แก้วคริสตัลทรงเตี้ยในมือหนากระทบกับโต๊ะไม้สักราคาแพงจนเกิดเสียงทุบเบาๆ ทว่าดังก้องกังวานในความเงียบงันของห้องรับแขกส่วนตัว แอลกอฮอล์สีอำพันระดับพรีเมียมผ่านลำคอแกร่งไปพร้อมกับความร้อนรุ่มที่ลามเลียไปถึงขั้วหัวใจ แต่นั่นยังไม่ร้อนเท่าความรู้สึกหงุดหงิดที่อัดแน่นอยู่ข้างในอก เมื่อดวงตาคมกริบกวาดมองร่างเพรียวบางของคนที่นั่งคุดคู้ฟุบหน้าอยู่กับโซฟาตัวยาว
รินรดาในยามไร้ซึ่งฝีปากกล้าต่อกร หลับตาพริ้ม ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแต่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ เจ้าตัวเล่นซัดไวน์ไปเกือบสามแก้วรวดในงานเลี้ยงปิดโปรเจกต์เมื่อสองชั่วโมงก่อน ด้วยเหตุผลสวยหรูว่า "ฉลองความสำเร็จ" แต่สุดท้ายคนที่ต้องแบกสังขารและหอบหิ้วร่างไร้สติกลับมาคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง กลับเป็นเขา... คีย์ ธันวา ผู้ชายที่โดนเธอเฉือดเฉือนคารมใส่มาตลอดทั้งสัปดาห์
"ให้ตายสิ ยัยตัวแสบ... เวลาเมาแล้วเรียบร้อยขึ้นมาหน่อย ค่อยน่าคุยด้วยขึ้นมานิดนึง"
ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง วางแก้วลงบนโต๊ะก่อนจะทิ้งน้ำหนักตัวลงนั่งยองๆ ข้างโซฟา ดวงตาคมดูลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลายที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้มาดขรึมและคำพูดประชดประชัน ปลายนิ้วเรียวแกร่งเอื้อมออกไปปัดปอยผมที่เคลียแก้วเนียนใสอย่างเบามือที่สุด กลัวเหลือเกินว่าน้ำหนักเพียงน้อยนิดจะทำให้คนหลับตื่นขึ้นมาแล้วเปิดฉากสงครามปากกับเขาอีก
ทว่าสัมผัสนั้นกลับทำให้คนเมาขยับตัวอย่างรำคาญ รินรดาครางอือฮอในลำคอ ใบหน้าเนียนซุกเข้ากับหมอนอイングใบโต พร้อมกับพึมพำประโยคบางอย่างออกมาเบาๆ จนคนฟังต้องชะงักค้าง
"คุณ... คุณคีย์คนปากร้าย..."
คีย์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากกระตุกยิ้มเยาะตัวเองทันที "หึ ขนาดหลับยังไม่วายจำฝังใจว่าผมปากร้ายสินะ"
"ใจร้าย... รู้ไหมว่า... ฉันเหนื่อย..." น้ำเสียงอู้อี้ที่ลอดผ่านริมฝีปากนุ่มชวนให้หัวใจคนฟังกระตุกวูบ รินรดาขมวดคิ้วมุ่นราวกับกำลังฝันร้ายหรือเผชิญหน้ากับความกดดันบางอย่างที่แบกรับไว้คนเดียว "ทำไม... ทำไมต้องใจดีด้วย... ตอนที่ฉันกำลังจะยอมแพ้..."
บรรยากาศในห้องราวกับหยุดนิ่งลงชั่วขณะ คีย์ชะงักค้าง มือที่กำลังจะดึงกลับหยุดกลางอากาศ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มไหววูบอย่างควบคุมไม่ได้ ภาพจำของหญิงสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ไม่ว่าจะเจออุปสรรคจากปัญหาครอบครัวหรือแรงกดดันในที่ทำงาน เธอก็มักจะเชิดหน้าสู้ด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวเสมอ รอยยิ้มหยันและวาจาเชือดเฉือนกลายเป็นเกราะกำบังชั้นดีที่เธอใช้ปกป้องตัวเองจากโลกอันโหดร้าย
แล้วทำไม... ตอนนี้เกราะนั้นถึงดูเปราะบางเหลือเกิน
"ผมไม่ได้ใจดีกับใครง่ายๆ หรอกนะ..." คีย์กระซิบตอบเสียงพร่า แววตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอย่างที่เจ้าตัวไม่มีทางแสดงออกมาในเวลาปกติ นิ้วโป้งเกลี่ยพวงแก้มเนียนแผ่วเบา ราวกับต้องการส่งผ่านความอบอุ่นไปให้คนที่กำลังจมอยู่กับความอ้างว้างในความฝัน "ถ้าคุณไม่พยายามวิ่งหนีผมไปก่อนทุกที..."
รินรดาขยับตัวพลิกกลับมานอนหงาย ดวงตากลมโตที่ควรจะปิดสนิทกลับปรือขึ้นเล็กน้อย แววตาฉ่ำน้ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์มองตรงมาที่ใบหน้าคมคายของชายหนุ่มที่อยู่ใกล้แค่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นแอลกอฮอล์และกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ลอยละล่องกระทบนาสิก
"คุณคีย์..." เสียงหวานเอ่ยเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่กลับทรงพลังอย่างประหลาด "จริงๆ แล้ว... คุณใจดีมากเลยนะ... รู้ตัวไหม"
คำพูดนั้นทำเอาคีย์ถึงกับลมหายใจสะดุด สมองที่เคยประมวลผลได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่าไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบสบประสานกับนัยน์ตากลมโตที่สะท้อนเงาของเขาอยู่ข้างในนั้น ความเงียบเข้าปกคลุมรอบตัว ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงเรื่อยๆ โดยไม่มีใครเอ่ยทักท้วง
คีย์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน เขารู้ดีว่านี่คือช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด คนเมามักพูดความจริง... และความจริงในตอนนี้กำลังทำให้เขาสติหลุด
"อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อตอนเมาน่า รินรดา" คีย์พยายามดึงน้ำเสียงแข็งกร้าวกลับมาเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในน้ำเสียง แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อกลับทรยศคำพูดของเขาอย่างสิ้นเชิง "คุณแค่มึนหัว พรุ่งนี้ตื่นมาก็คงลืมหมด..."
"ไม่ได้ฝัน..." รินรดาพึมพำสวนกลับทันที มือเรียวเล็กที่เคยทิ้งตัวอยู่ข้างลำตัว กลับเอื้อมขึ้นมาคว้าปกเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทของเขาไว้แน่น แรงดึงน้อยๆ ทำให้ร่างสูงต้องโน้มใบหน้าลงไปใกล้เข้าไปอีก จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "ฉันรู้ว่าฉันพูดอะไร... และฉันก็รู้ว่า... คุณไม่ได้ใจร้ายอย่างที่ปากว่า..."
ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งสนิท ในระยะประชิดที่ไร้ซึ่งระยะห่าง คีย์มองเห็นความจริงใจและความอ้อนวอนบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ความดื้อรั้นนั้น ความต้านทานทั้งหมดในใจพังทลายลงในพริบตา นิ้วแกร่งขยับประคองท้ายทอยมนของเธอไว้โดยอัตโนมัติ ปลายนิ้วสัมผัสกับเส้นผมนุ่มสลวย ร่างสูงค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้เรียวปากอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างลืมตัว
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง เหลือเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นประสานกันเป็นจังหวะเดียว คีย์หลับตาลงครึ่งหนึ่ง เตรียมพร้อมที่จะมอบจุมพิตแสนหวานเพื่อปิดปากคนช่างเจรจา และเพื่อระบายความรู้สึกที่อัดแน่นมาเนิ่นนาน
ทว่า...
*กริ๊งงงงงง!*
เสียงกริ่งประตูหน้าห้องพักดังขึ้นแหลมสูง ผ่ากลางบรรยากาศสีชมพูที่กำลังอบอวลไปด้วยเคมีอันตรายอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา!
คีย์สะดุ้งสุดตัว ดวงตากลับมาคมกริบและดุดันดังเดิมในเสี้ยววินาที รินรดาเองก็สะดุ้งตื่นเต็มตาจากฤทธิ์แอลกอฮอล์เมื่อเจอเสียงรบกวนอันกะทันหัน
ชายหนุ่มสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสียในลำคอ ก่อนจะผละออกจากร่างบางอย่างจำใจ นัยน์ตาดุฉายแววหงุดหงิดขั้น Max ขณะหันขวับไปมองทางประตูห้องด้วยความกรุ่นโกรธ ใครหน้าไหนมันบังอาจมาขัดจังหวะสำคัญในยามวิกาลแบบนี้!
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยใบหน้าบึ้งตึง เดินสาวเท้าด้วยฝีปากก้าวที่หนักหน่วงตรงไปยังประตูหน้าด้วยความตั้งใจจะเปิดไปเอาเรื่องให้ถึงที่สุด แต่ทว่า... ทันทีที่มือหนาบิดลูกบิดแล้วกระชากประตูให้เปิดออกกว้าง ประโยคต่อว่าที่เตรียมไว้ก็ต้องกลืนกลับลงคอไปทันที
เมื่อร่างสูงโปร่งที่ยืนยิ้มระรื่นอยู่หน้าห้อง กลับไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด ที่ต่อให้เอาช้างมาฉุด คีย์ก็ไม่คิดว่าจะมาโผล่ที่นี่ในเวลานี้!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ บรรทัดนี้นะครับ โครโนสทริกเกอร์
เล่ห์ร้ายพ่ายรักคุณชายปากแข็ง•ตอนที่ 8
คนปากร้ายใจคอไม่ดี
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักคุณชายปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!