สยบวิญญาณเซียน ทะยานสู่บัลลังก์ฟ้า•ตอนที่ 23

กำเนิดยอดฝีมือแห่งยุค

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
“โครม!” เสียงระเบิดกัมปนาทดังสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย คลื่นพลังปราณสีทองอร่ามพวยพุ่งทะยานจากใจกลางถ้ำลับแล ทะลุทะลวงชั้นหินผาหนาเตอะนับร้อยเมตรพุ่งตรงขึ้นสู่ท้องนภา เมฆทมิฬหนาทึบที่ปกคลุมยอดเขาอัคคีมายาวนานนับร้อยปีถูกฉีกกระชากจนขาดวิ่นด้วยรัศมีกระบี่อันเกรียงไกรที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง หลี่เฟิงยืนตระหง่านท่ามกลางเศษซากหินผาที่พังทลาย ดวงตาทั้งคู่เปล่งประกายเจิดจ้าดั่งดวงดาราเหนือห้วงนภา ลมหายใจเข้าออกของเขาก่อให้เกิดกระแสลมวนรอบกายราวกับมังกรทองคำทะยานฟ้า ขอบเขตพลังปราณของเขาในยามนี้ได้ก้าวข้ามผ่านคอขวดที่กักขังเหล่าผู้ฝึกตนอัจฉริยะมานับไม่ถ้วน ทะยานเข้าสู่ ‘ขอบเขตราชันย์ศักดิ์สิทธิ์’ ขั้นสมบูรณ์แบบอย่างเป็นทางการแล้ว! “นี่มัน… พลังปราณระดับใดกัน เหตุไฉนจึงน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้?” ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งพรรคกระบี่สวรรค์ที่เร่งรุดมาตรวจสอบเหตุการณ์ ถึงกับทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับลูกนกตกในพายุ รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของหลี่เฟิงในยามนี้ แม้แต่ยอดฝีมือขั้นวิญญาณยุทธ์ยังต้องหลั่งเหงื่อกาฬด้วยความสะพรึง ณ สำนักต่างๆ ทั่วทั้งยุทธภพ ไม่ว่าจะเป็นนิกายมารโลหิต หรือหุบเขาโอสถสวรรค์ ต่างก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของพลังปราณอันไร้ผู้ต่อต้านนี้ ป้ายวิญญาณบรรพจารย์ที่เก็บรักษาไว้ในหอคอยลับของแต่ละพรรคต่างแตกร้าวทีละชิ้น ราวกับเป็นการก้มหัวคารวะต่อการกำเนิดขึ้นของตัวตนที่อยู่เหนือฟ้าดิน ท่ามกลางความเงียบงันและตื่นตะลึงของคนนับหมื่นที่แห่แหนกันมาดูปรากฏการณ์ประหลาด ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวนางพญาหิมะก็ก้าวเดินออกมาจากม่านหมอก ไป๋อวี๋ชิงถือกระบี่เหมันต์ไว้ในมือเรียว แววตาคู่สวยที่เคยเย็นชาไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับทอประกายความอ่อนโยนและความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด นางมองบุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยหัวใจที่เต้นระรัว “ท่านทำสำเร็จแล้วจริงๆ สินะ…” ไป๋อวี๋ชิงเอמהเสียงแผ่วเบา ราวกับพึมพำกับตนเอง แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว นางก้าวเข้าไปใกล้เขา พร้อมทั้งใช้ชายแขนเสื้อซับหยาดเหงื่อบนหน้าผากของหลี่เฟิงอย่างทะนุถนอม นี่คือภาพที่ไม่มีผู้ใดในยุทธภพเคยพบเห็นมาก่อน นางเซียนผู้เย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี กลับยอมอ่อนข้อให้แก่บุรุษเพียงผู้เดียว หลี่เฟิงหันมาสบตากับนาง มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งทระนงตามวิถีแห่งมหาเทพกระบี่ “เส้นทางนี้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น อวี๋ชิง… เหล่าหนี้เลือดในอดีต ถึงเวลาที่พวกมันต้องชดใช้แล้ว” น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดังมากนัก แต่กลับก้องกังวานรา과เสียงประกาศิตจากสวรรค์ สะท้อนก้องไปทั่วหุบเขาลึก ทุกผู้คนที่ได้ยินต่างรู้สึกราวกับมีกระบี่คมกริบมาจ่ออยู่ที่ลำคอ ความน่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้ไม่มีใครกล้าหายใจแรง แม้แต่จะสบตากับเด็กหนุ่มยังถือเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศอันน่าเกรงขามนั้นเอง ท้องนภาที่เพิ่งสงบลงกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือดอย่างฉับพลัน เสียงคำรามต่ำดั่งเสียงคำรามของอสูรบรรพกาลดังขึ้นจากรอยแยกมิติเบื้องบน เมฆสีเลือดหมุนวนเป็นรูปอักษรโบราณอันลึกลับ แรงกดดันระดับที่สามารถบดขยี้ภูเขาให้กลายเป็นผุยผงกดทับลงมาทันที “นั่นมัน… ค่ายกลผนึกมารเก้าสวรรค์! พวกมันมาเร็วกว่าที่คิดเสียอีก” ไป๋อวี๋ชิงชักกระบี่เหมันต์ออกจากฝักทันที ไอความเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกไปร้อยลี้จนน้ำค้างแข็งเกาะกุมผืนป่า หลี่เฟิงเงยหน้าขึ้นมองรอยแยกมิติบนท้องฟ้า แววตาของเขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความกระหายเลือดและความท้าทาย เขายื่นมือไปจับด้ามกระบี่ข้างกาย ขณะที่พลังปราณระดับราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ระเบิดออกอย่างไร้ขีดจำกัด บดขยี้แรงกดดันของสวรรค์จนแหลกสลายในพริบตา “ดีนัก… ข้ากำลังเบื่อพอดี หวังว่าพวกมดปลวกจากแดนเซียนเบื้องบน จะมีฝีมือพอให้ข้าได้ออกกระบี่สักสามกระบวนท่า” ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้เสมอนะครับ — พยัคฆ์ขาวคำราม
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิญญาณเซียน ทะยานสู่บัลลังก์ฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%