แฟ้มเอกสารหนาปึกตกลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น พร้อมกับเสียงอุทานตกใจของรินรดาที่ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัว
"พี่คีย์คะ เอกสารกองนี้— อุ๊ย!"
รินรดาก้มลงเก็บกระดาษที่กระจายเกลื่อนบนพรมราคาแพงอย่างลนลาน ทว่ามือหนาของคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานกลับคว้าข้อมือเธอไว้ก่อน นิ้วเรียวยาวออกแรงบีบเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกริบที่มักจะฉายแววดุและซ่อนความเย่อหยิ่งไว้เสมอในยามปกติ ตอนนี้กลับไหววูบราวกับเปลวเทียนที่ถูกลม The storm พัดผ่าน มันไม่ใช่แววตาแห่งความเกรี้ยวกราด แต่เป็นความเปราะบางที่เขาพยายามซ่อนเร้นมาตลอดชีวิต
"ใครใช้ให้เธอเข้ามาโดยไม่เคาะประตู..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น แต่อาการสั่นพร่าในน้ำเสียงนั้นชัดเจนเสียจนคนฟังชะงัก
"ฉัน... ฉันขอโทษค่ะ— เอ๊ย ขอโทษครับ!" รินรดาเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นชิน แต่เมื่อเห็นสภาพของคนตรงหน้า เธอก็กลืนคำพูดทั้งหมดลงคอ ดวงตาคู่สวยมองสำรวจใบหน้าคมคายที่มักจะเชิดขึ้นอย่างถือดี บัดนี้สันกรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน เม็ดเหงื่อผุดซึมตามไรผม ทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องทำงานนี้เย็นจัด
"พี่คีย์..." เธอเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงโดยอัตโนมัติ ความปากเก่งและท่าทีตั้งแง่ที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เมื่อสัญชาตญาณบอกเธอว่าผู้ชายปากร้ายคนนี้กำลังเผชิญหน้ากับปีศาจในใจที่น่ากลัวที่สุด
ธันวาผ่อนลมหายใจเฮือกใหญ่ เขารemove มือออกจากข้อมือของเธอราวกับถูกไฟลวก ก่อนจะยกมือขึ้นเสยผมสีเข้มลวกๆ ดวงตาคู่คมเสมองไปทางอื่น ราวกับไม่อยากให้เธอเห็นรอยร้าวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเกราะป้องกันอันแข็งแกร่ง
"ออกไปซะ..." เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ปล่อยเอกสารไว้ตรงนั้นแล้วออกไป"
"ไม่ค่ะ" รินรดากลับไม่ยอมขยับเขยื้อน เธอนั่งคุกเข่าลงข้างหนึ่งบนพื้นพรม เก็บแผ่นกระดาษแผ่นสุดท้ายขึ้นมาจัดเรียงให้เข้าที่อย่างใจเย็น "ถ้าฉันออกไปตอนนี้ พี่ก็จะนั่งจมปลักอยู่กับความรู้สึกบ้าๆ นี่คนเดียว... เหมือนทุกครั้งใช่ไหมล่ะคะ"
"เธอรู้อะไร รินรดา!" ธันวาตวาดลั่น เขาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้จนมันไถลไปกระแทกผนังด้านหลังเสียงดังสนั่น ดวงตาสสีเข้มแดงก่ำด้วยอารมณ์ที่ตีรวน "เธอเป็นใคร ถึงกล้ามาทำตัวรู้ดี! คนอย่างเธอเติบโตมาแบบไหนกัน ถึงคิดว่าจะเข้าใจความเน่าเฟะในครอบครัวของฉันได้!"
คำพูดเชือดเฉือนและท่าทีผลักไสไม่ได้ทำให้รินรดาถอยหลัง เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าเขาอยู่หลายช่วงตัว ทว่าแววตาที่มองตรงมากลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและเห็นอกเห็นใจอย่างลึกซึ้ง
"ฉันอาจจะไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองเหมือนพี่..." รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น ทว่าแฝงความสั่นเครือเล็กน้อย "ฉันไม่มีนามสกุลใหญ่โตให้ต้องแบกรับ ไม่มีบริษัทมูลค่าหลายหมื่นล้านให้ต้องแย่งชิง... แต่ฉันรู้ว่าการต้องสูญเสียคนที่รักไปต่อหน้าต่อตา โดยที่เราทำอะไรไม่ได้เลยมันรู้สึกยังไง"
ธันวาชะงัก ร่างสูงใหญ่แข็งค้างราวกับถูกสาป ริมฝีปากที่เคยใช้พูดจาถางถางผู้อื่นเม้มเข้าหากันแน่น
"วันที่แม่ของฉันจากไป..." รินรดาก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอลอยละล่องเข้ามาปะทะจมูกท่ามกลางบรรยากาศอึมครึม "ท่านบอกฉันว่า ต่อให้โลกนี้จะใจร้ายกับเราแค่ไหน อย่าปล่อยให้ความเกลียดชังมาขโมยรอยยิ้มและหัวใจของเราไป... พี่คีย์คะ ที่พี่ต้องทำตัวปากร้าย เย็นชา และผลักไสทุกคนออกไป ก็เพราะพี่กลัวที่จะต้องเจ็บปวดแบบนั้นอีกใช่ไหมคะ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งสองชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ธันวายืนนิ่งงัน ราวกับกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นมานานนับสิบปี กำลังถูกหลอมละลายลงด้วยหยดน้ำตาแห่งความเข้าใจที่เอ่อคลออยู่ในหน่วยตาคู่สวยของหญิงสาวตรงหน้า
"เธอ..." ธันวาเค้นเสียงออกมาได้เพียงแค่นั้น กำปั้นทั้งสองข้างที่กำแน่นค่อยๆ คลายออก ความหยิ่งทะนงทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา "เธอมัน... น่ารำคาญที่สุด รินรดา"
คำพูดตัดพ้อที่ไร้ซึ่งพิษสง กลับทำให้รินรด้ารู้สึกจุกอยู่ในอก เธอระบายยิ้มจางๆ ออกมาทั้งที่ขอบตาร้อนผ่าว
"ค่ะ ฉันมันน่ารำคาญ..." เธอขยับเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างกล้าหาญ ก่อนจะเอื้อมมือเรียวไปแตะที่ท่อนแขนแกร่งเบาๆ "แต่ฉันก็ยืนอยู่ตรงนี้แล้วนี่คะ... อยากจะระบายอะไร หรืออยากจะร้องไห้ ก็ทำซะสิ ฉันสัญญาว่าจะไม่เอาไปล้อเลียนใครหรอก"
ธันวากะพริบตาช้าๆ เพื่อสกัดกั้นหยดน้ำตาที่รั้นจะไหลลงมา ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บกดไว้ลึกสุดใจนับตั้งแต่คืนวันเกิดอุบัติเหตุพรากครอบครัวไปทีละส่วน กำลังหาทางระบายออกผ่านความอบอุ่นจากฝ่ามือเล็กๆ ที่แตะอยู่บนแขนของเขา
ร่างสูงตัดสินใจดึงรึงรัดร่างบางเข้ามาในอ้อมแขนอย่างไม่ทันตั้งตัว แรงกอดที่แน่นหนาราวกับต้องการยึดเหนี่ยววิญญาณที่กำลังล่องลอย รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจชั่ววินาที ก่อนที่ความอ่อนโยนจะเข้าครอบงำ เธอหลับตาลง ยกมือขึ้นโอบแผ่นหลังกว้างของคนตัวโตกว่าเอาไว้ สัมผัสได้ถึงแรงสะั่นสะเทือนจากสะอื้นไห้ที่ถูกกลืนหายไปในลำคอของชายหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร
"ขอบคุณนะ..." เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงถอนหายใจดังขึ้นข้างใบหูของเธอ มันเป็นคำพูดที่จริงใจที่สุดเท่าที่รินรดาเคยได้ยินจากปากผู้ชายคนนี้
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง ความอบอุ่นจากอ้อมกอดและกลิ่นกายเฉพาะตัวทำให้หัวใจของทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ทว่าในวินาทีที่ความเปราะบางกำลังแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งทางอารมณ์...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท ก่อนที่ลูกบิดประตูจะหมุนเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต
"คุณธันวาคะ ดิฉันเอาแฟ้ม— อุ๊ย ตายจริง! ดิฉันเข้ามาผิดเวลาหรือเปล่าคะเนี่ย"
เสียงแหลมสูงของเลขานุการสาวใหญ่ประจำตัวดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศหวานซึ้งจนย่อยยับ รินรดาผละออกจากอ้อมแขนของธันวาอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจหน้าแดงแจ๋ ขณะที่ธันวาตวัดสายตาดุราวกระบี่คมกริบไปมองผู้บุกรุกด้วยโทสะที่พุ่งทะยานขึ้นมาอีกครั้ง
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
เล่ห์ร้ายพ่ายรักคุณชายปากแข็ง•ตอนที่ 18
บาดแผลในอดีต
ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักคุณชายปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!