จดหมายสั่งตายจากสายโทรศัพท์ยุค 80•ตอนที่ 4

ผู้กองครับ ผีตัวนี้ขอกินข้าวด้วย

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
“ดับไฟ! เฮ้ย! ไอ้พวกที่เหลือเอาถังทรายมานี่ อย่ามัวแต่ยืนงงเหมือนควายเห็นเลข!” เสียงตวาดของร้อยเอกอัคนีดังลั่นโรงนา ท่ามกลางแสงสีแดงฉานที่เต้นระบำอยู่บนกองฟางแห้ง กลิ่นไหม้ของฟางและกลิ่นกำมะถันจางๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ แต่มันไม่ใช่กลิ่นไหม้ของฟืนธรรมดาครับ มันเป็นกลิ่นเหม็นเน่าเหมือนซากศพที่ถูกเผาด้วยน้ำมันก๊าด อัคนีคว้าถังน้ำที่อยู่ใกล้ที่สุดสาดเข้าไป แต่น้ำนั้นกลับระเหยกลายเป็นไอทันทีที่สัมผัสเปลวไฟสีประหลาด “พี่อัคนี! ถอยออกมา!” มะลิกระชากแขนสามีจนตัวลอย ก่อนจะสะบัดมือเบาๆ มิติลับในฝ่ามือของเธอเปิดออก ไอเย็นเยียบพุ่งทะลักออกมาคลุมโรงนาจนเปลวไฟสีแดงนั้นดับสนิทลงในพริบตา ทิ้งไว้เพียงเถ้าถ่านสีดำสนิทที่จับตัวกันเป็นรูปแปลกประหลาดบนพื้นดิน ทั้งคู่ยืนหอบหายใจอยู่กลางความมืด อัคนีหยิบไฟฉายขึ้นมาส่องดูสภาพโรงนา เขาสบถออกมาเบาๆ เมื่อเห็นรอยเท้าขนาดใหญ่กว่าเท้าคนปกติประทับอยู่บนพื้นดินที่เปียกชื้น มันไม่ใช่รอยเท้าที่เกิดจากคนเดิน แต่มันเหมือนรอยลากของอะไรบางอย่างที่ไม่มีกระดูก “มันไม่ใช่ฝีมือคนวางเพลิงธรรมดาแล้วครับมะลิ” อัคนีหันมามองภรรยา ดวงตาเข้มคมของนายทหารหนุ่มฉายแววกร้าว “ถ้าจะเผาฟาร์มเราขนาดนี้ ยายสมรคงไม่ได้ใช้แค่คาถาอาคมกะโหลกกะลาแล้วล่ะ” มะลิไม่ได้ตอบทันที เธอหยิบเครื่องตรวจจับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบประยุกต์ที่เธอประดิษฐ์ขึ้นเองออกมา หน้าปัดเข็มตีกลับไปมาจนแทบจะหลุดจากกรอบ “ไม่ใช่ยายสมรคนเดียวหรอกครับ... มีบางอย่างที่ 'หิว' มากกว่านั้นมาแจมด้วย” ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะเดินกลับเข้าตัวบ้าน กลิ่นหอมฟุ้งของอาหารกลับโชยมาเตะจมูก กลิ่นแกงคั่วหอยขมกับใบชะพลูที่มะลิเพิ่งเตรียมไว้มื้อเย็นตั้งอยู่บนโต๊ะไม้หน้าบ้าน แต่น่าแปลกที่แสงไฟจากตะเกียงน้ำมันกลับสั่นไหวรุนแรงราวกับมีใครบางคนกำลังนั่งกินข้าวอยู่อย่างมูมมาม “นั่นใคร!” อัคนีชักปืนพกประจำกายออกมาเล็งไปที่เก้าอี้ตัวหนึ่งที่ว่างเปล่า บนโต๊ะนั้น ชามข้าวถูกขยับเขยื้อน ช้อนสังกะสีเคาะกับขอบจานดังกังแกรกกราก ราวกับมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญกำลังตักแกงเข้าปาก อัคนีขมวดคิ้วแน่น เขาเดินเข้าไปใกล้โดยไม่เกรงกลัว ในฐานะทหารชายชาติทหาร เขาไม่เคยกลัวผีสาง แต่เขากลัวคนที่จะมาทำลายข้าวของที่มะลิสร้างมาด้วยหยาดเหงื่อ “ผู้กองครับ... ถ้ามึงไม่ออกมาดีๆ อย่าหาว่าผมไม่สุภาพนะ” อัคนีขู่ด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ทว่า ทันใดนั้นเก้าอี้ตัวนั้นก็ถูกลากออกมาเอง เสียงขาไม้ครูดกับพื้นปูนดังบาดหู ก่อนที่ข้าวในจานจะเริ่มพร่องไปอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่มีใครมองเห็นร่าง มะลิคว้ามือสามีไว้แล้วขยิบตาให้ เธอหยิบถุง 'ข้าวเหนียวดำ' จากมิติลับออกมาคลุกกับผงไอโอดีนและเศษเหล็กอาคม แล้วโปรยลงไปในอากาศ ร่างสีเทาซีดของสิ่งมีชีวิตไร้หน้าก็ปรากฏขึ้นชัดเจน มันเป็นร่างผอมโซ ผิวหนังเป็นสะเก็ดสีดำ หน้าตาว่างเปล่าไร้ดวงตาและจมูก มีเพียงปากกว้างที่ฉีกยิ้มจนเกือบถึงใบหู มันกำลังใช้มือที่ยาวผิดปกติโกยแกงคั่วเข้าปากอย่างหิวกระหาย “กินเก่งนะมึง” มะลิกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แทนที่จะกลัว เธอเดินเข้าไปใกล้เจ้าผีไร้หน้าตัวนั้นแล้ววางจานไข่เจียวสมุนไพรลงตรงหน้ามัน “อยากกินก็นั่งกินดีๆ อย่ามาทำให้โรงนาพัง ถ้าอร่อย เดี๋ยวจัดให้เพิ่ม” ผีไร้หน้าหยุดชะงัก มันหันหัวที่ไม่มีหน้ามาทางมะลิ ก่อนจะส่งเสียงคำรามในลำคอที่ฟังดูคล้ายเสียงวิทยุคลื่นแทรก อัคนีลดปืนลงช้าๆ ความตึงเครียดในใจเปลี่ยนเป็นความมึนงง “มะลิ... เรากำลังเลี้ยงผีเรอะ?” “มันไม่ได้มาทำร้ายเราโดยตรงหรอกครับพี่อัคนี มันแค่ถูกไอ้กลิ่นสาปอาคมของยายสมรล่อมา แต่พอมันได้กลิ่นกับข้าวฝีมือฉัน... มันก็ลืมหูลืมตาไม่ขึ้นแล้ว” มะลิยิ้มมุมปาก ก่อนจะตบไหล่อัคนี “ผู้กองครับ ไปเอาเบียร์เย็นๆ มาให้แขกสักขวดเถอะ วันนี้เราต้องคุยกันหน่อยว่าใครจ้างมันมา” ผีไร้หน้าส่งเสียงหัวเราะแหบพร่า มันหยิบช้อนขึ้นมาเคาะจังหวะเหมือนกำลังพอใจอย่างหนัก อัคนีมองภาพภรรยาสาวที่กำลังคุยกับผีอย่างเป็นกันเองด้วยความทึ่ง แม้เขาจะเป็นทหารที่เชื่อในเหตุผล แต่ความรักที่เขามีต่อมะลิทำให้เขาสามารถยอมรับการมีอยู่ของอะไรก็ตามที่เธอเลือกจะเก็บไว้ ทว่า ทันทีที่แก้วเบียร์ถูกวางลงบนโต๊ะ เสียงโทรศัพท์ยุค 80 ที่ติดตั้งไว้ที่ผนังบ้านก็แผดเสียงดังสนั่นขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงัด มันเป็นเสียงกริ่งที่แหลมสูงจนแก้วน้ำสั่นไหว อัคนีหันไปมองโทรศัพท์เครื่องนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า เสียงนั้นไม่ใช่เสียงปกติ มันเป็นเสียงที่เขาจำได้ดีจากเหตุการณ์เมื่อวาน เสียงที่ดังออกมาจากสายโทรศัพท์ที่ควรจะถูกตัดการเชื่อมต่อไปตั้งนานแล้ว มะลิเดินไปที่โทรศัพท์ มือของเธอกำลังจะคว้าหูโทรศัพท์ขึ้นมา แต่แล้วเธอก็หยุดชะงัก เมื่อเห็นน้ำสีดำข้นหนืดไหลซึมออกมาจากช่องหูฟังโทรศัพท์นั้นหยดลงพื้นช้าๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่ผีไร้หน้าที่กำลังเคาะช้อนหยุดนิ่งไปทันที แล้วหันขวับมามองโทรศัพท์ด้วยความหวาดกลัวสุดขีด “มะลิ... อย่ารับสาย!” อัคนีตะโกนเตือนพร้อมก้าวเข้ามาบังร่างภรรยาไว้ แต่มันสายไปเสียแล้ว เสียงปลายสายที่ตอบกลับมาไม่ใช่เสียงผี แต่เป็นเสียงของยายสมรที่หัวเราะร่าด้วยความสะใจ “ขอบใจนะนังหลานรัก... ที่เลี้ยงอาหารมื้อสุดท้ายให้มัน... เพราะตอนนี้ 'แขกจริงๆ' ของแกกำลังจะไปเคาะประตูบ้านแล้ว!” สิ้นเสียงนั้น ประตูรั้วหน้าฟาร์มที่ควรจะปิดสนิทก็ถูกแรงมหาศาลผลักจนพังครืนลงมา พร้อมกับเงาดำมืดที่พุ่งตรงเข้ามาหาพวกเขาด้วยความเร็วที่เหนือธรรมชาติ! ขอบคุณที่ติดตามอ่าน "หมอผีวัยรุ่น" นะครับ ไว้พบกันตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จดหมายสั่งตายจากสายโทรศัพท์ยุค 80 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%