เงาซ้อนกระจกเงาสลับขั้ว•ตอนที่ 2

แขกไม่ได้รับเชิญ

ผลงานโดย พยานปากเอก
กลิ่นอับชื้นของคราบเลือดเก่าผสมกับน้ำยาฟอร์มาลีนเจือจาง คือบรรยากาศที่ ร.ต.อ.หญิง ภานิชา คุ้นเคยดีกว่ากลิ่นน้ำหอมราคาแพงบนโต๊ะทำงาน เปลวไฟจากกองขยะด้านนอกสาดแสงสีส้มกะพริบผ่านหน้าต่างกระจกฝ้าของห้องเก็บของชั่วคราว ทอดเงายาวทับร่างไร้วิญญาณบนเตียงชันสูตร นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือยางสีขาวยังคงคีบเส้นใยผ้าสีดำชิ้นเล็กๆ ขึ้นมาพิจารณาอย่างเงียบเชียบ ดวงตาคู่คมกริบวิเคราะห์ทุกร่องรอยการฉีกขาดด้วยตรรกะอันแม่นยำ คดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่คนร้ายทิ้งสัญลักษณ์รูปกระจกเงาแตกไว้บนศพ กำลังกลายเป็นเกมแมวไล่จับหนูที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเพลี่ยงพล้ำในทุกย่างก้าว เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ดังขึ้นบนพื้นไม้กระดานด้านนอก ไม่ได้ทำให้ภานิชาละสายตาจากหลักฐานในมือ เพราะเธอมั่นใจในระบบรักษาความปลอดภัยของเขตกองปราบปราม แต่ทว่า... เสียงเปิดประตูกลับแผ่วเบาจนผิดวิสัย "ผมคิดว่าคุณน่าจะกำลังมองหาชิ้นส่วนที่ขาดหายไป... ผู้กองภานิชา" น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่แฝงรอยยิ้มหยันในที ดังขึ้นจากความมืดตรงมุมห้อง ภานิชาสะดุ้งเล็กน้อยแต่วินัยระดับมืออาชีพทำให้เธอบังคับมือให้หยุดนิ่งสนิท เธอหันขวับไปมองผู้บุกรุกทันที แสงไฟสลัวเผยให้เห็นร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทสีเข้มเข้ารูป ศตวรรษ หรือที่ใครหลายคนในแวดวงกฎหมายใต้ดินรู้จักในนาม "คีย์" ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ราวกับเขากำลังยืนชมงานศิลปะในแกลเลอรีส่วนตัว ไม่ใช่ห้องเก็บศพของคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ "คุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไง... นี่คือเขตหวงห้ามของเจ้าหน้าที่รัฐ" ภานิชาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาหรี่ลงประเมินอันตรายจากชายตรงหน้า มือข้างหนึ่งขยับเข้าใกล้ซองปืนพกพกซ่อนโดยสัญชาตญาณ ศตวรรษหัวسเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ทรงเสน่ห์แต่น่าหงุดหงิดในเวลาเดียวกัน เขาก้าวเท้าช้าๆ ออกมาจากเงามืด กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ลอยมาแตะจมูก "ความปลอดภัยของกรมตำรวจคุณนี่ช่างเปราะบางเสียเหลือเกินนะผู้กอง... แต่ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อวิจารณ์ระบบรักษาความปลอดภัยของพวกคุณหรอกครับ ผมมาเพื่อยื่นข้อเสนอที่คุณปฏิเสธไม่ได้ต่างหาก" ภานิชาไม่แม้แต่จะขยับตัวเข้าหา เขาเข้ามาประชิดพื้นที่ส่วนตัวของเธอโดยที่สัญญาณเตือนภัยไม่ดังขึ้นแม้แต่น้อย นั่นหมายความว่ารหัสผ่านและจุดอับสายตาของที่นี่ถูกศึกษามาอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว "ฉันไม่มีเวลามารับฟังข้อเสนอของพวกทนายสีเทาอย่างคุณ เชิญออกไปก่อนที่ฉันจะข้อหาบุกรุกและขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่" เธอยื่นคำขาด น้ำเสียงเฉียบขาดไม่แพ้แววตา ศตวรรษไม่สะทกสะท้าน เขาย่างสามขุมเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะชันสูตร ห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ ดวงตาคมกริบก้มมองศพเบื้องล่างแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นสบตาเธอนิ่ง "ฆาตกรไม่ได้ทิ้งร่องรอยลายนิ้วมือไว้ใช่ไหมครับ? รอยแผลเป็นรูปกากบาทที่ต้นคอของเหยื่อ เกิดจากมีดผ่าตัดเกรดการแพทย์ที่หาซื้อไม่ได้ทั่วไป... และที่สำคัญที่สุด ตำรวจกำลังหลงทางคิดว่านี่คือคดีล้างแค้นส่วนตัวของแก๊งค้ามนุษย์" คำพูดของศตวรรษทำให้ภานิชาชะงัก ข้อมูลเหล่านี้คือความลับในสำนวนคดีระดับชั้นความลับสูงสุดที่แม้แต่สารวัตรเจ้าของคดียังไม่กล้าเปิดเผย แล้วผู้ชายคนนี้รู้ได้อย่างไร? "คุณรู้..." ภานิชาหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด สมองของเธอกำลังประมวลผลความเสี่ยง "คุณได้ข้อมูลพวกนี้มาจากไหน? หรือว่าองค์กรของคุณ..." "ช้าก่อนครับผู้กอง อย่าเพิ่งรีบโยนข้อหาสมรู้ร่วมคิดให้ผมเลย" ศตวรรษยกมือขึ้นเล็กน้อยเชิงยอมจำนนริมฝีปากหยักลึกแย้มยิ้มบางๆ "ผมเป็นแค่ที่ปรึกษาอิสระที่บังเอิญ... เกลียดการทำงานอย่างไร้ประสิทธิภาพของพวกฆาตกรมือสมัครเล่น ข้อมูลในแฟ้มนี้จะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า ทำไมคุณถึงต้องการผมมากกว่าที่ผมต้องการคุณ" เขาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลยับยื่นวางลงบนโต๊ะชันสูตร ใกล้กับร่างไร้วิญญาณ ภานิชามองซองเอกสารนั้นสลับกับใบหน้าของชายหนุ่ม เธอกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างจรรยาบรรณวิชาชีพกับทางตันของคดีที่เธอกำลังเผชิญอยู่ มือเรียวภายใต้ถุงมือยางเอื้อมไปหยิบซองเอกสารนั้นอย่างระมัดระวัง เธอเปิดมันออก เอกสารภายในทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึกลงไปครู่หนึ่ง มันคือประวัติการเดินทางของเหยื่อรายล่าสุด และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... มีภาพถ่ายของบุคคลลึกลับที่ยืนอยู่ ณ จุดเกิดเหตุทั้งสามคดีก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นมุมกล้องที่ไม่มีกล้องวงจรปิดตัวใดของตำรวจบันทึกไว้ได้เลย "นี่คือ..." ภานิชาเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความตกตะลึง "หลักฐานที่พวกคุณไม่มี และไม่มีทางหาได้ด้วยวิธีปกติ" ศตวรรษโน้มตัวเข้าไปใกล้เธออีกนิด กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ทรงพลังริมใบหู "รับผมเข้ามาเป็นที่ปรึกษาชั่วคราวในคดีนี้... แล้วผมจะพาคุณไปกระชากหน้ากากไอ้เงาซ้อนนั่นด้วยกัน" ห้องเก็บศพตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศ ภานิชากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองเอกสารในมือสลับกับรอยยิ้มมั่นใจของศตวรรษ เธอกำลังก้าวขาลงไปในหลุมพรางที่เขาขุดไว้ แต่มันเป็นหลุมพรางเดียวที่มีทางออกไปสู่ความจริง ภานิชาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยว "ตกลง... คุณได้เป็นที่ปรึกษาชั่วคราว" ภานิชาเอ่ยเสียงเรียบ "แต่ถ้าฉันรู้ว่าคุณเล่นตลกอะไรลับหลัง... ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนใส่กุญแจมือคุณด้วยตัวเอง" ศตวรรษหัวเราะชอบใจในลำคอ ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย "ยินดีที่ได้ร่วมงานครับผู้กอง... หวังว่าคุณจะไม่ทำให้ผมผิดหวังนะ" ทว่า... ในวินาทีที่ข้อตกลงสิ้นสุดลง เสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยดับเพลิงแบบแมนนวลนอกห้องก็ดัง "หวีด" แหลมสูงขึ้นกะทันหัน พร้อมกับระบบไฟสำรองฉุกเฉินสีแดงที่กระพริบวาบสลับดับลง บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นสีเลือดในพริบตา หน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานของห้องชันสูตรที่ควรจะปิดสนิท กลับสว่างวาบขึ้นมาเองโดยไม่มีคำสั่งจากผู้ใช้ บนหน้าจอมืดสนิท ปรากฏข้อความตัวอักษรสีแดงฉานพิมพ์ขึ้นทีละตัวอย่างช้าๆ ด้วยฝีมือของใครบางคนจากระบบภายใน: **"ยินดีต้อนรับสู่เกม... ศตวรรษ และ ภานิชา"** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน และเตรียมพบกับความระทึกขวัญในปมปริศนาบทต่อไปด้วยกันนะครับ พยานปากเอก
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนกระจกเงาสลับขั้ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%