สยบวิญญาณเซียน ทะยานสู่บัลลังก์ฟ้า•ตอนที่ 22

ทัณฑ์สายฟ้าเก้าชั้นฟ้า

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"หากสวรรค์ต้องการดับสูญวิถีของข้า... ข้าก็จะใช้กระบี่เล่มนี้ แหวกผ่าสวรรค์ให้ท่านดู!" เสียงคำรามอันกึกก้องราวกับพยัคฆ์หนุ่มผู้ทะนงตนดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขาเมฆาคล้อย มวลพลังปราณอันไร้ขอบเขตระเบิดออกจากร่างของหลี่เฟิง แผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนพื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวละเอียดเป็นผุยผง เมฆทมิฬหนาทึบปกคลุมรัศมีนับร้อยลี้ ประดุจม่านราตรีที่ถูกฉีกกระชากด้วยอัสนีบาตสีม่วงเข้ม ประกายสายฟ้าฟาดผ่าลงมาอย่างไร้ความปรานี สะท้อนให้เห็นใบหน้าอันคมคายและแววตาที่แน่วแน่ราวกับเหล็กกล้าของชายหนุ่ม ในระยะห่างออกไปร้อยเมตร ไป๋อวี๋ชิงยืนสงบนิ่งอยู่บนยอดผาสูงชัน อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางโบกสะบัดตามแรงพายุหมุน ทว่าแววตาคู่สวยที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี กลับฉายแววความกังวลและห่วงIหาอย่างปิดไม่มิด นางกำกระบี่เหมันต์ในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด แม้ในยุทธภพจะเล่าขานว่านางคือเซียนกระบี่ผู้ไร้ความรู้สึก ทว่าในยามนี้ หัวใจของนางกลับสั่นไหวไปพร้อมกับทุกจังหวะการเต้นของชายหนุ่มผู้ยืนหยัดท้าทายฟ้าดินเบื้องล่าง "หลี่เฟิง..." นางพึมพำกับสายลม เสียงของนางแผ่วเบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงคำรามของฟ้าดิน "ท่านต้องรอด... หากท่านดับสูญ วิถีกระบี่แห่งข้าก็คงไร้ซึ่งความหมายอีกต่อไป" *เปรี้ยง! ครืนนน!* อัสนีบาตสายแรกพุ่งแหวกอากาศลงมาด้วยความเร็วระดับพริบตา มันไม่ใช่สายฟ้าธรรมดา แต่คือ "ทัณฑ์สายฟ้าเก้าชั้นฟ้า" อาวุธพิพากษาของกฎแห่งสวรรค์ที่ใช้ลงทัณฑ์ผู้ฝืนลิขิต หลี่เฟิงแหงนมองเงาดำมหึมาที่กำลังพุ่งดิ่งลงมา รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเย่อหยิ่ง "มาสิ! ให้ข้าได้เห็นว่าสายฟ้าของพวกเจ้า จะคมกล้าสักเพียงใด!" หลี่เฟิงไม่หลบหนี เขาตวัดกระบี่วิญญาณในมือขึ้นฟ้า เคล็ดวิชากระบี่เก้าสวรรค์ถูกขับเคลื่อนถึงขีดสุด ปราณกระบี่สีทองอร่ามพุ่งทะยานขึ้นไปปะทะกับสายฟ้าสีม่วงอย่างจัง แรงปะทะทำให้เกิดคลื่นกระแทกสะท้อนเป็นวงกว้าง ต้นไม้ใบหญ้ารอบรัศมีสิบหลี้ถูกแผดเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา เลือดสีแดงฉานพวยพุ่งออกจากปากของหลี่เฟิง ทว่าเขากลับไม่มีทีท่าว่าจะถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ในฐานะอดีตมหาเทพกระบี่ผู้เคยเหยียบย่ำอยู่บนจุดสูงสุด หลี่เฟิงรู้ดีว่าทัณฑ์สวรรค์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การทดสอบพลังปราณ แต่มันคือการทดสอบ "จิตวิญญาณ" ว่ามีความมุ่งมั่นมากพอที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์สู่ความเป็นเซียนแท้จริงหรือไม่ หากจิตใจหวั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที วิญญาณของเขาจะถูกสายฟ้าแผดเผาจนแตกสลาย ไม่มีการกลับชาติมาเกิดอีกเป็นครั้งที่สอง "ทนไว้... ข้ายังต้องสะสางหนี้แค้น ยังต้องปกป้องคนที่ข้ารัก..." สายตาของหลี่เฟิงเปล่งประกายเจิดจ้าดั่งดวงตะวันยามเที่ยง เขารวบรวมพลังปราณที่เหลืออยู่ทั้งหมดผสานเข้ากับวิญญาณกระบี่ ร่างกายของเขาเปล่งแสงสว่างเจิดจ้าจนกลบรัศมีของสายฟ้าไปชั่วขณะ ไป๋อวี๋ชิงที่เฝ้ามองอยู่เบื้องบนสัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังแผ่ซ่านออกมา นางสูดลมหายใจเข้าลึก and ตัดสินใจก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว เตรียมพร้อมที่จะทะยานเข้าไปช่วยรับทัณฑ์สวรรค์แทนเขาทันที หากสถานการณ์เกินกว่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะแบกรับไหว ต่อให้ต้องฝืนกฏสวรรค์และเป็นศัตรูกับฟ้าดิน นางก็ไม่ยอมให้ชายผู้เป็นดั่งดวงใจต้องดับสูญไปต่อหน้าต่อตา ทว่า ในวินาทีวิกฤตที่อัสนีบาตสายที่สองกำลังจะผ่าลงมาซ้ำเติม ท้องฟ้าเบื้องบนกลับเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน เมฆทมิฬที่หมุนวนอยู่หยุดชะงักลง เสียงคำรามของฟ้าดินเงียบหายไปในพริบตา ราวกับว่ามีพลังลึกลับอันยิ่งใหญ่บางอย่างกำลังกดทับลงมาจากมิติที่สูงขึ้นไปอีก รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางอากาศเหนือศีรษะของหลี่เฟิง พร้อมกับกลิ่นอายโบราณกาลที่กดดันจนสรรพสิ่งต้องสั่นสะทواน และเงาร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีทองอร่ามผู้หนึ่ง ที่ก้าวออกมาจากรอยแยกนั้นอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่สั่นประสาท "นึกไม่ถึงว่า ผ่านไปหมื่นปี โลกมนุษย์จะยังมีคนที่กล้าท้าทายทัณฑ์สวรรค์ขั้นนี้... น่าสนใจ น่าสนใจยิ่งนัก เจ้าหนู เจ้าคือทายาทของใครกันแน่?" คำพูดนั้นทำให้ดวงตาของหลี่เฟิงหรี่แคบลงทันที ในขณะที่ไป๋อวี๋ชิงชักกระบี่ออกจากฝักครึ่งหนึ่ง รังสีสังหารพุ่งทะยานออกจากร่างของนางอย่างไร้ความปราณี ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิญญาณเซียน ทะยานสู่บัลลังก์ฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%