เล่ห์ร้ายพ่ายรักคุณชายปากแข็ง•ตอนที่ 7

หึงจนหน้ามืด

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
เสียงหัวesคิกคักของหญิงสาวโต๊ะริมกระจกใสภายในร้านอาหารกึ่งผับหรูใจกลางเมือง แทบจะกลืนหายไปกับเสียงเบสทุ้มต่ำของดนตรีแจ๊ส ทว่ามันกลับดังชัดเจนก้องอยู่ในโสตประสาทของคีย์ ธันวา ชายหนุ่มนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม สายตาสีสนิมคมกริบมองลอดผ่านควันบุหรี่จางๆ (ที่เจ้าตัวไม่ได้สูบแต่จุดทิ้งไว้ในที่เขี่ย) ไปยังร่างระหงของรินรดา รินรดาในชุดเดรสสั้นสีดำเข้ารูปกำลังหัวเราะอย่างมีความสุขให้กับมุกตลกของ ‘กรณ์’ เพื่อนชายสมัยมหาวิทยาลัยที่เพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศ มือหนาของกรณ์เอื้อมไปแตะท่อนแขนเรียวเนียนนั้นอย่างสนิทสนม โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่า ทุกสัมผัสและทุกรอยยิ้มกำลังทำลายความอดทนขั้นสุดท้ายของผู้ชายที่นั่งมองอยู่ห่างๆ "หึงก็เข้าไปสิครับคุณคีย์ นั่งทำหน้าเป็นยักษ์ปักหลั่นแบบนี้ เดเระเดรซ(Dere-Dere) ไม่ไหวเอาเสียเลยนะ" เสียงหวานเจี๊ยบของ ‘มีเรีย’ อดีตคู่ควงระดับนางแบบอินเตอร์ที่คีย์บังเอิญเจอหน้าทางเข้าและลากตัวมานั่งร่วมโต๊ะด้วยเอ่ยขึ้น พร้อมกับเรียนิ้วมือเคลือบเล็บเจลสีแดงเพลิงลูบไล้ไปตามปกเสื้อเชิ้ตสีขาวของชายหนุ่มอย่างจงใจยั่วเย้า มีเรียหัวเราะคิกคักในลำคอเมื่อเห็นคีย์ขยับกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองมีเรียแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับไปจ้องมองเป้าหมายเดิม ร่างสูงขยับตัวเข้าหาแสงไฟสลัว พลางเอื้อมมือไปโอบรอบเอวบางของมีเรียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สัมผัสที่จงใจแสดงความสนิทสนมเกินเลยทำให้มีเรียสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ แต่เธอก็รีบปรับสีหน้าแล้วเอนศีรษะซบลงบนลาดไหล่กว้างของเขาอย่างรู้ทันเกม "ผมไม่ได้หึง... แค่กำลังทบทวนดูว่า คนบางคนปล่อยให้คลาดสายตาแป๊บเดียว ก็ทำตัวเหมือนสุนัขร่าเริงได้ขนาดนี้เลยหรือไง" คีย์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน น้ำเสียงเจือความเยียบเย็นและกรุ่นโกรธจนมีเรียยังต้องแอบกลืนน้ำลาย ในขณะเดียวกัน ทางด้านของรินรดาก็ไม่ได้เพลิดเพลินกับมุกของกรณ์อย่างที่ตาเห็น รินรดาแอบเหลือบสายตามามองโต๊ะของคีย์เป็นระยะด้วยหัวใจที่เต้นรำไม่เป็นจังหวะ ยิ่งเห็นภาพมีเรียซบไหล่กว้างของคีย์ และรอยยิ้มพึงพอใจของฝ่ายหญิง ความรู้สึกแปลບปลาบและเจ็บแปลบที่อกด้านซ้ายก็แล่นริ้วขึ้นมาจนแทบหายใจไม่ออก *ให้ตายสิ! ตาบ้าคีย์! ปากบอกว่าเกลียดฉันนักหนา แต่พอตัวเองมีเรื่องกับฉันปุ๊บ ก็ควงนางแบบมาเย้ยถึงที่นี่เนี่ยนะ! ทุเรศที่สุด!* รินรดาขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน มือเรียวใต้โต๊ะกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ พยายามอย่างยิ่งที่จะดึงสติกลับมาสนใจเรื่องที่กรณ์กำลังพูด แต่ความหงุดหงิดระคนหึงหวงกลับตีรวนขึ้นมาจนหน้าชา "รินครับ เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าแดงๆ นะ... หรือว่าค็อกเทลแก้วนี้จะแรงเกินไป"กรณ์เอ่ยทักด้วยความห่วงใย พร้อมกับยื่นมือมาอังหน้าผากมน "เปล่าค่ะ! รินไม่ได้เป็นอะไร... แค่รู้สึกว่าอากาศแถวนี้มันเริ่มหายใจไม่ออก เต็มไปด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาถูกปะปนกับกลิ่นความเสแสร้งมั้งคะ" รินรดาจงใจเปล่งเสียงให้ดังพอที่จะทะลุผ่านเสียงเพลงไปเข้าหูใครบางคน พร้อมกับปัดมือของกรณ์ออกเบาๆ แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตากลมโตตวัดมองตรงไปยังโต๊ะของคีย์อย่างไม่เกรงกลัว ในเมื่ออยากเล่นเกมประสาทนัก เธอก็พร้อมจะสนองให้ถึงพริกถึงขิงเช่นกัน คีย์เห็นรินรดาลุกขึ้นยืนและจ้องมองมาที่ตนด้วยสายตาวาวโรจน์ ประกายไฟแห่งความท้าทายฉายชัดในดวงตาคู่นั้น ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเช่นกัน ร่างสูงสง่าในชุดสูทเข้ารูปก้าวเดินยาวๆ ตรงเข้ามาหารินรดาโดยไม่สนใจเสียงทักท้วงของมีเรียที่นั่งอยู่ด้านหลังแม้แต่น้อย ก้าวเท้าของคีย์มั่นคงและทรงพลัง ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้รอบบริเวณนั้นเงียบลงไปถนัดตา รินรดายืนกอดอกเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาประสานเข้ากับดวงตาสนิมคู่นั้นที่ดุดันราวกับเสือดาวกำลังจะตะครุบเหยื่อ "บังเอิญจังนะครับคุณรินรดา นึกว่ามานั่งกินข้าวกับเพื่อน ที่แท้ก็มาหา 'ตลาด' ใหม่ระบายความเหงาอยู่นี่เอง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน รอยยิ้มมุมปากที่ยกขึ้นนั้นช่างดูน่าหมั่นไส้เสียจนรินรดาอยากจะยกส้นสูงฟาดหน้าหล่อๆ นั่นสักทีสองที "ดีกว่าคนที่มากับตลาดเก่าแล้วยังทำตัวเป็นพ่อบุญทุ่มโชว์สาวแก้เหงาแถวนี้ก็แล้วกันค่ะ" รินรดาย้อนกลับทันควัน น้ำเสียงหวานใสแต่เชือดเฉือนทำเอาคีย์หรี่ตาลงอย่างอันตราย "ปากเก่งขึ้นเยอะนะริน... สงสัยผมคงต้องหาทาง 'ปิดปาก' คุณด้วยวิธีอื่นเสียแล้วมั้ง ถึงจะเลิกเถียงคำไม่ตกฟากแบบนี้สักที" คีย์โน้มใบหน้าหล่อเหลาเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มใส รินรดาใจเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แต่ศักดิ์ศรีค้ำคอทำให้เธอต้องถอยหลังไม่ได้ "เชิญปะ... อุ๊บ!" ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้ต่อว่าประโยคถัดไป คีย์ก็เอื้อมมือหนามาคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับก้มลงประกบเรียวปากหยักเข้ากับริมฝีปากนุ่มของเธอท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในร้าน กรณ์อ้าปากค้างจะลุกขึ้นโวยวาย มีเรียกรีดเสียงกรี๊ดเบาๆ ด้วยความอิจฉาริษยา สัมผัสร้อนแรงที่บดขยี้ลงมาอย่างไร้การปรานีทำให้รินรดามึนงงไปชั่วขณะ มือเรียวพยายามทุบตีอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่คีย์กลับยิ่งกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น ราวกับต้องการหลอมรวมร่างของเธอให้กลายเป็นเนื้อเดียวกับเขา รสจูบที่ทั้งดุดัน เอาแต่ใจ และแฝงความหึงหวงอย่างปิดไม่มิด ทำเอารินรดาขาอ่อนยวบลงไปกองกับพื้นแทบไม่ไหว ก่อนที่สติของรินรดาจะหลุดลอยไปกับความหวานล้ำที่คีย์จงใจมอบให้เพื่อลงโทษ คีย์ก็ผละริมฝีปากออกช้าๆ ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าแดงก่ำและริมฝีปากที่บวมเจ่อด้วยความพึงพอใจ "จำไว้นะครับว่าคุณเป็นของใคร..." คีย์กระซิบเสียงพร่าข้างใบหูที่ขึ้นสีจัดของเธอ "และถ้าคืนนี้คุณกล้ากลับกับไอ้หน้าอ่อนนั่นแม้แต่ก้าวเดียว ผมจะ..." ยังไม่ทันที่คีย์จะเอ่ยประโยคขู่คำรามจบ เสียงตบมือเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบของบุคคลที่สามก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังของคีย์ "แหม... สวีทกันน่าอิจฉาจังนะครับ ธันวา... ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นคุณลดตัวลงมาเล่นละครลิงในผับกระจอกๆ แบบนี้ด้วย" คีย์ชะงัก ร่างสูงแข็งทื่อไปชั่วขณะ ดวงตาคมคายค่อยๆ หันกลับไปมองตามเสียงนั้น และเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ก้าวออกมาจากมุมมืด รินรดาที่กำลังหอบหายใจรดาก็สังเกตเห็นได้ทันทีว่า สีหน้าของคีย์ในวินาทีนั้น... เปลี่ยนเป็นความดำมืดและเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ บรรทัดนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักคุณชายปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%