"โครม!"
ประตูไม้สักทองหนาเตอะหนักนับพันชั่งถูกพลังปราณอันดุดันกระแทกจนแหลกละเอียดเป็นจุล เศษไม้ระפוคมราวกระสุนลับพุ่งแหวกอากาศเข้าปักฝาผนังศาลากลางตระกูลหลี่จนจมมิดด้าม เงาร่างนับสิบสายทะยานผ่านกลุ่มควันและฝุ่นตลบเข้ามาด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น
ผู้อาวุโสสาม 'หลี่กวง' ยืนตระหง่านอยู่แถวหน้า ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม สองมือไขว้หลังในชุดคลุมสีเทาเข้มปักลายอินทรีย์ทมิฬ พลังปราณขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งกดดันจนเหล่าผู้อาวุโสฝ่ายสนับสนุนตระกูลหลักต่างกระอักเลือด คำรามด้วยความโกรธแค้น
"หลี่กวง! เจ้ากล้าชักศึกเข้าบ้าน คิดทรยศต่อบรรพชนตระกูลหลี่อย่างนั้นหรือ!" หลี่เทียนเฟิง ผู้อำนวยการตระกูลผู้บาดเจ็บสาหัสจากการถูกลอบวางพิษ ฝืนยันกายลุกขึ้นจากเก้าอี้ประธาน ดวงตาเบิกโพรงจ้องมองผู้ทรยศด้วยความแค้นเคือง
"ฮ่าๆๆๆ บรรพชนงั้นหรือ? บนโลกหล้าแห่งวิถีเซียนนี้ มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นคือผู้กำหนดกฎเกณฑ์!" หลี่กวงหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง แววตาเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานไร้ขีดจำกัด "ตระกูลหลี่ภายใต้การนำของพวกเจ้ามันอ่อนแอเกินไปแล้ว สมควรถูกกลืนกินเพื่อเปิดทางให้ข้า 'หลี่กวง' นำพ스타กูลทะยานสู่ความเป็นหนึ่งแห่งแคว้นอัคคีทมิฬเสียที ใครขวาง... ตาย!"
สิ้นคำสั่ง ทหารรับจ้างและมือสังหารนับร้อยในชุดดำสนิทต่างชักศาสตราวุธเปล่งแสงวาบวับพรูเข้ามาปิดล้อมห้องโถง บรรยากาศกดดันหนักอึ้งราภูเขาไฟที่กำลังจะปะทุ เหล่ายอดฝีมือตระกูลหลี่ที่เหลือรอดต่างหน้าซีดเผือด ความสิ้นหวังแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูอากาศ
ทว่า ท่ามกลางความตื่นตระหนกและเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของกลุ่มกบฏ กลับมีเสียงฝีเท้าคู่หนึ่งดังขึ้นอย่างมั่นคง... ก้าวแรกหนักแน่นดั่งขุนเขา ก้าวที่สองเยือกเย็นดั่งสายน้ำ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ไร้ซึ่งความหวาดกลัว
ตึก... ตึก... ตึก...
ทุกสายตาดึงดูดให้หันไปมองยังเบื้องทางเดินสลัว ร่างโปร่งในชุดคลุมสีขาวสะอาดตาปรากฏขึ้น หลี่เฟิงก้าวเดินออกมาด้วยท่าทีสงبดั่งเซียนผู้ครองฟ้าดิน ด้านข้างของเขาคือ ไป๋อวี๋ชิง นางเซียนผู้เยือกเย็นและงดงามล่มเมือง ร่างอรชรห่อหุ้มด้วยไอเย็นบริสุทธิ์ นางกวาดสายตาคมกริบเพียงครั้งเดียว ทำให้อุณหภูมิในห้องโถงลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว
"เจ้า... หลี่เฟิง?" หลี่กวงหรี่ตาลง มองเด็กหนุ่มที่เคยถูกตราหน้าว่าเป็น 'ศิษย์สวะ' ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด แววตาของหลี่เฟิงในยามนี้ช่างลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง ชวนให้รู้สึกขนลุกเกลียวอย่างไร้สาเหตุ "ดี! ในเมื่อเจ้าสวะเช่นเจ้าโผล่หัวออกมาเอง ก็ประหยัดเวลาข้าไปได้มาก คุกเข่าลงแล้วส่งมอบเคล็ดวิชาบรรพกาลมาเสีย ข้าอาจจะเมตตาสงเคราะห์ให้พวกเจ้าตายอย่างไม่ทรมานนัก!"
หลี่เฟิงหยุดฝีเท้าลง ห่างจากกลุ่มกบฏเพียงสิบก้าว ดวงตาคู่คมทอดมองหลี่กวงราวมองมดปลวกไร้ค่า มุมปากหยักยิ้มเยาะเย้ยบางเบา ช่างเป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเย่อหยิ่งทระนงตนถึงขีดสุด
"สุนัขรับใช้ที่เลี้ยงเสียข้าวสุก กล้าดีอย่างไรมาเห่าหอนต่อหน้าเจ้าสำนักเช่นข้า" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงพลังกังวานก้องสะท้อนไปทั่วผนังศาลา "หลี่กวง เจ้าคิดว่าการนำสวะเดรัจฉานพวกนี้มา จะทำให้เจ้าผูกขาดแผ่นดินตระกูลหลี่ได้งั้นหรือ? น่าสมเพช... โลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาล แต่พวกเจ้ากลับเลือกทางเดินสู่ขุมนรกด้วยความโง่เขลา"
"สามห่าว! ปากดีนักนะไอ้เด็กเวร! สージอมหักกระดูกมันให้แหลกเป็นชิ้นๆ!" หลี่กวงบันดาลโทสะด้วยความเดือดดาล สั่งการให้ยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสูงสามคนพุ่งทะยานเข้าจู่โจมหลี่เฟิงทันที ดาบยาวในมือสะบัดประกายปราณสีโลหิตหวาดเสียว กรีดอากาศฉีกกระชากจนเกิดเสียงหอนโหยหวน
ไป๋อวี๋ชิงขยับกายเล็กน้อย ไอเย็นยะเยือกแผ่พุ่งดั่งพายุหิมะ นางเตรียมชักกระบี่เหมันต์ออกมารabกวาดล้างศัตรูในกระบวนท่าเดียว ทว่าหลี่เฟิงกลับยกมือขวาขึ้นห้ามไว้อย่างนุ่มนวล
"อวี๋ชิง... รอประเดี๋ยว ปล่อยให้ข้าจัดการเจ้าพวกสวะเหล่านี้ด้วย 'มือเปล่า' ดีกว่าครับ"
คำพูดของหลี่เฟิงทำให้ทุกคนในห้องโถงถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง แม้กระทั่งหลี่กวงยังแค่นเสียงหัวเราะเยาะด้วยความดูแคลน การใช้มือเปล่าปะทะกับยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมวิญญาณที่ถือศาสตราวุธวิญญาณระดับสูง นั่นมันพฤติกรรมของคนเสียสติชัดๆ!
"รนหาที่ตาย!" ยอดฝีมือคนแรกพุ่งมาถึงเบื้องหน้า เงาดาบมหึมาฟาดฟันลงมาจากเบื้องบนหมายผ่าร่างหลี่เฟิงเป็นสองซีก
หลี่เฟิงไม่หลบหลีก ไม่แม้แต่จะตั้งค่ายกลปราณ เขาเพียงก้าวเท้าออกไปครึ่งก้าว ร่างกายพล่งประกายแสงสีทองเรืองรองจางๆ 'เคล็ดวิชาพยัคฆ์อัคคี' โคจรหมุนวนในเส้นชีพจรอย่างดุเดือด เสียงคำรามดังก้องกังวานจากห้วงจิตวิญญาณ ราวกับพยัคฆ์ขาวบรรพกาลตื่นจากการหลับใหล
ตูม!
ฝ่ามือเปล่าของหลี่เฟิงพุ่งทะยานออกไปต้านทานคมดาบโดยตรง คลื่นกระแทกมหาศาลระเบิดออกจนพื้นหินแกรนิตใต้ฝ่าเท้าร้าวรานกระจายเป็นวงกว้าง คมดาบวิญญาณที่ควรจะตัดผ่านเนื้อหนังกลับหยุดชะงักลงกลางอากาศ ราวกับฟันใส่แท่งเหล็กกล้าที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี
"อะไรกัน?!" ยอดฝีมือผู้นั้นหน้าถอดสีด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาเบิกโพรงมองฝ่ามือที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีทองของหลี่เฟิง
"ช้าไป..." หลี่เฟิงเอ่ยกระซิบเบาๆ รามเสียงยมทูตจากขุมนรก
เปรี้ยง!
ฝ่ามือประทุความร้อนระอุทะลวงทะצורอกทะลวงผ่านเกราะปราณป้องกันของศัตรูอย่างง่ายดายราวกับกระดาษ หลี่เฟิงสะบัดข้อมือเพียงนิดเดียว ร่างของยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมวิญญาณกระเด็นย้อนกลับไปชนสหายด้านหลัง ร่างกายแหลกเหลวไร้ลมหายใจในพริบตาเดียว!
บรรยากาศภายในโถงประชุมพลันเงียบสงบลงชั่วขณะ เสียงหายใจของเหล่ากบฏเริ่มติดขัด ความเย่อหยิ่งของหลี่กวงแข็งค้างอยู่บนใบหน้า ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินจิตใจของทุกคนทีละน้อยเมื่อตระหนักว่า เด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่สวะคนเดิมอีกต่อไปแล้ว หากแต่เป็นปีศาจจำแลงกายมา
"เข้ามาพร้อมกันทั้งหมดเถอะครับ..." หลี่เฟิงสะบัดมือไล่คราบเลือดออกเบื้องหน้า แววตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ร้ายจ้องมองเหยื่อ "ข้าจะแสดงให้พวกเจ้าเห็นเองว่า อำนาจที่แท้จริงภายใต้ท้องฟ้านี้... หน้าตาเป็นเช่นไร"
ทว่า ในวินาทีที่หลี่เฟิงกำลังจะก้าวเท้าเข้ากวาดล้างกองกำลังกบฏให้ราบคาบอยู่นั้นเอง ท้องนภาภศาลากลางตระกูลหลี่ที่เคยแจ่มใสกลับมืดครึ้มลงฉับพลัน เมฆดำทะมิลหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นยักษ์ สายฟ้าสีทองคำฟาดผ่าลงมากลางลานกว้างอย่างรุนแรง พร้อมกับแรงกดดันระดับ 'ขอบเขตปราชญ์สวรรค์' ที่แผ่ซ่านกดทับลงมาจนทุกคนต้องทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น!
เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีทองอร่าม ปรากฏกายขึ้นบนหลังคาศาลาอย่างเงียบเชียบ ใบหน้าสวมหน้ากากรูปอสูรยิ้มเยาะ ดวงตาส่องประกายแสงสีเขียวมรกตจ้องมองมาที่หลี่เฟิงด้วยความสนใจ
"ไม่นึกเลยว่า... ตระกูลเล็กๆ แห่งนี้ จะมีมดปลวกที่ครอบครองวิชาต้องห้ามหลงเหลืออยู่ด้วย น่าสนใจ... ช่างน่าสนใจยิ่งนัก หลี่เฟิง!" เสียงแหบพร่าดังก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคน ราวกับเสียงกู่ร้องจากห้วงมิติอื่น
หลี่เฟิงหรี่ตาลงแน่น สัญชาตญาณนักรบเตือนภัยขั้นสูงสุด ความลับที่เขาปกปิดไว้กำลังจะถูกเปิดโปง และเบื้องหลังการกบฏครั้งนี้... ดูเหมือนจะมีเงาของขั้วอำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่าแคว้นอัคคีทมิฬชักใยอยู่เบื้องหลัง!
แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ พยัคฆ์ขาวคำราม
สยบวิญญาณเซียน ทะยานสู่บัลลังก์ฟ้า•ตอนที่ 11
กวาดล้างกบฏในตระกูล
ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิญญาณเซียน ทะยานสู่บัลลังก์ฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!