สยบวิญญาณเซียน ทะยานสู่บัลลังก์ฟ้า•ตอนที่ 30

เงาปีศาจพันปี

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"ถอยไปอวี๋ชิง! ผนึกนี้... มันมีชีวิต!" เสียงคำรามของหลี่เฟิงดังก้องไปทั่วโถงศิลาโบราณที่สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น แรงกดดันมหาศาลดั่งขุนเขาตกลงมาจากฟากฟ้าบีบอัดจนอากาศรอบกายแทบกลายเป็นของแข็ง เบื้องหน้าของทั้งสองคือแท่นศิลาที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนอักขระสีเลือด ซึ่งบัดนี้รอยร้าวที่เคยมีเพียงเล็กน้อยกลับขยายตัวออกราวกับปากของอสูรกายที่กำลังตื่นจากการหลับใหลพันปี ไป๋อวี๋ชิงในชุดขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะกลางฤดูหนาว แม้ใบหน้าจะยังคงความเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ทว่าแววตากลับฉายแววกังวลขณะที่เธอกระชับกระบี่เหมันต์ในมือแน่น "ศิษย์พี่หลี่ หากผนึกนี้แตกออก กลิ่นอายปีศาจที่เล็ดลอดออกไปเพียงเศษเสี้ยว ก็เพียงพอจะทำให้ดินแดนนี้กลายเป็นทะเลเลือด ข้าไม่ยอมให้ท่านเผชิญหน้ากับมันลำพัง" "ข้าบอกให้เจ้าถอย!" หลี่เฟิงตวาดก้อง ดวงตาคมกริบดุจกระบี่กล้าของเขาเปล่งประกายสีครามเข้ม เขาไม่มีเวลาอธิบายว่าความรู้สึกที่เขาสัมผัสได้จากเบื้องหลังอักขระเหล่านั้น มิใช่เพียงปีศาจธรรมดา แต่มันคือ 'เงาปีศาจ' ที่เคยเป็นแม่ทัพคู่ใจของราชาปีศาจผู้ซึ่งตัวเขาในชาติที่แล้วเคยสังหารด้วยมือตนเอง *เปรี้ยง!* เสียงโซ่อักขระขาดสะบั้นดุจเส้นด้าย ร่างเงาทมิฬมหาศาลพุ่งทะยานออกมาจากรอยร้าวนั้น แรงปะทะมหาศาลผลักร่างของหลี่เฟิงจนถอยกรูดไปหลายก้าว แต่เขายังคงตั้งมั่น ใช้ฝ่ามือปักลงพื้นเพื่อหยุดแรงเหวี่ยง ก่อนจะรวบรวมปราณกระบี่ทั่วร่างให้กลายเป็นเกราะคุ้มกัน ร่างที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือบุรุษร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะที่ชุ่มไปด้วยโลหิตเก่าเก็บ นัยน์ตาสีแดงฉานดุจเพลิงนรกมองมายังหลี่เฟิงด้วยความเวทนา "มหาเทพกระบี่... ในที่สุดข้าก็ได้พบเจ้าอีกครั้งหลังจากรอกาลเวลาล่วงเลยมานับพันปี ในร่างอันอ่อนแอนี้ เจ้าคิดจะเอาอะไรมาสยบข้า?" "ข้าไม่ได้มาเพื่อสยบเจ้า" หลี่เฟิงแค่นยิ้ม มุมปากมีเลือดไหลซึมออกมาเล็กน้อย "ข้ามาเพื่อส่งเจ้ากลับไปลงนรกอย่างที่ควรจะเป็น!" หลี่เฟิงไม่รอช้า เขาพุ่งตัวออกไปราวกับสายฟ้าสีคราม กระบี่ในมือวาดวงโคจรที่สลับซับซ้อน กลายเป็นค่ายกลกระบี่ไร้ลักษณ์ที่รุกรับประสานกันอย่างไร้ช่องโหว่ นี่คือวิชาที่เขาเพิ่งบรรลุถึงขั้นที่สิบแปด เป็นท่วงท่าที่แม้แต่เซียนระดับสูงยังต้องก้มหัวให้ แม่ทัพปีศาจหัวเราะร่า มันไม่แม้แต่จะชักอาวุธ เพียงแค่สะบัดมือเบาๆ คลื่นพลังปีศาจสีดำทมิฬก็แปรสภาพเป็นกรงเล็บขนาดมหึมาเข้าปะทะกับกระบี่ของหลี่เฟิง เสียงโลหะปะทะกับพลังปราณดังกึกก้องจนโถงศิลาถล่มลงมาเป็นพักๆ เศษหินร่วงกราวลงมาดุจห่าฝน ไป๋อวี๋ชิงอาศัยจังหวะที่ทั้งสองปะทะกัน พลิ้วกายเข้าด้านหลังศัตรู กระบี่เหมันต์ของนางปลดปล่อยไอเย็นเยือกแข็งจนผนังถ้ำจับตัวเป็นน้ำแข็ง นางสะบัดกระบี่ออกเป็นเกล็ดหิมะนับหมื่นเล่ม พุ่งเข้าใส่จุดตายบนแผ่นหลังของแม่ทัพปีศาจ "ไร้เดียงสา!" แม่ทัพปีศาจคำรามก้อง แรงสั่นสะเทือนจากเสียงนั้นทำให้เกล็ดหิมะของไป๋อวี๋ชิงแตกสลายกลายเป็นเพียงละอองน้ำ พลังสีดำตลบอบอวลไปทั่วอาณาบริเวณ มันหันกลับมาคว้าข้อมือของหญิงสาวไว้อย่างรวดเร็วราวกับปีศาจไร้เงา "อวี๋ชิง!" หลี่เฟิงแผดร้อง ร่างกายของเขาสั่นสะท้านด้วยโทสะ ปราณกระบี่ในร่างระเบิดออกจนเสื้อผ้าฉีกขาด เผยให้เห็นรอยสักอักขระมังกรฟ้าที่หน้าอกซึ่งบัดนี้กำลังส่องแสงเจิดจ้า "หากเจ้าอยากตายพร้อมนาง ข้าก็จะสงเคราะห์ให้!" แม่ทัพปีศาจเพิ่มแรงบีบที่ข้อมือนางจนไป๋อวี๋ชิงนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด กระบี่เหมันต์ร่วงหล่นสู่พื้น หลี่เฟิงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เขาไม่ใช้อาวุธอีกต่อไป แต่ทิ้งกระบี่ในมือลงพื้น พุ่งตัวเข้าหาแม่ทัพปีศาจด้วยมือเปล่า ปราณจิตทั้งหมดในร่างถูกเค้นออกมาจนถึงขีดสุด เขาไม่ได้เล็งไปที่ศัตรู แต่เล็งไปที่ 'แกนกลาง' ของอักขระบนหน้าอกแม่ทัพปีศาจ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับโลกวิญญาณที่กักขังมันไว้ "เจ้าจะทำอะไร! หยุดเดี๋ยวนี้!" แม่ทัพปีศาจเริ่มตระหนักถึงความหายนะ ดวงตาสีแดงเบิกกว้างด้วยความหวาดหวั่นเป็นครั้งแรก "สละชีพเพื่อผนึก... เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้าคือใคร?" หลี่เฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เต็มไปด้วยความทะนงตน เขาคว้าหมับเข้าที่หน้าอกของแม่ทัพปีศาจ แรงพลังมหาศาลเริ่มถ่ายเทเข้าสู่ร่างของเขาและศัตรูในคราวเดียวกัน ทว่าในวินาทีที่แสงสว่างสีทองเจิดจ้ากำลังจะกลืนกินร่างของทั้งคู่ กลับมีมือที่สามพุ่งทะลุเงามืดเข้ามา... เป็นมือของชายชราในชุดคลุมสีเทาผู้ซึ่งเฝ้าดูเหตุการณ์จากมุมมืดมาโดยตลอด เขาแทรกแซงเข้าสู่ใจกลางพลังและชิงเอา 'ศิลาผนึก' ที่เริ่มร้าวแตกนั้นไปต่อหน้าต่อตา! การสูญเสียศิลาผนึกทำให้สมดุลพลังแปรปรวนอย่างรุนแรง แม่ทัพปีศาจกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนจะระเบิดตัวออกเป็นเศษเสี้ยววิญญาณ แต่ในจังหวะที่หลี่เฟิงกำลังจะเสียหลักจากการระเบิดนั้นเอง เขาก็สัมผัสได้ถึงไอเย็นที่คุ้นเคย ไป๋อวี๋ชิงที่ไม่สนใจความเจ็บปวดจากข้อมือ รีบพุ่งเข้ามากอดหลี่เฟิงไว้แน่น ร่างของทั้งสองถูกแรงระเบิดเหวี่ยงกระเด็นไปตกยังหุบเหวไร้ก้นเบื้องล่าง ท่ามกลางความมืดมิดที่กำลังกลืนกินสติสัมปชัญญะ หลี่เฟิงเหลือบเห็นเงาของชายชราคนนั้นยืนอยู่บนขอบเหวพร้อมกับศิลาผนึกในมือ เขาคนนั้นแสยะยิ้มเยือกเย็นก่อนจะพึมพำสิ่งที่ทำให้หลี่เฟิงต้องเบิกตากว้างในวินาทีสุดท้าย "มหาเทพเอ๋ย... เจ้าไม่ได้กลับมาเพื่อล้างแค้น แต่เจ้ากลับมาเพื่อเป็นภาชนะรองรับการจุติใหม่ของนายท่านต่างหาก" สิ้นเสียงนั้น ร่างของหลี่เฟิงและไป๋อวี๋ชิงก็ร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดที่ไร้จุดสิ้นสุด... พร้อมกับความจริงที่ว่า สงครามครั้งนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในยุทธภพที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายเลือดและความมุ่งมั่นนะครับ พยัคฆ์ขาวคำรามจะยังคงรังสรรค์เรื่องราวที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิมในบทต่อไป รอติดตามกันด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิญญาณเซียน ทะยานสู่บัลลังก์ฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%