"ถอยไปหน่อยได้ไหมครับ คุณรินรดา ตัวคุณจะสิงเข้ามาอยู่ในร่างผมอยู่แล้วนะ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดสนิทภายในห้องโดยสารสี่เหลี่ยมแคบๆ รินรดาเบ้หน้าใส่ความมืด แม้จะมองไม่เห็นใบหน้าคมคายของคีย์ ธันวา แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากแผงอกกว้างที่อยู่ห่างจากปลายจมูกเธอเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น
พวกเขาทั้งคู่ติดอยู่ในลิฟต์ของอาคารสำนักงานใหญ่ หลังจากระบบไฟฟ้าขัดข้องกะทันหันในช่วงเวลาเกือบสามทุ่มของวันศุกร์ที่ควรจะได้กลับไปนอนพักผ่อนอย่างสบายใจ ปราศจากเสียงแจ้งเตือนจากอีเมลงาน และปราศจากการปะทะคารมกับเจ้านายปากร้ายอย่างเขา
"ฉันไม่ได้อยากจะสิงคุณหรอกนะคะ... เอ๊ย! ผมไม่ได้อยากจะสิงคุณสักหน่อย" รินรดาเผลอหลุดสรรพนามหลุดโลกออกมาด้วยความตกใจเมื่อตัวลิฟต์เกิดกระตุกวูบลงไปอีกสองนิ้วจนเธอต้องคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนแกร่งตามสัญชาตญาณ "อุ๊ย! ขอโทษ..."
"มือไม้ไวเป็นปลาหมึกเลยนะครับ หรือว่าอันที่จริงแล้ว... คุณแอบฉวยโอกาสหาเศษหาเลยจากผมกันแน่"
เสียงหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยันดังขึ้นในความมืด คีย์ไม่ได้สะบัดแขนออกอย่างที่เธอคิด แต่กลับยืนนิ่งปล่อยให้ปลายนิ้วเรียวของเธอยังคงเกาะกุมเนื้อผ้าสูทราคาแพงเอาไว้แน่น รินรดากัดริมฝีปากตัวเองด้วยความหมั่นไส้ หากเปิดไฟได้เมื่อไหร่ เธอย่อมเห็นรอยยิ้มมุมปากที่แสนจะกวนประสาทนั่นแน่ๆ
"อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยค่ะ... เอ่อ... ครับ!" รินรดาแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเผลอหลุดมาดสาวมั่น "ผมหมายถึงว่า คุณคีย์ต่างหากล่ะที่ยืนขวางทางหนีตายของผม พื้นที่ในนี้ตั้งกว้าง ทำไมคุณต้องถอยหลังมาจนแทบจะชนแผ่นหลังฉันอยู่แล้วด้วย"
"ก็เพราะคุณตื่นตระหนกจนเดินมาชนผมก่อนต่างหาก รินรดา" คีย์ตอบสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขานุ่มทุ้มขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยเมื่อความเงียบเริ่มครอบงำ "ถ้ากลัวความมืดขนาดนั้น ทำไมไม่ยอมรับดีๆ ล่ะครับว่าอยากให้ผมปลอบ"
"ใครกลัวกัน! ฉัน... ผมแค่อยเกลียดพื้นที่แคบๆ ต่างหากเล่า!"
น้ำเสียงของหญิงสาวเริ่มสั่นเครือเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ความมืดมิดรอบด้านทำให้ประสาทสัมผัสอื่นๆ พลอยทำงานไวขึ้น เธอกลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงของคีย์ลอยวนอยู่ในพื้นที่จำกัดนี้ มันไม่ใช่กลิ่นที่ชวนอึดอัด แต่กลับทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอเต้นผิดจังหวะอย่างน่าโมโห
ในขณะเดียวกัน คีย์ ธันวา ที่ยืนอยู่ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออกของคนตัวเล็ก ก็เริ่มรู้สึกว่าอุณหภูมิภายในลิฟต์ตัวนี้พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติ แม้ระบบระบายอากาศสำรองจะยังทำงานอยู่ แต่ความใกล้ชิดที่แนบเนียนอย่างไร้รอยต่อนี้กำลังทำลายสติสัมปชัญญะของประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่านิ่งขรึมและใจแข็งราวกับหินผา
เขาก้มมองกลุ่มผมนุ่มที่อยู่ระดับปลายคางของตนเองในความสลัว แม้จะมองไม่เห็นแววตาซุกซนของเธอ แต่เขากลับจดจำความดื้อรั้นในดวงคู่นั้นได้อย่างแม่นยำ
"ถ้าอึดอัดมากนัก... จะซบไหล่ผมแก้ขัดไปก่อนก็ได้นะครับ"
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็งทำเอารินรดาชะงักกึก เธอเงยหน้าขึ้นทันทีโดยไม่ทันระวัง ทำให้ศีรษะทุยกระแทกเข้ากับคางของชายหนุ่มเต็มแรง
"โอ๊ย!"
"ซี้ด... คุณนี่มันตัวปัญหาสมชื่อจริงๆ รินรดา" คีย์อุทานเบาๆ พร้อมกับยกมือขึ้นลูบคางตัวเองป้อยๆ
"ก็ใครใช้ให้คุณพูดจาประหลาดๆ ล่ะคะ... ครับ! ใครใช้ให้คุณพูดจาประหลาดเล่า!" รินรดาลูบหน้าผากตัวเองป้อยๆ เช่นกัน ความเจ็บทำให้ลืมความกลัวไปชั่วขณะ แต่ความซุ่มซ่ามของเธอกลับพาให้สถานการณ์ยิ่งอันตรายขึ้นไปอีก เมื่อจังหวะที่เธอเซถอยหลัง ข้อเท้าของเธอกลับพลิกเข้าอย่างจังจนร่างบางเกือบจะล้มพับลงไปกองกับพื้น
แต่ก่อนที่แผ่นหลังจะกระแทกพื้นเหล็กเย็นเฉียบ ท่อนแขนแข็งแกร่งก็ตวัดเอวบางเอาไว้ได้ทัน ร่างของรินรดาถูกดึงเข้าไปแนบชิดกับอกแกร่งในเสี้ยววินาที ลมหายใจของทั้งคู่ปะทะกันจนแทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าเสียงหัวใจที่เต้นรัวรากับกลองชุดของคนทั้งคู่กลับดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในความมืด คีย์ก้มมองใบหน้านวลเนียนที่อยู่ห่างเพียงคืบ แม้จะมองเห็นเพียงเค้าโครงรางเลือน แต่เขากลับรู้สึกราวกับถูกมนต์สะกด ปลายนิ้วมือที่โอบเอวคอดไว้เผลอกระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
รินรดากลั้นหายใจ สมองขาวโพลนไปหมด เธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาที่ทาบทับอยู่บนเอว และไอร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของชายหนุ่ม ปากที่เคยเก่งกาจเถียงฉอดๆ กลับหนักอึ้งราวกับถูกเย็บติดกันสนิท
"ริน..." เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู น้ำเสียงนั้นไร้ซึ่งความเยือกเย็นหรือท่าทีประชดประชันอย่างที่เคยเป็น มันเจือด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและจริงจังจนน่าใจหาย "...คุณทำให้ผมเสียสมาธิรู้ตัวไหม"
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นในความมืด หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เธอกำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความไหวหวั่น แต่ริมฝีปากหยักลึกของเขากลับเคลื่อนเข้ามาใกล้จนชิดมุมปากโดยไม่มีการลังเล...
พรึบ!
แสงไฟนีออนสีขาวสว่างวาบขึ้นกะทันหันจนทั้งคู่ต้องหรี่ตาลงเพื่อปรับโฟกัส พร้อมกับเสียงพัดลมระบายอากาศที่กลับมาทำงานส่งเสียงดังฮัมเบาๆ
รินรดารีบผลักอกแกร่งออกสุดแรงเกิด ใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอก้าวถอยหลังไปจนชิดมุมลิฟต์ฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างระยะห่าง ขณะที่คีย์ ธันวา ยืนนิ่งกระแอมไอเบาๆ สองทีเพื่อปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นท่านประธานผู้เยือกเย็นและหยิ่งผยองเช่นเดิม แม้ว่าใบหูของเขาจะแดงแจ๋ไม่แพ้หญิงสาวเลยก็ตาม
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณลิฟต์ชั้นล็อบบี้ดังขึ้นพร้อมกับประตูเหล็กสีเงินที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของใครบางคนที่ยืนรออยู่ด้านนอกด้วยสีหน้าตกใจ
"พี่คีย์! ติดอยู่ในนี้จริงๆ ด้วยเหรอคะเนี่ย... อ้าว พี่รินก็อยู่ด้วยเหรอคะเนี่ย ทำไมหน้าแดงกันจัง... หรือว่าข้างในนี้... จะร้อนมากจริงๆ?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมา ณ บรรทัดนี้นะครับ
เล่ห์ร้ายพ่ายรักคุณชายปากแข็ง•ตอนที่ 6
จังหวะนรกในลิฟต์
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักคุณชายปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!