เล่ห์ร้ายพ่ายรักคุณชายปากแข็ง•ตอนที่ 27

ความจริงที่ต้องเลือก

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
“ถอนหมั้นเสีย หรือจะให้ผมเลือกวิธีจัดการที่รุนแรงกว่านั้นกับผู้หญิงของคุณ?” เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยไอสังหารของ ‘ศิลา’ พี่ชายต่างแม่ของคีย์ ธันวา ดังก้องอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบเชียบ ราวกับคมมีดที่กำลังกรีดผ่านความเงียบงัน คีย์นั่งพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง แววตาคมกริบจ้องมองอีกฝ่ายนิ่งสนิท ทว่าในใจกลับกำลังเดือดพล่านเหมือนลาวาที่ถูกกักเก็บไว้ใต้ภูเขาไฟ “พี่คิดว่าการเอาชีวิตคนอื่นมาขู่ จะทำให้ผมก้มหัวให้พี่งั้นเหรอ?” คีย์แค่นยิ้มที่มุมปาก นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า “รินไม่ใช่สิ่งของที่พี่จะเอาไปข่มขู่ใครได้ตามใจชอบ” “แต่เธอเป็นจุดอ่อนเดียวของแก คีย์” ศิลาขยับตัวโน้มเข้ามาใกล้ “คิดดูให้ดี บริษัทกำลังจะเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน ถ้าชื่อเสียของแกแปดเปื้อนเพราะผู้หญิงกระจอกๆ คนหนึ่ง หุ้นที่แกถืออยู่จะกลายเป็นกระดาษเช็ดก้นในพริบตา” คีย์นิ่งไปครู่หนึ่ง กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน เขาไม่ได้กลัวอำนาจของศิลา แต่เขากลัว... กลัวว่ารินรดาจะต้องรับผลกระทบจากสงครามธุรกิจที่เขาสร้างขึ้น ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของห้องทำงานชั้นล่าง รินรดากำลังเก็บเอกสารที่กระจัดกระจายจากการรีบวิ่งเข้ามารับงานด่วน เธอไม่ได้ตั้งใจจะมาพบใคร แต่บทสนทนาที่ลอดออกมาจากบานประตูแง้มเล็กน้อยนั้น ทำให้เท้าของเธอหยุดชะงักลงราวกับถูกแช่แข็ง *‘รินรดาคือจุดอ่อน... ถ้าไม่อยากให้เธอหายไปจากบริษัทในสภาพที่ไม่น่ามอง’* คำพูดนั้นซ้ำเติมจิตใจเธอเหมือนน้ำกรด รินรดากำแพงในใจที่เคยแข็งแกร่งกลับสั่นคลอน เธอไม่ใช่คนอ่อนแอ แต่เธอไม่อยากเป็นตัวถ่วงของคีย์ ชายหนุ่มที่ปากร้ายใส่เธอทุกวัน แต่กลับเป็นคนที่ปกป้องเธอเงียบๆ เสมอมา *‘คีย์... ฉันยอมเจ็บคนเดียว ดีกว่าให้คุณล้มเพราะฉัน’* รินรดาตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องทำงานของคีย์ในจังหวะที่ศิลาเพิ่งเดินจากไปพอดี เธอเห็นคีย์ยืนหันหลังให้ ประสานมือไว้ที่ท้ายทอยท่าทางเคร่งเครียด “เข้ามาทำไม?” คีย์ถามเสียงเรียบโดยไม่หันมามอง แต่รินรดารู้ดีว่าเขากำลังพยายามซ่อนความรู้สึก “ฉันได้ยินหมดแล้วเรื่องข้อเสนอของพี่ชายคุณ” รินรดาเดินไปหยุดข้างหลังเขา “คุณไม่จำเป็นต้องเลือกหรอกค่ะ เพราะฉันเลือกให้คุณแล้ว” คีย์หมุนตัวกลับมา สายตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “เธอพูดอะไรของเธอ ริน? ออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนกับความดื้อรั้นของเธอ” “เราเลิกกันเถอะค่ะ” คำพูดนั้นเรียบง่ายแต่ทรงพลังราวกับระเบิดเวลา คีย์ชะงักไป ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่น่ากลัว “เธอคิดว่าเธอเป็นใคร? ถึงมาสั่งให้ฉันทำตามใจเธอแบบนี้” “ฉันเป็นแค่พนักงานในบริษัทคุณไงคะ” รินรดาฝืนยิ้ม แม้ขอบตาจะเริ่มร้อนผ่าว “ฉันไม่อยากให้คุณเสียอนาคตเพราะผู้หญิงปากดีอย่างฉัน... การหายไปของฉัน มันคือทางออกที่ดีที่สุดแล้ว” คีย์พุ่งตัวเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ “อย่ามาทำตัวเป็นนางเอกผู้เสียสละในละครน้ำเน่าแถวนี้! เธอคิดว่าฉันเป็นคนยังไง? ที่ต้องยอมขายความรักเพื่อรักษาอำนาจงั้นเหรอ!” “แต่ถ้าคุณไม่ทำ... คนที่เจ็บคือคุณ!” รินรดาตะคอกกลับ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เริ่มร่วงหล่น “คุณมันปากร้าย! ปากแข็ง! แล้วจะให้ฉันทนเห็นคุณถูกเหยียบย่ำเพราะฉันเนี่ยนะ? ฉันทำไม่ได้หรอก!” ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของทั้งคู่ คีย์มองใบหน้าเปื้อนน้ำตาของรินรดาด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก เขาโกรธที่เธอคิดจะทิ้งเขา แต่ในขณะเดียวกันเขาก็หลงรักความเด็ดเดี่ยวที่ปกป้องเขามากกว่าตัวเองแบบนี้ เขาดึงร่างของเธอเข้ามาปะทะอกแกร่ง กอดเธอไว้แน่นจนแทบหายใจไม่ออก “ถ้าเธอไป... ฉันจะพังทุกอย่างทิ้งให้หมด ทั้งบริษัท ทั้งอำนาจที่ไอ้ศิลาต้องการ ถ้าไม่มีเธออยู่ข้างๆ... ฉันก็ไม่เหลืออะไรต้องรักษาอีกแล้ว เข้าใจไหม!” รินรดาซุกหน้าลงกับแผ่นอกของเขา ปล่อยโฮออกมาโดยไม่อาย “คุณมันบ้า... คีย์ คุณมันบ้าที่สุด” “ใช่... ฉันบ้าที่รักผู้หญิงปากเก่งอย่างเธอ” คีย์ก้มลงกระซิบข้างหู น้ำเสียงแปรเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความอ่อนโยนที่ชวนให้ใจสั่น “ถ้าเธอกล้าก้าวขาออกจากบริษัทนี้ก้าวเดียว อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนะ เพราะฉันจะตามไปฉุดเธอกลับมา... ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหาเธอก็ตาม” ทว่าในจังหวะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับการก้าวเข้ามาของบุคคลที่สามที่ไม่ได้รับเชิญ รินรดาผละออกจากอกของคีย์อย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่าใครยืนอยู่ตรงหน้า ประตูห้องทำงานถูกเปิดอ้ากว้าง ปรากฏร่างของหญิงสาวในชุดเดรสหรูหรา ใบหน้าที่เรียบเฉยแต่แฝงด้วยความเย่อหยิ่งของ ‘คุณหญิงอลิสา’ แม่ของคีย์ยืนตระหง่านอยู่พร้อมรอยยิ้มที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง “ดูเหมือนว่าฉันจะเข้ามาในเวลาที่ไม่ค่อยเหมาะสมนักนะ... แต่เรื่องที่ฉันจะพูดวันนี้ มันสำคัญกว่าเรื่องกอดรัดฟัดเหวี่ยงพวกนี้” คุณหญิงเดินตรงเข้ามาในห้อง สายตาเย็นชาจ้องมองไปที่รินรดาอย่างดูแคลน ก่อนจะวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะไม้ราคาแพงของคีย์ “ในซองนั้นคือตั๋วเครื่องบินไปต่างประเทศ และเอกสารลาออกของเธอ รินรดา” คุณหญิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เฉียบขาด “เลือกเอา... ว่าจะเดินออกไปตอนนี้ด้วยเงินก้อนโต หรือจะให้ฉันจัดการให้เธอไม่มีที่ยืนในประเทศนี้อีกต่อไป” คีย์ขยับตัวก้าวไปบังหน้ารินรดาไว้ทันที สายตาของเขาจ้องมองมารดาด้วยความกร้าวร้าว “แม่... ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามายุ่งเรื่องของผม!” “เรื่องของลูก คือเรื่องที่ฉันมีสิทธิ์จัดการเสมอ คีย์!” คุณหญิงสวนกลับทันควัน “หรือจะให้ฉันทำมากกว่าการไล่เธอออก... เช่นการทำให้ตระกูลของเธอต้องมีมลทิน จนอยู่ไม่ได้แม้แต่ที่ซุกหัวนอน?” รินรดาตัวชาไปทั่วร่าง เธอไม่ได้กลัวตัวเอง แต่คำขู่ที่พาดพิงถึงครอบครัวทำให้เธอตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต คีย์กำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขากำลังจะอ้าปากเถียง แต่รินรดากลับเอื้อมมือไปแตะแขนเขาไว้เบาๆ เธอหันไปสบตากับคุณหญิงอลิสาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... มันไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะสู้จนหยดสุดท้าย “ดิฉันจะไปค่ะ” รินรดาเอ่ยเสียงนิ่ง “แต่ไม่ใช่เพราะเงินของท่าน... และไม่ใช่เพราะคำขู่ของท่านด้วย” คีย์หันขวับมามองเธอด้วยความตกใจ “ริน! เธอพูดอะไรของเธอ!” รินรดาไม่ตอบ แต่เธอกลับหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมา ก่อนจะจ้องมองไปยังคุณหญิงอลิสาด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก “ดิฉันมีเงื่อนไขเดียวค่ะ... ถ้าดิฉันไปจากชีวิตคุณคีย์ ท่านต้องรับปากว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของเขาและไม่ขัดขวางอนาคตของเขาอีก ถ้าท่านรับปาก... ดิฉันก็จะยอมหายไปทันที” “ริน หยุดเดี๋ยวนี้!” คีย์ตะโกนเสียงกร้าว เขาพยายามจะคว้ามือเธอไว้ แต่รินรดากลับถอยหลังหนี “คุณชายคะ...” รินรดาเอ่ยเรียกเขาด้วยสรรพนามที่ห่างเหินเป็นครั้งแรก “บางครั้ง... การรักใครสักคน ก็คือการยอมถอยออกมาเพื่อให้เขาได้เดินต่อไป... ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะ” รินรดาเดินผ่านหน้าคุณหญิงอลิสาไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้คีย์ยืนนิ่งงันอยู่กับที่ ในขณะที่คุณหญิงอลิสายังคงยืนยิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของคีย์ก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนที่ใบหน้าจะถอดสีไปในทันที “ครับ... ว่าไงนะ!” คีย์หน้าซีดเผือด “หมายความว่ายังไงที่บอกว่ารินรดาไม่ได้กลับบ้าน! แล้วรถของเธอล่ะ... รถของเธอถูกพบที่ไหน!” เขาเงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเป็นความแค้นที่ปะทุขึ้น “แม่... แม่ทำอะไรลงไป!” หวังว่าตอนที่ 27 นี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่จนวางไม่ลงนะครับ ขอบคุณที่ติดตาม "โครโนสทริกเกอร์" มาโดยตลอดครับ!
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์ร้ายพ่ายรักคุณชายปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%