กงเล็บเหล็กของกฎเกณฑ์ในสำนักเงาเมฆานั้น โหดเหี้ยมและเป็นธรรมต่อผู้แข็งแกร่งเสมอ
เสียงหัวเราะเยาะหยันของผู้อาวุโสรอง "จ้าวเทียนหลง" ดังสะท้อนก้องโถงรับรอง คล้ายเสียงคำรามของสุนัขป่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม แววตาของมันกวาดมองป้ายหยกบรรพชนและสมบัติวิญญาณระดับสามที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยความโลภโมโทสัน
"หลี่เฟิง... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าสวะที่ถูกถอดถอนจากศิษย์สายหลักเช่นเจ้า จะมีสิทธิ์ครอบครองทรัพยากรอันล้ำค่าเหล่านี้?" จ้าวเทียนหลงแค่นเสียงหึ ขยับกายก้าวเข้ามาประชิด รังสีอำมหิตจากขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่เจ็ดแผ่ซ่านกดดันจนพื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นรอยข่อย "ส่งคัมภีร์โลหิตมังกรและแหวนมิติมาซะ! มิฉะนั้น วันนี้อย่าหาว่าข้าไม่เตือนฐานะผู้อาวุโส"
บรรยากาศภายในโถงพลระอุด้วยไอสังหาร เหล่าศิษย์ผู้น้อยที่แอบดูอยู่ด้านนอกต่างก้มหน้าตัวสั่น ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง พวกเขารู้ดีว่าจ้าวเทียนหลงอาศัยอำนาจของเจ้าสำนักข่มเหงผู้คนมานานนับปี และหลี่เฟิงในยามนี้เป็นเพียงเป้าหมายอันโอชะ
ทว่า หลี่เฟิงกลับยังคงนั่งจิบชาร้อนกรุ่นอย่างใจเย็น ท่วงท่าสง่างามรากับเซียนผู้สูงส่งหาญกล้าท้าทายฟ้าดิน ดวงตาคมกริบดั่งกระบี่โบราณชำระล้างคราบไคล ไม่มีความหวาดกลัวปรากฏให้เห็นแม้แต่น้อย มีเพียงความเยียบเย็นที่เสียดแทงลึกลงถึงขั้ววิญญาณ
"อำนาจของผู้อาวุโส... ช่างยิ่งใหญ่คับฟ้าเสียจริง" หลี่เฟิงวางถ้วยชาลงกระทบโต๊ะเสียงดัง *กริ๊ก* เบาๆ แต่มันกลับดังก้องกังวานในโสประสาทของทุกคน "ทว่า ในสายตาของข้า เจ้าก็เป็นเพียงเศษสวะที่อาศัยบารมีคนอื่นเหยียบย่ำผู้อื่นไปวันๆ เท่านั้น"
"สามห้าว!"
จ้าวเทียนหลงบันดาลโทสะจนใบหน้าบิดเบี้ยว ร่างของมันทะยานพุ่งเข้าหาดั่งพญาเหยี่ยวขย้ำเหยื่อ ฝ่ามือห่อหุ้มด้วยลมปราณสีชาดเข้มข้น หวังจะปลิดชีพศิษย์ผู้นี้ให้ดับดิ้นภายในกระบวนท่าเดียว แรงกดดันมหาศาลแผ่ขยายจนหน้าต่างไม้สั่นสะเทือน
ในเสี้ยววินาทีเป็นตายนั้นเอง ไป๋อวี๋ชิงที่ยืนสงบนิ่งอยู่มุมห้องพลันขยับกาย นางเซียนผู้เยือกเย็นสะบัดชายแขนเสื้อเบาๆ ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านราวกับฤดูเหมันต์พันปีตกลงสู่พื้นดิน กระบี่เหมันต์ในฝักส่งเสียงคำรามกังวานต่ำ คล้ายเตือนสติว่าผู้ใดแตะต้องบุรุษของนางผู้นี้จะต้องมอดไหม้ในขุมนรกน้ำแข็ง
ทว่า หลี่เฟิงกลับยกมือขึ้นห้าม พร้อมกับส่งสายตาอ่อนโยนแต่เด็ดเดี่ยวไปยังนาง
*ข้าจัดการเอง...*
สายตานั้นบอกกล่าวความนัย ไป๋อวี๋ชิงชะงักฝีเท้าลง นางเข้าใจบุรุษผู้นี้ดี หลี่เฟิงในยามนี้ไม่ใช่หลี่เฟิงผู้ไร้ค่าคนเดิมอีกต่อไปแล้ว นี่คือจิตวิญญาณของมหาเทพกระบี่ผู้เคยเหยียบย่างผ่านซากศพนับล้านบนเส้นทางเซียน!
เปรี้ยง!
หลี่เฟิงไม่หลบเลี่ยง เขาก้าวเท้าขวาออกไปเบื้องหน้าอย่างมั่นคง ท่วงท่าการยืนราวกับขุนเขาที่ไม่เคยสั่นคลอนต่อพายุโหมกระหน่ำ กล้ามเนื้อทุกส่วนประสานเป็นหนึ่งเดียวกับฟ้าดิน พลังปราณโบราณที่หลับใหลในจุดตันเทียนระเบิดออกดั่งสุริยันแผดเผา
หมัดธรรมดา... ไร้ซึ่งลวดลายแพรรพราว ไร้ซึ่งอักขระเวทอลังการ
แต่มันคือ "หมัดทะลายสวรรค์" เคล็ดวิชาบรรพกาลที่ผสานสัจธรรมแห่งการทำลายล้างและการเกิดใหม่!
หมัดของหลี่เฟิงพุ่งทะยานแหวกอากาศ เกิดเสียงระเบิดโซนิกบูมดังสนั่นหวั่นไหว ปะทะเข้ากับฝ่ามือสีชาดของจ้าวเทียนหลงอย่างจัง
อั๊ก!
เสียงกระดูกแตกหักดังสนั่นประสานกับเสียงกรีดร้องโหยหวน ลมปราณสีชาดที่จ้าวเทียนหลงภาคภูมิใจนักหนากลับถูกบดขยี้แหลกสลายราวกับเศษแก้ว ร่างของผู้อาวุโสรองผู้ยิ่งใหญ่ปลิวละลิ่วราวกับว่าวน断สายป่าน กระเด็นทะลุกำแพงโถงรับรองออกไปชนเข้ากับลานหินเบื้องนอกอย่างรุนแรง ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วทั้งอาณาบริเวณในชั่วพริบตา
เหล่าศิษย์และผู้อาวุโสที่แอบสังเกตการณ์ต่างอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างจนแทบถล่นออกมานอกเบ้า สมองของพวกเขาขาวโพลนไร้ซึ่งความคิด ผู้อาวุโสรองผู้มีพลังขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นเจ็ด... กลับถูกซัดกระเด็นด้วยหมัดเดียวโดยเด็กหนุ่มที่เคยถูกตราหน้าว่าเป็นขยะเนี่ยนะ?
หลี่เฟิงค่อยๆ ดึงหมัดกลับ ปรับลมหายใจให้เป็นปกติ ใบหน้ายังคงไร้ซึ่งความตื่นตระหนก เขาก้าวเดินผ่านซากกำแพงที่พังทลายออกไปช้าๆ สายตากวาดมองร่างของจ้าวเทียนหลงที่กระอักเลือดคำโตนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้น
"กฎของสำนักคือผู้แข็งแกร่งคือผู้กำหนด..." หลี่เฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มลึก ทว่าเยียบเย็นเสียจนผู้ฟังต้องสั่นสะท้านไปถึงกระดูกดำ "ในเมื่อเจ้าอยากได้สมบัติของข้านัก เหตุใดไม่ลองลุกขึ้นมาเอาใหม่อีกสักหมัดเล่า?"
จ้าวเทียนหลงตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ความเจ็บปวดจากภายในกระดูกลุกลามไปทั่วร่าง สายตาที่มองหลี่เฟิงในยามนี้ไม่ได้มองเป็นมนุษย์อีกต่อไป แต่มันคือกริมรีพเปอร์ผู้ถือเคียวแห่งความตาย!
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์กำลังตกอยู่ในกำมือของหลี่เฟิง ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือสำนักเงาเมฆาที่เคยปลอดโปร่งกลับมืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน เมฆสีดำทะมฬก่อตัวหมุนวนเป็นเกลียวพายุขนาดยักษ์ สายฟ้าสีทองคำคำรามลั่นสั่นสะเทือนผืนปฐพี แรงกดดันระดับ "ปราณวิญญาณแท้จริง" แผ่ซ่านกดทับลงมาจากฟากฟ้าจนทุกคนต้องทรุดฮวบลงคุกเข่า
ร่างในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ปักลายมฆาสวรรค์ปรากฏกายขึ้นบนยอดหอคอยกระบี่ แววตาของบุคคลมาใหม่คู่นั้นเต็มไปด้วยความเย็นชาและจิตสังหารอันไร้ขอบเขต ซึ่งจับจ้องตรงมาที่หลี่เฟิงโดยเฉพาะ...
"กล้าหาญนักนะ เจ้าหนู... บังហานอาจหาญสังหารคนของเรา เจ้าคิดว่าตนเองเป็นใครกัน?"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีเซียนนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สยบวิญญาณเซียน ทะยานสู่บัลลังก์ฟ้า•ตอนที่ 3
หมัดเดียวสะท้านสำนัก
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิญญาณเซียน ทะยานสู่บัลลังก์ฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!