สยบวิญญาณเซียน ทะยานสู่บัลลังก์ฟ้า•ตอนที่ 18

เพลิงโลกันตร์แผดเผา

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
ความตายมิได้มาเยือนอย่างเงียบเชียบ หากแต่มันมาพร้อมกับกลิ่นอายคาวเลือดที่คละคลุ้งและความร้อนระอุที่แผดเผาผืนป่าจนแทบละลาย เงาดำนับสิบสายเคลื่อนไหวราวกับภูตผี พวกมันล้วนเป็นนักฆ่ามือฉกาจจากสำนักเงาอสูร ผู้ใช้เคล็ดวิชาซ่อนเร้นกายในความมืดมิด ทว่าในสายตาของหลี่เฟิงแล้ว พวกมันมิได้ต่างอะไรจากฝูงมดปลวกที่กำลังเดินเข้าสู่กองเพลิงแห่งความตาย "ฮ่าๆๆๆ... หลี่เฟิง ต่อให้เจ้าจะมีวิชากระบี่ล้ำเลิศเพียงใด แต่วันนี้ค่ายกลโลหิตสลายวิญญาณนี้ จะฝังร่างเจ้าไว้ที่นี่อย่างไร้ร่องรอย!" เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังมาจากหัวหน้าหน่วยลอบสังหาร ร่างของมันสวมชุดเกราะสีดำทมิฬ มือถือกระบี่หนาหนักที่อาบด้วยพิษร้ายแรง ปราณยุทธ์ขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นสมบูรณ์แผ่พุ่งออกมาจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว หลี่เฟิงยืนสงบนิ่งอยู่ใจกลางวงล้อม แววตาของเขาดั่งห้วงสมุทรลึกที่ไร้ก้นบึ้ง มือขวาถือกระบี่เหล็กดำที่สั่นระริกด้วยความกระหายเลือด ด้านข้างของเขามีร่างระหงของไป๋อวี๋ชิงยืนหยัดเคียงคู่ นางมิได้กล่าววาจาใด ประกายความเย็นชาในดวงตาคู่นามงามดั่งหิมะพันปีสะท้อนเงาของเหล่าศัตรูที่พุ่งเข้ามา "อวี๋ชิง ถอยไปพักผ่อนสักครู่เถิดครับ..." หลี่เฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดเดี่ยว "แมลงเม่าเหล่านี้... ข้าจะจัดการเอง" ไป๋อวี๋ชิงพยักหน้าน้อยๆ นางลดกระบี่เหมันต์ลงครึ่งหนึ่ง แต่ปราณกระบี่เย็นเยียบยังคงแผ่ขยายออกไปเป็นรัศมีร้อยเมตร เพื่อปิดกั้นเส้นทางหนีทีไล่ของพวกมันทั้งหมด นางเชื่อมั่นในตัวชายหนุ่มผู้นี้อย่างไร้เงื่อนไข เพราะเขาคือหลี่เฟิง มหาเทพผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อฟ้าดิน "ฆ่ามัน!" สิ้นเสียงคำราม กองกำลังลอบสังหารนับสิบพุ่งทะยานเข้าใส่พร้อมกัน ประกายกระบี่นับร้อยสายถักทอเป็นตาข่ายความตาย ปิดตายทุกมุมมองของหลี่เฟิง ทว่า... หลี่เฟิงไม่แม้แต่จะกะพริบตา "วิชาพยัคฆ์อัคคี... เกราะเพลิงโลกันตร์!" *ตูมมมม!* เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับภูเขาไฟใจกลางป่าลึกปะทุขึ้นมาอย่างฉับพลัน เปลวเพลิงสีทองอมแดงเข้มข้นระเบิดออกจากร่างของหลี่เฟิง แผดเผาท้องนภารอบด้านจนกลายเป็นสีแดงฉาน ความร้อนมหาศาลทำให้ต้นไม้ใบหญ้ารอบรัศมีร้อยเมตรเหี่ยวเฉาและกลายเป็นเถ้าธุลีในพริบตา เปลวเพลิงเหล่านั้นไม่ได้แผดเผาแค่รอบตัว แต่หลอมรวมเข้ากับผิวเนื้อและเส้นเอ็นของเขา จนร่างทั้งร่างกลายเป็น "พยัคฆ์อัคคีอมตะ" ที่มีเกราะเพลิงห่อหุ้มอย่างแน่นหนา คมกระบี่ของเหล่านักฆ่าที่ฟันเข้ามาปะทะกับเกราะเพลิง เกิดประกายไฟสว่างวาบราวกับเหล็กกระทบหิน แทนที่จะสร้างบาดแผล กลับถูกความร้อนหลอมละลายคมกระบี่จนหักสะบั้นลงทีละเล่ม! "อ๊ากกกก!" เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังระงม นักฆ่าผู้โชคร้ายที่อยู่ใกล้ที่สุดถูกเปลวเพลิงโลกันตร์ล้อมกรอบ ร่างกายของพวกมันถูกเผาไหม้จากภายในสู่ภายนอก เลือดเนื้อและวิญญาณถูกแผดเผากลายเป็นไอพิษสีดำโดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะร้องขอชีวิต หัวหน้าหน่วยลอบสังหารเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัว มันไม่เคยพบเห็นวิชาอัคคีใดที่ทรงพลังและดุร้ายปานนี้มาก่อน พลังของหลี่เฟิงในตอนนี้ก้าวข้ามขอบเขตที่มนุษย์ปุถุชนจะจินตนาการได้ "ปีศาจ... เจ้ามันไม่ใช่คน! เจ้าเป็นปีศาจจากขุมนรก!" มันแผดเสียงตะโกนด้วยความสั่นเทา ถอยหลังกรูดด้วยความตื่นตระหนก หลี่เฟิงก้าวเท้าเดินผ่านกองเพลิง เสียงฝ่าเท้าของเขากระทบพื้นดินดัง *ตึง... ตึง...* ราวกับเสียงกลองศึกแห่งความตาย ทุกย่างก้าวที่ผ่านไป ทิ้งรอยเท้าที่เป็นเปลวไฟลุกโชนไว้เบื้องหลัง "ข้าคือใครไม่สำคัญ..." หลี่เฟิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาดั่งยมทูตจากปรภพ แววตาสีทองจากการหลอมรวมกับพยัคฆ์อัคคีจ้องมองตรงไปยังหัวหน้ามือสังหาร "ที่สำคัญคือ... วันนี้พวกเจ้าทั้งหมด จะไม่มีใครได้เดินออกไปจากป่าแห่งนี้แม้แต่คนเดียว" สิ้นคำพูด ร่างของหลี่เฟิงก็หายวับไปจากจุดเดิม ราวกับภูตพรายที่เคลื่อนไหวเร็วกว่าสายฟ้า *ฉวะ!* ประกายแสงสีทองวาบผ่านลำคอของมือสังหารระดับหลอมรวมลมปราณผู้หนึ่ง หัวของมันหลุดกระเด็นลอยขึ้นสู่ฟ้า เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกมาดั่งน้ำพุ ก่อนที่ร่างไร้หัวจะล้มลงกองกับพื้น และถูกเปลวเพลิงที่ติดอยู่แผดเผากลายเป็นเถ้าถ่านในเวลาไม่ถึงลมหายใจ ความตายคืบคลานเข้ามาอย่างรวดเร็วและไร้ความปรานี กองกำลังลอบสังหารที่เคยขึ้นชื่อว่าเหี้ยมโหดที่สุดในยุทธภพ บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงลูกแกะที่รอวันถูกเชือด หลี่เฟิงใช้หมัดอัคคีและกระบี่เหล็กดำกวาดล้างพวกมันอย่างเลือดเย็น ทุกหมัดที่ชกออกไปทำลายกระดูกและอวัยวะภายใน ทุกกระบี่ที่ฟันลงมาผ่าร่างศัตรูออกเป็นสองเสี่ยง ภายในเวลาไม่ถึงกึ่งก้านธูป กองกำลังลอบสังหารนับสิบก็ถูกแผดเผาจนไม่เหลือซาก ทิ้งไว้เพียงพื้นดินสีดำเป็นวงกว้างและกลิ่นเหม็นไหม้ที่ลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ไป๋อวี๋ชิงมองภาพเบื้องหน้าด้วยแววตาที่อ่อนโยนลง นางเดินเข้าไปใกล้ พร้อมทั้งยื่นผ้าแพรสีขาวสะอาดออกไปซับคราบเขม่าที่ข้างแก้มของชายหนุ่มอย่างเบามือ "ท่านพี่... เหนื่อยหรือไม่ครับ" เสียงหวานเอמהทักทายด้วยความห่วงใย หลี่เฟิงคลายเกราะเพลิงลง ร่างกายกลับคืนสู่สภาพปกติ เขายิ้มบางๆ ให้กับนาง ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอաբValเอ่ยวาจาใดตอบกลับ สายลมรอบตัวก็พลันหยุดนิ่งสนิท บรรยากาศที่เคยร้อนระอุแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบเข้ากระดูกดำในชั่วพริบตา *ตึง! ตึง! ตึง!* เสียงฝ่าเท้าอันหนักหน่วงดังสะท้อนมาจากยอดเขาเบื้องบน พร้อมกับแรงกดดันระดับ "ปราณก่อเกิดขั้นสมบูรณ์" ที่กดทับลงมาจนพื้นดินรอบด้านยุบตัวลงเป็นหลุมลึก ปราณสีดำสนิทแผ่พุ่งปกคลุมท้องฟ้าจนแสงตะวันมืดมิดลงทันที เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีทองปักลายพยัคฆ์ทมิฬยืนสง่าอยู่บนยอดผาเหนือศีรษะของทั้งสอง ดวงตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องมาที่หลี่เฟิงด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "นับว่าฝีมือไม่เลว... สมกับที่เป็นศรปักอกของนิกายเรา" เสียงทุ้มต่ำกังวานดังก้องราวกับเสียงคำรามของอสูรฟ้า "หลี่เฟิง เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการกำจัดสุนัขรับใช้เหล่านี้ จะทำให้เจ้าปลอดภัยจากเงื้อมมือของข้า... ผู้อาวุโสใหญ่แห่งนิกายฟ้าคำราม?" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันสมรภูมิเดือดไปพร้อมกับตัวละครด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบวิญญาณเซียน ทะยานสู่บัลลังก์ฟ้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%