"ถอยไป!"
เสียงตวาดของหลี่เฟิงดังก้องราวกับฟ้าผ่ากลางใจ มือซ้ายของเขากระชากร่างไป๋อวี๋ชิงเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง พื้นดินที่ทั้งสองเพิ่งเหยียบย่างกลับแปรสภาพเป็นหลุมดำมืดมิดดั่งขุมนรก ละอองแสงสีเงินที่เคยสลายไปจากร่างปริศนาเมื่อครู่ บัดนี้กลับกลายเป็นโซ่ตรวนอักขระนับหมื่นเส้น พุ่งเข้าพันธนาการอากาศธาตุรอบตัวพวกเขาจนบิดเบี้ยว
"ค่ายกลพันดาราปิดผนึกโลกันตร์..." ไป๋อวี๋ชิงพึมพำ ดวงตางามดุจหิมะเย็นเยียบวูบไหวเพียงชั่วครู่ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นอันเด็ดเดี่ยว นางกระชับกระบี่เหมันต์ในมือแน่น ปราณกระบี่สีครามแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิรอบกายลดต่ำลงจนกลายเป็นน้ำแข็ง
"มันดักรอเราอยู่" หลี่เฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น นัยน์ตาคมกริบดุจพยัคฆ์เฝ้ามองเหยื่อกวาดสายตาผ่านม่านหมอกสีเทาที่เริ่มก่อตัวขึ้น "ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่มันเป็นความจงใจของสถานที่แห่งนี้... ประตูนั่นกำลังเปิดออก ไม่ใช่เพื่อต้อนรับผู้มาเยือน แต่เพื่อกลืนกิน!"
เบื้องหน้าของพวกเขา ม่านพลังงานบิดเบี้ยวเป็นวงกว้างคล้ายปากของสัตว์ร้ายที่หิวโหย มันคือประตูมิติแดนลับแลที่ร่ำลือกันว่าไม่มีผู้ใดเคยย่างกรายกลับออกมาได้โดยครบสามสิบสองประการ แรงดึงดูดมหาศาลม้วนตัวอยู่ใจกลางห้วงอวกาศที่ฉีกขาด ทำให้เศษหินและฝุ่นผงรอบข้างถูกดูดหายเข้าไปอย่างไม่มีวันหวนคืน
"เจ้ากลัวหรือไม่?" หลี่เฟิงหันไปถามสตรีข้างกาย น้ำเสียงของเขามิได้แฝงความขลาดกลัว แต่กลับมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชาของยอดฝีมือ
ไป๋อวี๋ชิงคลี่ยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่ทำให้บุปผาทั่วหล้าต้องอับอาย "ตราบใดที่กระบี่ของท่านยังไม่หักสะบั้น ข้าจะขอเป็นคมกระบี่ข้างกายท่านจนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะดับสูญ"
"เช่นนั้น... เราไปดูให้เห็นกับตา ว่าแดนลับแลที่ว่าร้ายกาจ จะต้านทานวิถีกระบี่ของพวกเราได้สักกี่น้ำ!"
หลี่เฟิงคำรามก้อง ปราณเทพยุทธ์ระเบิดออกจากร่างจนอาภรณ์สะบัดพลิ้ว เขาคว้ามือเรียวงามของไป๋อวี๋ชิงไว้มั่น แล้วพุ่งร่างเข้าสู่ปากประตูมิติอย่างไม่ลังเล ทั้งสองผสานพลังปราณเป็นหนึ่งเดียว ก่อเกิดเป็นประกายแสงสีทองและสีครามตัดผ่านความมืดมิดของห้วงมิติ ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของกระแสลมพายุที่พร้อมจะฉีกกระชากร่างกายให้แหลกละเอียด
เมื่อผ่านพ้นม่านพลัง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือโลกที่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง ท้องฟ้าเป็นสีม่วงคล้ำไร้ดวงตะวัน พื้นดินเต็มไปด้วยซากกระดูกของเหล่าเซียนยุคบรรพกาลที่ถูกผนึกไว้ในกาลเวลา กลิ่นอายโบราณกาลอบอวลไปทั่ว ราวกับว่าที่นี่คือจุดกำเนิดของหายนะที่กำลังจะมาถึง
"นี่มันไม่ใช่แดนลับแลธรรมดา แต่มันคือ... สุสานบรรพกาล" ไป๋อวี๋ชิงกล่าวพลางกวาดสายตามองซากปรักหักพังของวิหารลอยฟ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่ไกลๆ
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังก้าวเดินด้วยความระแวดระวัง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง แผ่นดินสั่นสะเทือนทุกครั้งที่ฝีเท้านั้นแตะพื้น หลี่เฟิงหยุดกะทันหัน สัมผัสถึงจิตสังหารที่รุนแรงจนน่าขนลุก เขาหันกลับไปช้าๆ พร้อมกระบี่ที่เริ่มส่งเสียงครวญครางราวกับตื่นเต้นที่จะได้ดื่มกินเลือดศัตรู
เงาร่างมหึมาปรากฏขึ้นภายใต้แสงสีม่วง มันคือนักรบเกราะทองคำในตำนานที่ถูกปลุกให้ตื่นจากภวังค์ นัยน์ตาของมันเป็นสีแดงฉานไร้ซึ่งแววตาของมนุษย์ ดาบยักษ์ในมือซ้ายของมันมีรอยบากที่เต็มไปด้วยคราบเลือดแห้งกรัง
"ผู้ล่วงละเมิดสุสาน... ต้องชดใช้ด้วยวิญญาณ" เสียงนั้นแหบพร่าคล้ายเสียงเหล็กเสียดสีกัน
หลี่เฟิงขยับตัวไปข้างหน้า ปล่อยให้ไป๋อวี๋ชิงรั้งท้าย เขาควงกระบี่ในมือวาดวงโคจรที่สมบูรณ์แบบ "ข้ามิได้มาเพื่อล่วงละเมิด แต่ข้ามาเพื่อทำลายพันธนาการที่ขังข้าไว้กับชะตากรรมเฮงซวยนี้!"
นักรบเกราะทองคำมิได้กล่าวตอบ มันพุ่งเข้าหาหลี่เฟิงด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่าผู้ใดที่เขาเคยเจอมา ดาบยักษ์ฟาดฟันลงมาดั่งทัณฑ์สวรรค์ หลี่เฟิงรับการโจมตีนั้นด้วยกระบี่เล่มเดียว แรงปะทะทำให้พื้นดินรอบข้างยุบตัวลงไปหลายวา แต่เขายังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงดุจขุนเขา
ในวินาทีที่กระบี่และดาบปะทะกันจนเกิดประกายไฟโชติช่วง หลี่เฟิงก็สังเกตเห็นสิ่งที่ผิดปกติบางอย่างที่หัวใจของเกราะทองคำนั้น... มันไม่ใช่แก่นพลังงาน แต่มันคือตราประทับโบราณที่สลักชื่อของผู้ที่เป็นเจ้าของสุสานแห่งนี้ไว้
และชื่อนั้น... ทำให้นัยน์ตาของหลี่เฟิงเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง!
นั่นคือชื่อของ 'อาจารย์' ผู้ที่เขาเคารพรักที่สุดในอดีตชาติ... ผู้ที่น่าจะตายไปนานนับหมื่นปีแล้ว!
"นี่มันหมายความว่าอย่างไร..." หลี่เฟิงครางออกมาเบาๆ ขณะที่เงาร่างของนักรบเกราะทองคำเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นรูปลักษณ์ที่คุ้นเคยเสียยิ่งกว่าใครในความทรงจำของเขา
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหลี่เฟิงและไป๋อวี๋ชิงมาจนถึงจุดนี้ หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยนะครับ!
พยัคฆ์ขาวคำรามครับ
สยบวิญญาณเซียน ทะยานสู่บัลลังก์ฟ้า•ตอนที่ 29
ประตูมิติแดนลับแล
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิญญาณเซียน ทะยานสู่บัลลังก์ฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!