ความจริงข้อนั้นเปรียบเสมือนลิ่มเหล็กหลอมโลหะร้อนที่ถูกตอกย้ำลงกลางใจของหลี่เฟิง ร่างกายของเขาชะงักงันไปชั่วขณะ โลหิตในกายเดือดพล่านจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ทว่าภายนอกเขากลับยืนนิ่งสงบดั่งภูผาศิลา ท่ามกลางค่ายกลป้องกันสำนักที่สั่นไหวระรัวจากแรงกดดันของมวลอากาศเบื้องบน
ภัยพิบัติในครั้งนี้ หาใช่การรุกรานตามธรรมชาติของแดนปีศาจไม่...
ภาพเงาร่างอันคุ้นเคยในอดีตชาติ แววตาคู่ที่เคยร่วมดื่มสุราบ่มเพาะพลังใต้แสงจันทร์ รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษแห่งความทรยศ ทุกสิ่งผุดวาบขึ้นมาในห้วงความคิด "มัน" ผู้ที่ยืนอยู่เบื้องบนสุดของห่วงโซ่วิถีเซียน "จักรพรรดิสวรรค์เทียนหลาง" สหายสนิทผู้เคยร่วมสาบานว่าจะก้าวข้ามวัฏสงสารไปด้วยกัน บัดนี้กลับกลายเป็นผู้ชักใยแผนการ "ล้างบาง" เพื่อกวาดล้างวิญญาณบรรพกาลและผนึกพลังทั้งหมดไว้ที่ตนเองแต่ผู้เดียว
"หลี่เฟิง..."
เสียงเรียกอันแผ่วเบาแต่เยือกเย็นดั่งน้ำค้างแข็งกลางเหมันตฤดูปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์ ไป๋อวี๋ชิงก้าวเข้ามาใกล้ นางสัมผัสได้ถึงความผิดปกติทางลมปราณที่ปั่นป่วนในกายของเขา ดวงตางามล้ำเลิศดั่งหยกสลักฉายแววกังวลอย่างหาได้ยากยิ่ง นางยื่นมือเรียวดุจลำหยกออกไปแตะที่หัวไหล่ของเขาเบาๆ ถ่ายทอดปราณเหมันต์บริสุทธิ์เพื่อกดขี่ไอร้อนระอุที่กำลังแผดเผาจิตวิญญาณของชายหนุ่ม
"เจ้ากำลังคิดถึงเรื่องนั้นอีกแล้วใช่ไหม" ไป๋อวี๋ชิงเอ่ยถาม เสียงของนางราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก แต่กลับแฝงไว้ด้วยความห่วงใยที่ลึกซึ้งเกินกว่าผู้ใดจะจินตนาการ
หลี่เฟิงสูดลมหายใจเข้าลึก พลิกฝ่ามือขึ้นกุมมือเรียวเย็นเฉียบของนางไว้แน่น ไออุ่นจากฝ่ามือของเขาผสานเข้ากับความเย็นเยือกของนาง กลายเป็นกระแสพลังที่สมดุลอย่างประหลาด เขาสบตาคู่สวยคู่นั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและทะนงองอาจ
"ข้าไม่เป็นไร อวี๋ชิง" หลี่เฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง "เพียงแต่... ข้าเพิ่งตระหนักได้ว่า หนทางที่เรากำลังเดินอยู่ มิใช่เพียงการต่อสู้กับอสูรหรือสำนักมารภายนอก แต่เรากำลังท้าทายอำนาจสูงสุดของสรวงสวรรค์ที่ถูกบงการโดยคนผู้เดียว"
"ไม่ว่ามันจะเป็นผู้ใด หรือแม้แต่เงาของสวรรค์เก้าชั้นฟ้า..." ไป๋อวี๋ชิงเชิดใบหน้างามขึ้นเล็กน้อย ประกายกระบี่ในดวงตาของนางคมกริบดั่งน้ำแข็งพันปี "กระบี่ในมือข้า และกระบี่ในมือของท่าน จะร่วมกันตัดผ่าเส้นทางนี้ให้ขาดสะบั้นเอง"
คำพูดของนางเรียบง่าย ทว่าหนักแน่นดั่งคำสัตย์ปฏิญาณแห่งวิถีเซียน หลี่เฟิงแย้มยิ้มออกมา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและอำนาจอันน่าเกรงขาม
ในวินาทีนั้นเอง อากาศเบื้องหน้าพล L กบ1 บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง มิติรอบตัวแตกสลายกลายเป็นรอยแยกสีดำสนิท แผ่นดินใต้เท้าสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับโลกกำลังจะแตกดับ คลื่นพลังงานโบราณที่หลับใหลมานานนับพันปีแผ่พุ่งทะลักออกมาจากรอยแยกมิติ ราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ร้ายที่ถูกปลุกให้ตื่นจากนิทราอันยาวนาน
"นั่นคือ..." หลี่เฟิงหรี่ตาลงเพ่งมอง
"รอยต่อแห่งมิติ... แดนลับแลบรรพกาลที่สูญหาย" ไป๋อวี๋ชิงอุทานเบาๆ ความเย็นชาบนใบหน้านามระคนด้วยความประหลาดใจ
ตามบันทึกโบราณที่หลี่เฟิงเคยอ่านพบในหอคัมภีร์ลับ "แดนลับแลบรรพกาล" คือสถานที่เก็บรักษา "คัมภีร์หมื่นวิถีสวรรค์" และสมบัติเซียนชิ้นสุดท้ายที่จำเป็นอย่างยิ่งในการทะลวงขีดจำกัดของร่างกายเพื่อไปชำระแค้นกับจักรพรรดิสวรรค์ สถานที่แห่งนี้ถูกปิดตายมานานนับพันปี ไม่มีผู้ใดเคยย่างกรายเข้าไปแล้วรอดชีวิตกลับมาได้ เนื่องจากมันถูกคุ้มกันด้วยค่ายกลมหาประลัยที่สร้างขึ้นจากกฎเกณฑ์ของฟ้าดินโดยตรง
*โฮกกกกกกกก—!*
เสียงคำรามกึกก้องกังวานสะท้อนมาจากห้วงลึกของรอยแยกมิติ แรงกดดันระดับมหาเทพแผ่ซùmซ่านจนศิษย์ในสำนักหลายคนถึงกับกระอักเลือด ท้องนภาแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือด เมฆดำทะมึนก่อตัวเป็นรูปเกลียวพายุหมุนวนอยู่เหนือศีรษะของพวกเขา
หลี่เฟิงก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างกายของเขาสแงประกายแสงสีทองเจิดจ้า พลังปราณมหาศาลพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าต้านทานแรงกดดันนั้นไว้ได้อย่างไม่เกรงกลัว ชายหนุ่มหันมามองหญิงสาวข้างกาย สายตาของทั้งสองสอดประสานกันโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด
"อวี๋ชิง... ได้เวลาไปเอาของของเราคืนแล้ว"
หลี่เฟิงสะบัดแขนเสื้อ ร่างทั้งสองพุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลางรอยแยกมิติสีดำสนิทราวกับลูกศรที่ถูกยิงออกจากแหล่งพลังอันไร้ขีดจำกัด ท่ามกลางความมืดมิดและอันตรายที่รออยู่เบื้องหน้า
ทว่า... ในวินาทีที่ร่างของพวกเขาลับหายเข้าไปในมิติที่ปิดตายนั้น แสงสว่างวาบสีครามก็สาดส่องลงมาจากฟากฟ้า เงาร่างปริศนาในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ปรากฏขึ้นช้าๆ เหนือจุดที่รอยแยกมิติปิดตัวลง มือเรียวยาวข้างหนึ่งยื่นออกไปสัมผัสกับอากาศว่างเปล่า พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"หลี่เฟิง... เจ้าคิดว่าการหนีเข้าไปในแดนลับแล จะช่วยให้เจ้าพ้นเงื้อมมือของข้าได้เช่นนั้นหรือ? ช่างโง่เขลาเสียจริง..."
เสียงกระซิบอันเย็นเยียบราวยมทูตลอยล่องไปกับสายลม ก่อนที่ร่างนั้นจะสลายกลายเป็นละอองแสงสีเงินอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและ... กับดักมรณะที่ถูกตั้งรอไว้ต้อนรับผู้มาเยือนอย่างสมบูรณ์แบบ!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดครับ!
สยบวิญญาณเซียน ทะยานสู่บัลลังก์ฟ้า•ตอนที่ 28
สืบหาคัมภีร์บรรพกาล
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิญญาณเซียน ทะยานสู่บัลลังก์ฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!