สยบวิญญาณเซียน ทะยานสู่บัลลังก์ฟ้า•ตอนที่ 4

พันธสัญญาสัตว์อสูร

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
กลิ่นอายคาวเลือดและไอร้อนระอุคุกรุ่นดั่งเตาหลอมโลหะ นี่คือเขตแดนชั้นในสุดของป่าอสูรโลกันตร์ สถานที่ซึ่งแม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมลมปราณยังต้องสั่นสะท้านยามก้าวล่วง หลี่เฟิงยืนหยัดนิ่งสงบอยู่บนชะง่อนผาทมิฬ เบื้องหน้าของเขาคือม่านหมอกเพลิงสีชาดที่ลุกโชนตลอดกาล ทั่วทั้งร่างของเด็กหนุ่มอาบไล้ด้วยคราบโลหิตและไอพลังปราณกระบี่อันคมกริบไร้ผู้ต่อต้าน แม้กาลเวลาจะผัน ฐานะในอดีตจะมลาย แต่จิตวิญญาณแห่งมหาเทพกระบี่หาได้สั่นคลอนไม่ ดวงตาคู่คมกวาดมองความว่างเปล่าเบื้องหน้าอย่างเยือกเย็น ราวกับกำลังรอคอยการปรากฏตัวของเจ้าถิ่นผู้ครองอาณาจักรแห่งนี้ "เจ้ามนุษย์… ความตายช่างวิ่งเข้าหาเจ้าได้รวดเร็วยิ่งนัก" สุ้มเสียงดังกึกก้องกังวานราวกับเสียงคำรามของอัสนีบาตจากขุมนรก สะเทือนเลื่อนลั่นจนผืนป่าเบื้องล่างสั่นสะท้าน ม่านหมอกเพลิงแยกออกจากกัน เผยให้เห็นร่างมหึมาของพยัคฆ์อัคคีบรรพกาล อสูรโบราณที่มีดวงตากลมโตดั่งดวงอาทิตย์สีชาด ขนทั่วร่างเป็นเปลวเพลิงสีทองทมิฬ และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดคือไอพลังกดดันระดับอสูรบรรพกาลที่แผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ไป๋อวี๋ชิงที่ยืนอยู่ไม่ไกลในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สะบัดตามแรงลมปราณ นางมิได้ขยับกายเข้าไปช่วย แต่ปลายนิ้วเรียวยาวกลับกุมด้ามกระบี่เหมันต์ไว้แน่น ไอเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างเพื่อคานอำนาจกับไอความร้อนระอุของพยัคฆ์อัคคี สายตาของนางที่มองไปยังหลี่เฟิงเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ความเย็นชา แต่นางย่อมรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้มิใช่คนที่ต้องการความช่วยเหลือในยามที่เขากำลังท้าทายโชคชะตา "ข้ามิได้มาเพื่อตาย… แต่มาเพื่อฉุดกระชากสัจธรรมแห่งฟ้าดินด้วยสองมือคู่นี้" หลี่เฟิงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนน่าประหลาด สิ้นคำพูด ร่างของหลี่เฟิงก็พุ่งทะยานออกไปดั่งสายฟ้าฟาด กระบี่เหล็กกล้าในมือส่งเสียงร้องคำรามดังกังวาน "เคล็ดวิชากระบี่พิชิตสวรรค์ - กระบวนท่าที่สาม: ดาราดับแสง!" บูมมม! ประกายกระบี่สีครามเจิดจรัสตัดผ่านความมืดมิด พุ่งตรงเข้าปะทะกับอุ้งเท้าเพลิงมหึมาของพยัคฆ์อัคคีบรรพกาล แรงปะทะสะท้อนเป็นคลื่นกระแทกกระจายออกไปเป็นวงกว้าง ต้นไม้นับร้อยรอบบริเวณแหลกสลายกลายเป็นจุลในพริบตา หลี่เฟิงถูกแรงสะท้อนกระเด็นถอยหลังไปสามก้าว รอยเลือดสดๆ ไหลรินจากมุมปากของเขา แต่นัยน์ตากลับลุกโชนด้วยประกายแห่งความฮึกเหิมอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน พยัคฆ์อัคคีบรรพกาลคำรามลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด มันไม่คาดคิดว่ามนุษย์ตัวจ้อยที่มีพลังเพียงขอบเขตสร้างฐานลมปราณขั้นสมบูรณ์ จะสามารถรับการโจมตีของมันได้โดยไม่แหลกสลายเป็นผุยผง อสูรโบราณอ้าปากกว้าง ปล่อยลูกบอลเพลิงบรรพกาลขนาดมหึมาที่อัดแน่นด้วยพลังทำลายล้างสูงพุ่งตรงเข้าใส่หลี่เฟิงอย่างหมายปลิดชีพ ในวินาทีเป็นตายนั้นเอง หลี่เฟิงหลับตาลงชั่วพริบตา ปล่อยให้จิตใจหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับวิถีกระบี่ ภาพความทรงจำในชาติก่อน อาคมพันธสัญญาโบราณ และเจตจำนงอันแน่วแน่ที่จะทะยานสู่บัลลังก์ฟ้าหลอมรวมกัน ณ ปลายกระบี่ "เปิดผนึกจิตวิญญาณ… พันธสัญญาโลหิต!" หลี่เฟิงตวัดกระบี่กรีดเข้าที่ฝ่ามือของตนเอง หยาดโลหิตสีแดงฉานพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า กลายเป็นอักขระโบราณนับพันตัวที่เปล่งแสงเจิดจ้า พุ่งเข้าโอบล้อมร่างของพยัคฆ์อัคคีบรรพกาลเอาไว้ อสูรเพลิงคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวดและตกตะลึงยามเมื่ออักขระเหล่านั้นซึมซับเข้าไปในดวงจิตของมัน แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวเริ่มสงบลงทีละน้อย สัญชาตญาณการฆ่าฟันถูกแทนที่ด้วยสายตาที่ยอมสยบต่อจิตวิญญาณอันสูงส่งของมนุษย์เบื้องหน้า ไป๋อวี๋ชิงถอนหายใจออกมาเบาๆ ความตึงเครียดบนใบหน้างดงามผ่อนคลายลง นางมองดูหลี่เฟิงที่ยืนอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงอสูรด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใส บุรุษผู้นี้มักจะสร้างปาฏิหาริย์ในยามที่ผู้คนคิดว่าไร้ทางออกเสมอ ทว่า ท่ามกลางความเงียบสงบที่กลับคืนสู่ป่าอสูรโลกันตร์ อักขระโบราณบนท้องฟ้ากลับมิได้เลือนหาย แต่มันกลับเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทพร้อมกับเสียงฟ้าร้องคำรามต่ำๆ จากเบื้องบนชั้นฟ้าที่ไร้เมฆฝน ทัณฑ์สวรรค์… กำลังเคลื่อนตัวมาเยือนเร็วกว่าที่คาดคิด หลี่เฟิงเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า นัยน์ตาคมกริบสะท้อนภาพสายฟ้าสีทองที่กำลังผ่าแหวกมิติลงมาตรงจุดที่พวกเขายืนอยู่พอดี ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีเซียนนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิญญาณเซียน ทะยานสู่บัลลังก์ฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%