งหมดไปลงกับใครก็ตามที่กล้ามากดกริ่งรบกวนเวลาอันเป็นส่วนตัว แต่ทว่า... เมื่อบานประตูเปิดออก รอยยิ้มเจื่อนๆ พร้อมกับถุงกระดาษแบรนด์เนมใบโตก็ถูกยื่นเข้ามาประชิดหน้า
"สวัสดีจ่ะตาคีย์! แม่แวะเอาซุปไก่ตุ๋นยาจีนฝีมือแม่บ้านมาฝากลูกชายกับ... ว่าที่ภรรยา"
คุณหญิงมณีรัตน์ มารดาบังเกิดเกล้าของธันวาก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องโดยไม่รอให้ลูกชายอนุญาต สายตาฝาดคมกวาดมองไปรอบห้องเพนต์เฮาส์ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ร่างบางของรินรดาที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องครัวพอดี
ธันวาเบิกตากว้างเล็กน้อย สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงหายนะที่กำลังจะมาเยือน เมื่อคุณแม่สุดที่รักเข้าใจผิดคิดว่าเขากับรินรดาย้ายมาอยู่กินกันฉันสามีภรรยาแล้วจริงๆ และที่สำคัญ... ท่านถือวิสาสะหอบกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ตามหลังมาด้วย!
"แม่ครับ! นี่มันหมายความว่ายังไง ทำไมถึงมีกระเป๋าเดินทางมาด้วยล่ะครับ?" ธันวาเสียงหลง รีบพุ่งเข้าไปขวางทางมารดา
คุณหญิงมณีรัตน์ตีแขนลูกชายดังเพี๊ยะ "ก็แม่เป็นห่วงแกน่ะสิ อยู่ดีๆ ก็บอกว่าจะแต่งงานมีเมีย แม่ก็ต้องมาดูให้เห็นกับตาว่าหนูรินเขาดูแลลูกชายตัวดีของแม่ได้ดีแค่ไหน... จริงไหมจ๊ะหนูริน?"
รินรดากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เธอมองหน้าคุณหญิงมณีรัตน์ที สลับกับมองหน้าธันวาที่กำลังส่งสายตาอ้อนวอนแกมบังคับมาทางเธอราวกับจะบอกว่า *'ช่วยปฏิเสธแม่ผมเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นเราตายคู่แน่!'*
หญิงสาวเม้มปากแน่น สมองหมุนเร็วจี๋ท่ามกลางสถานการณ์เฉพาะหน้า ก่อนที่รอยยิ้มหวานหยดย้อยระดับนางงามจะปรากฏขึ้นบนใบหน้า เธอเดินเข้าไปควงแขนคุณหญิงมณีรัตน์อย่างสนิทสนมราวกับรู้จักกันมาแรมปี
"จริงที่สุดเลยค่ะคุณแม่... ตาคีย์เขาดื้อกับหนูมากเลยนะคะ ย้ายมาวันแรกก็หาเรื่องแกล้งหนูซะแล้ว ดีนะที่คุณแม่มาช่วยจัดการ ไม่งั้นหนูแย่แน่ๆ เลยค่ะ"
ธันวาอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ ยัยตัวแสบ... กล้าหักหลังเขาต่อหน้ามารดาบังเกิดเกล้าอย่างนั้นหรือ!
คุณหญิงมณีรัตน์ยิ้มแก้มปริตบมือลงบนหลังมือของรินรดาเบาๆ "ดีมากจ่ะลูก สะใภ้คนนี้แหละที่แม่รอคอย ส่วนแก... ตาคีย์ คืนนี้แกต้องนอนโซฟาห้องรับแขก ปล่อยให้หนูรินนอนห้องนอนใหญ่คนเดียวเข้าใจไหม!"
คำประกาศิตจากประมุขของบ้านทำเอาธันวาถึงกับหน้าซีดเผือด ขณะที่รินรดาหันมาสบตาเขาพร้อมกับส่งรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปากส่งท้ายแบบไร้เสียง—*สงครามประสาทเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ แล้วล่ะครับ*
**ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ บรรทัดนี้นะครับ**
เล่ห์ร้ายพ่ายรักคุณชายปากแข็ง•ตอนที่ 3
ย้ายเข้าหอพักสมรภูมิ
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักคุณชายปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!