กระบี่เหมันต์ในมือไป๋อวี๋ชิงมิได้ถูกชักออกมาเพื่อฆ่าฟัน แต่มันสั่นระริกด้วยความตื่นกลัวต่อปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ที่กำลังแผดเผาร่างของหลี่เฟิงจากภายใน
"ถอยไป... อวี๋ชิง!"
เสียงคำรามของหลี่เฟิงแหบพร่า ดวงตาทั้งคู่แดงก่ำราวกับโลหิต เมฆหมอกบนยอดเขาที่หมุนวนเป็นเกลียวพายุเริ่มกลายสภาพเป็นสายฟ้าสีครามฟาดผ่าลงมาอย่างไร้ความปรานี อาการธาตุไฟเข้าแทrak จากการฝืนทะลวงขอบเขตขั้นเก้าก่อนเวลากำหนดกำลังฉีกกระชากเส้นชีพจรลมปราณของเขาเป็นชิ้นๆ พลังหยางที่ปั่นป่วนแผดเผาอวัยวะภายในจนหลั่งเลือดสดๆ ออกจากมุมปาก
ไป๋อวี๋ชิงไม่เอวาจา นางก้าวเท้าข้ามผ่านเขตแดนสังหารด้วยท่วง่างามสง่าดั่งเซียนผู้หลุดพ้น รังสีความเย็นเยือกแผ่พุ่งออกมาจากร่างเพื่อกดข่มเพลิงอัคคีคลั่งที่กำลังแผดเผาหลี่เฟิง แต่มันกลับยิ่งทำให้พลังทั้งสองขั้วปะทะกันรุนแรงยิ่งขึ้นจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น
"ท่านโง่เขลาถึงเพียงนี้เชียวหรือ... หลี่เฟิง"
สุ้มเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย แต่นัยน์ตาคู่คณนิกกลับเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ นางทิ้งกระบี่ในมือลงพื้น น้ำแข็งสีครามแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างเพื่อตรึงร่างของชายหนุ่มไม่ให้หลุดลอยไปกับพายุสวรรค์ ก่อนจะทรุดกายลงนั่งขัดสมาธิประชิดเบื้องหน้าเขา ฝ่ามือเรียวดุจหยกสลักประกบเข้ากับฝ่ามือที่ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตของหลี่เฟิงทันที
ตูม!
คลื่นพลังรุนแรงระเบิดออกรอบตัวคนทั้งสอง ดินหินบริเวณนั้นแหลกละเอียดเป็นผุยผง ไป๋อวี๋ชิงพ่นโลหิตสีแดงฉานออกมาคำโตเมื่อความร้อนระอุของธาตุไฟทะลักเข้าสู่ร่างของนางผ่านทางการประสานมือ แต่ทว่านางมิได้ปล่อยมือ ร่างกายของนางสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวด ทว่าแววตาที่มองสบตากับหลี่เฟิงกลับเต็มไปด้วยความอาทรลึกซึ้งที่นางไม่เคยเปิดเผยให้ผู้ใดในใต้หล้าได้เห็น
"เจ้า... เจ้ากำลังทำบ้าอะไร ไป๋อวี๋ชิง!" หลี่เฟิงกัดฟันกรอด ฝืนดึงสติที่ใกล้ดับวูบกลับมา "วิชาหยินหยางสะท้านฟ้า... เจ้ากำลังเอาชีวิตของเจ้ามาเสี่ยงร่วมกับข้า!"
"ชีวิตของข้า... ตั้งแต่วันที่มอบให้ท่าน มันมิใช่ของข้าอีกต่อไปแล้ว" ไป๋อวี๋ชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในจิตวิญญาณ "หลับตาลง... โคจรวิถีปราณตามข้า อย่าปล่อยให้ใจหวั่นไหว มิฉะนั้น เราจะต้องตายด้วยกันทั้งคู่"
ในสถานการณ์ความเป็นความตายอันบีบคั้น หลี่เฟิงสูดหายใจเข้าลึกระงับความตื่นตระหนก เขาขบกรามแน่นจนสันนูน ปิดเปลือกตาลงแล้วเริ่มตั้งจิตโคจรพลังตามวิถีที่นางนำทาง พลังหยางที่ดุร้ายดั่งพยัคฆ์คลั่งในร่างของเขาค่อยๆ ถูกดึงดูดให้ไหลเวียนผ่านฝ่ามือเข้าสู่ร่างของไป๋อวี๋ชิง ในขณะเดียวกัน พลังหยินอันบริสุทธิ์เยือกเย็นดั่งหิมะพันปีของนางก็ไหลย้อนกลับเข้ามาหล่อเลี้ยงเส้นชีพจรที่แห้งผากของเขา
นี่คือการบำเพ็ญเพียรคู่ที่อันตรายที่สุดในยุทธภพ! การหลอมรวมขั้วตรงข้ามระหว่างหยินและหยาง หากจิตใจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดความลังเลหรือสะดุดเพียงชั่วลมหายใจเดียว ร่างของทั้งคู่จะระเบิดออกเป็นจุลทันที ไม่มีแม้แต่โอกาสได้เข้าสู่เส้นทางวัฏสงสาร
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีใครล่วงรู้ ท่ามกลางพายุสายฟ้าที่ยังคงคำรามกึกก้องบนยอดเขา เหงื่อกาฬและคราบโลหิตผสานรวมกันบนร่างของคนทั้งสอง ร่างกายของหลี่เฟิงและไป๋อวี๋ชิงถูกห่อหุ้มด้วย繭 (รังไหม) พลังงานสองสี ขาวและดำ หมุนวนประสานกันเป็นรูปไทเก๊กขนาดมหึมาบนท้องฟ้า
ไป๋อวี๋ชิงใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด หยดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผากมน นางกำลังแบกรับภาระความร้อนรุนแรงเกินกว่าที่ร่างกายมนุษย์จะทานทนได้ แต่ความรู้สึกอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากหัวใจของหลี่เฟิงทำให้ก้อนเนื้อในอกของนางยังคงเต้นระรัวอย่างมีความหมาย เขากำลังปกป้องนางด้วยจิตวิญญาณ แม้ในยามที่เขาเองก็ปางตายเช่นกัน
"อวี๋ชิง... ทนอีกนิด!" หลี่เฟิงคำรามลั่นในใจ เมื่อสัมผัสได้ว่าคอขวดแห่งการทะลวงขอบเขตกำลังจะมาถึง
ทันใดนั้นเอง บรรยากาศรอบกายก็พลันสงบลงอย่างน่าประหลาด เสียงคำรามของพายุฟ้าคะนองเงียบเสียงลงชั่วขณะ ความกดดันระดับมหาศาลกดทับลงมาจากฟากฟ้า ราวกับว่าฟ้าดินกำลังจ้องมองลงมายังการฝืนลิขิตของคนทั้งสอง พลังหยินหยางภายในร่างของหลี่เฟิงหลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์แบบ เสียงระเบิดดังก้องกังวานจากจุดตันเถียนของเขา!
เปรี้ยง!
คลื่นพลังงานสีทองอร่ามและสีฟ้าครามแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างนับร้อยลี้ ยอดเขาสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น หลี่เฟิงลืมตาโพรงขึ้นในความมืด ดวงตาทั้งคู่เปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าดวงดารา อาการธาตุไฟเข้าแทรกหายไปสิ้น พลังปราณของเขาพุ่งทะยานผ่านขอบเขตขั้นเก้า ทะลวงสู่ดินแดนแห่งความหลุดพ้นขั้นปฐพีอย่างสมบูรณ์แบบ!
ไป๋อวี๋ชิงถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก นางพยายามจะผละมือออกเนื่องจากความอ่อนล้า ทว่าในวินาทีที่มือของทั้งคู่กำลังจะแยกออกจากกัน แววตาของหลี่เฟิงก็เกิดประกายแปลกประหลาดขึ้นวูบหนึ่ง
รอบตัวของพวกเขามิได้กลับสู่ความสงบอย่างที่ควรจะเป็น... แต่กลับมีกลิ่นอายปริศนาสายหนึ่งพุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วสูงลิ่วจากตีนเขา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยียบเย็นที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา
"ฮ่าๆๆ ช่างเป็นภาพการบำเพ็ญเพียรที่น่าประทับใจเสียจริง... แต่น่าเสียดาย ที่พวกเจ้าคงไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตร่วมกันในภพชาตินี้อีกแล้ว"
ร่างของเงาดำสายหนึ่งปรากฏขึ้นบนยอดไม้เบื้องหน้า แววตาของมันทอประกายสังหารอันอำมหิตพร้อมกับกระบี่ในมือที่อาบยาพิษสีม่วงเข้ม ซึ่งพุ่งตรงมายังจุดตายของไป๋อวี๋ชิงที่กำลังไร้เรี่ยวแรงต้านทานอย่างพอดิบพอดี!
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้เสมอนะครับ
สยบวิญญาณเซียน ทะยานสู่บัลลังก์ฟ้า•ตอนที่ 21
บำเพ็ญเพียรคู่สะท้านฟ้า
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิญญาณเซียน ทะยานสู่บัลลังก์ฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!