"กลิ่นอโรมาของกาแฟคั่วเข้มไม่ได้ช่วยให้คดีนี้หอมหวานขึ้นเลยแม้แต่น้อยนะครับ... ผู้กองภานิชา"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เจือแววเย้าหยอกดังขึ้นเหนือโต๊ะไม้สักตัวมุมสุดของร้านกาแฟเล็กๆ ทว่าตกแต่งอย่างประณีต ตั้งอยู่ห่างจากสถานีตำรวจนครบาลเพียงไม่กี่ร้อยเมตร บรรยากาศภายในร้านอบอวลด้วยไอระเหยของเมล็ดพันธุ์อาราบิก้าชั้นดี แต่ทว่าอุณหภูมิรอบตัวคนทั้งสองกลับเย็นเยียบราศีกำลังยืนอยู่กลางห้องดับจิต
ร.ต.อ.หญิง ภานิชา ไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันที เธอยังคงปล่อยให้ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามขอบแก้วเซรามิกสีดำสนิท สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาบางเบาจดจ้องอยู่กับระลอกคลื่นสีน้ำตาลเข้มในแก้วราวกับมันกำลังบันทึกภาพความลับบางอย่าง เธอกำลังประเมินชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม—ศตวรรษ หรือ "คีย์" ที่ปรึกษากฎหมายอิสระผู้มีรอยยิ้มประดับมุมปากตลอดเวลา ทว่าดวงตากลับว่างเปล่าไร้ก้นบึ้ง
ชุดสูทสีเทาเข้มตัดเย็บอย่างประณีตรับกับรูปร่างสูงโปร่ง เขาดูเหมือนนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลมากกว่าคนที่ถูกดึงเข้ามาพัวพันในคดีฆาตกรรมอำพรางศพซ้อนกระจกเงา
"ฉันคิดว่าคุณน่าจะรู้ตัวดีนะ, คุณศตวรรษ ว่าการนัดฉันออกมานอกสถานีในเวลาเที่ยงคืนแบบนี้ มันไม่ได้ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับการสืบสวนคดีที่กำลังถูกจับตามองจากเบื้องบนเลยสักนิด" ภานิชาเงยหน้าขึ้นสบตา ประกายตาของเธอคมปลาบราวกับใบมีดผ่าตัดที่พร้อมกรีดลงบนเนื้อเยื่อเพื่อค้นหาความจริง
ศตวรรษหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยเสน่ห์แบบผู้ชายที่ผ่านโลกมาโชคโชน เขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะวางลงกระทบโต๊ะเกิดเสียงก้องกังวานในความเงียบสงัดของร้านที่ปิดรับลูกค้าคนอื่นแล้ว
"ภาพลักษณ์เหรอครับ? ผู้กอง... ในโลกที่กระจกทุกบานสะท้อนภาพลวงตา การวิ่งไล่ตามเงาในกรอบระเบียบของกรมตำรวจ จะทำให้คุณมองไม่เห็นแม้กระทั่งมือที่ถือมีดอยู่ข้างหลังคุณเองด้วยซ้ำ"
เขายื่นมือหนาข้ามโต๊ะมา วางซองเอกสารสีน้ำตาลบางเฉียบลงตรงหน้าเธอ ปลายนิ้วของเขาแตะค้างไว้บนกระดาษชั่วครู่ ราวกับกำลังชั่งใจว่าจะปล่อยให้มันเป็นอิสระดีหรือไม่
ภานิชากวาดตามองซองเอกสารนั้น ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมามองใบหน้าคมคายที่มีรอยยิ้มจางๆ ประดับอยู่
"นี่คืออะไร? หมายเรียกพยานปากใหม่ หรือสำนวนลับที่คุณไปแอบงัดมาจากโต๊ะทำงานของอัยการอีก?" น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท แต่แฝงไว้ด้วยแรงกดดันระดับมืออาชีพที่ผ่านการอบรมการอ่านพฤติกรรมมนุษย์มาอย่างโชกโชน
"ไม่ใช่ทั้งสองอย่างครับ" ศตวรรษดึงมือกลับไปประสานกันไว้บนตัก ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจปฏิกิริยาของเธอทุกกระเบียดนิ้ว "นั่นคือโปรไฟล์ทางจิตวิทยา... หรือถ้าจะพูดให้ถูก มันคือ 'กระจกบานแรก' ที่ฆาตกรจงใจทิ้งไว้ให้คุณขบคิด"
หัวใจของนายตำรวจสาวกระตุกวูบไปเล็กน้อย—เพียงเสี้ยววินาทีที่เธอควบคุมสีหน้าได้ทัน
คดีฆาตกรรมศพซ้อนกระจกเงา เป็นคดีที่กัดกินความอดทนของเธอมาสามสัปดาห์เต็ม เหยื่อถูกพบในห้องปิดตายที่เต็มไปด้วยกระจกเงา ฆาตกรไม่เพียงแต่ฆ่า แต่ยังจัดฉากศพให้สะท้อนซ้อนกันเป็นอินฟินิตี้อย่างไร้ที่ติ ไม่มีรอยนิ้วมือ ไม่มีดี0เอ็นเอ และไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ราวกับปีศาจเดินทะลุกระจกเข้ามาลงมือ
และที่สำคัญที่สุด... รูปแบบการจัดฉากนั้น มีลายเซ็นที่คล้ายคลึงกับคดีสะเทือนขวัญเมื่อสิบห้าปีก่อน คดีที่พ่อของเธอ ซึ่งเป็นอดีตนายตำรวจมือปราบ เคยทำหลุดมือจนต้องจบชีวิตลงด้วยความอับอาย
ภานิชาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นคลื่นอารมณ์ที่ตีรวนขึ้นมาในอก เธอยื่นมือไปหยิบซองเอกสาร ดึงกระดาษปอนด์สีขาวสะอาดออกมาแผ่นหนึ่ง ด้านบนปรากฏภาพถ่ายโพลารอยด์ของที่เกิดเหตุ ทว่าสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด คือข้อความที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่บรรจงด้วยหมึกสีแดงเลือด
*'เงาในกระจกไม่เคยโกหก... ยกเว้นตอนที่คุณมองไม่เห็นตัวตนของตัวเอง, ผู้กอง'*
ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะกาแฟชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องทำเอสเพรสโซที่ส่งเสียงฮัมเบาๆ จากเคาน์เตอร์ด้านหลัง ภานิชาเงยหน้าขึ้น จ้องมองศตวรรษด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม ความระแวงถูกแทนที่ด้วยความระมัดระวังอย่างถึงที่สุด
"คุณได้มันมาจากไหน?" เธอถามเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดขอบแก้วกาแฟที่เย็นชืด
"ผมไม่ได้เป็นคนหามาครับ... มันถูกสอดไว้ใต้กระจกหน้ารถของผม เมื่อตอนที่คุณกำลังเดินเข้ามาในร้านนี้" ศตวรรษตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ร่องรอยความตื่นตระหนก ราวกับว่าเหตุการณ์นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบทละครที่เขาเคยอ่านมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
ภานิชาหรี่ตาลง สัญชาตญาณนักวิเคราะห์พฤติกรรมร้องเตือนภัยดังลั่นในหัว
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่, ศตวรรษ? คุณรู้เห็นเกี่ยวกับองค์กรเบื้องหลังนั่นมากแค่ไหน ทำไมฆาตกรถึงรู้ว่าคุณจะมาที่นี่ และทำไม... มันถึงจงใจส่งข้อความนี้ผ่านทางคุณ?"
ศตวรรษโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจางๆ กลิ่นโคโลญจน์ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นกาแฟเข้มข้น รอยยิ้มมุมปากของเขาหายไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาดุดันจริงจังที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความเจ้าเล่ห์
"เพราะฆาตกรคนนี้ไม่ได้ต้องการแค่ความยุติธรรมครับ, ผู้กอง..." ศตวรรษกระซิบแผ่วเบา ทว่าถ้อยคำแต่ละคำกลับคมกริبيบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "แต่มันกำลังรอให้คุณ... เดินเข้าไปติดกับดักในห้องกระจกบานสุดท้าย ที่ซึ่งความจริงเกี่ยวกับพ่อของคุณถูกซ่อนเอาไว้"
ภานิชานิ่งงิ่งไป ข้อมูลเรื่องพ่อของเธอถูกปิดเป็นความลับสุดยอดในแฟ้มคดีเก่าของกรมตำรวจ มีเพียงคนไม่กี่คนในประเทศนี้ที่ล่วงรู้ความจริงข้อนั้น แล้วชายตรงหน้า... รู้ได้อย่างไร?
ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากซักถามข้อสงสัย เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเธอก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
ภานิชากดรับสายโดยละสายตาจากศตวรรษไม่ได้ เสียงหอบหายใจและน้ำเสียงตื่นตระหนกของหมวดวิกรม ผู้ใต้บังคับบัญชาคนสนิท ดังทะลักออกมาจากลำโพงจนคนฟังต้องนิ่วหน้า
*“ผู้กองครับ! เกิดเรื่องแล้ว! ทีมพิสูจน์หลักฐานเพิ่งรายงานเข้ามา... ศพที่สองถูกพบแล้วครับ และ... และรูปแบบการจัดฉาก มันอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของสารวัตรธนา อดีตคู่หูเก่าของคุณพ่อคุณเองครับ!”*
มือที่ถือโทรศัพท์ของภานิชาสั่นเทาขึ้นมาวูบหนึ่ง เธอมองหน้าศตวรรษที่ยังคงนั่งไขว่ห้างนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองเธอนิ่งราวกับกำลังรอคอยฉากไคลแม็กซ์ของละครสัตว์
ศตวรรษยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ชวนให้ขนลุกซู่ ก่อนที่เขาจะขยับริมฝีปากพูดอย่างไร้เสียง ทว่าอ่านปากได้อย่างชัดเจนว่า—
*“ยินดีต้อนรับสู่เกมครับ, ผู้กอง”*
---
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับตัวละครนะครับ)*
เงาซ้อนกระจกเงาสลับขั้ว•ตอนที่ 3
บทสนทนาหลังม่านกาแฟ
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาซ้อนกระจกเงาสลับขั้ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
