กาวลาเท็กซ์ครึ่งขวดกำลังนอนแอ้งแม้งอยู่บนกระดาษชานอ้อยแผ่นรองตัด ราคาแพงลิบลิ่ว และที่แย่ไปกว่านั้นคือมันไหลเยิ้มเข้าไปอาบโมเดลตึกคณะสถาปัตย์จำลองสเกล 1:100 ที่ฉันใช้เวลาอดหลับอดนอนทำมาสามวันเต็มๆ จนพินาศยับเยินไม่มีชิ้นดี
"กรี๊ด! พายอาร์ แกทำอะไรลงไปเนี่ย!"
ฉันหวีดร้องใส่ความว่างเปล่าในสตูดิโอคณะสถาปัตย์ที่เงียบสงัดยามตีสองครึ่ง มีเพียงเสียงหึ่งๆ ของแอร์เก่าคร่ำคร่ากับแสงไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าที่สาดส่องลงมาประจานความซุ่มซ่ามระดับตำนานของฉัน มือบางรีบคว้าทิชชูเปียกมาเช็ดซับพัลวัน แต่ยิ่งเช็ดคราบกาวกลับยิ่งกระจายเปรอะเปื้อนจนโครงสร้างกระดาษเริ่มเปื่อยยุ่ย น้ำตาเจ้ากรรมพาลจะร่วงเผาะลงมาตรงนั้นให้ได้ ชีวิตปีหนึ่งของฉันมันต้องพังทลายลงเพราะโมเดลตึกบ้าๆ นี่จริงๆ ด้วยสินะ
แชตไลน์จากกลุ่มเพื่อนสนิทเด้งขึ้นมาพอดีเป๊ะราวกับรู้เวลา
*[กรณ์]: เป็นไงบ้างคุณพายอาร์ โมเดลเสร็จยัง หรือว่าตึกถล่มก่อนส่งพรุ่งนี้เช้า 555*
*[พายอาร์]: กรณ์ช่วยด้วยยยย กาวหกใส่โมเดลพังหมดแล้ว ฮืออออ อยากร้องไห้เป็นสายเลือด QAQ*
*[กรณ์]: อ้าวเฮ้ย! ชิบหายแล้วมั้ยล่ะคุณน้า รอดี่ย์นะว่าท่านเฮดว้ากสุดโหดเขาจะเดินตรวจสตูดิโอคืนนี้พอดี เตรียมตัวไปเกิดใหม่ได้เลยเพื่อนรัก*
ฉันอ่านข้อความนั้นแล้วอยากจะเอาหัวโขกโต๊ะเขียนแบบให้รู้แล้วรู้รอด ทำไมชีวิตถึงได้เล่นตลกขนาดนี้ ธาม... รุ่นพี่ปีสามสุดเนี๊ยบ ดีกรีเฮดว้ากหน้าดุที่ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและเกรี้ยวกราดเป็นที่หนึ่ง ผู้ชายที่แค่เดินผ่านก็ทำเอาปีหนึ่งขนหัวลุกตั้งชันไปตามๆ กัน เขากำหนดเดดไลน์ตรวจความคืบหน้าของทุกคนในคืนนี้ และสภาพฉันตอนนี้... ไม่ต่างอะไรจากศพรอการพิพากษา
"ทำยังไงดีๆๆๆ" ฉันเดินวนเป็นหนูติดจั่น มือก็ทึ้งหัวตัวเองจนผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เป็นทรง เสื้อช็อปสีเลือดหมูเปื้อนคราบสีน้ำและฝุ่นดินสอ ยิ่งมองสภาพตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ที่มุมห้องแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่
แกร็ก...
เสียงเปิดประตูกระจกบานเลื่อนด้านหน้าสตูดิโอดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านข้อเท้าจนฉันสะดุ้งเฮือก ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดปูดโปーンตามฉบับหนุ่มสถาปัตย์ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นกระดาษและกาแฟดำลอยมาแตะจมูกก่อนที่เจ้าตัวจะก้าวเข้ามาเสียอีก
ธามกวาดสายตาคมกริบราวกับเหยี่ยวหاتมองไปรอบสตูดิโอ ก่อนที่ดวงตาสีนิลคู่นั้นจะหยุดนิ่งตรงโต๊ะทำงานของฉัน
บรรยากาศในห้องลดอุณหภูมิลดฮวบลงทันทีราวกับเปิดแอร์ติดลบสิบองศา
"ไหน... ขอตรวจดูความคืบหน้าของเด็กปีหนึ่งหน่อยสิ ว่าทำผลงานออกมาได้ทุเรศขนาดไหนถึงต้องมานั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่คนเดียวดึกๆ ดื่นๆ" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยือกเย็นเอ่ยขึ้น ร่างสูงสาวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นปูนขัดมันดัง ก๊อบ... ก๊อบ... สร้างความกดดันให้หัวใจดวงน้อยๆ ของฉันเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามเอาตัวบังซากโมเดลที่เปียกชุ่มไปด้วยกาวลาเท็กซ์ไว้ แต่มันบังมิดเสียที่ไหนล่ะ ร่างสูงหยุดยืนค้ำหัวอยู่ตรงหน้า กลิ่นหอมสะอาดนั้นยิ่งเข้ามาใกล้จนน่าอึดอัด เขาก้มลงมองซากอารยธรรมบนโต๊ะด้วยหางตาก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ
"หึ... ฝีมือเธอสินะ พายอาร์"
ธามปรายตามองหน้าฉันที่ตอนนี้คงซีดเผือดเหมือนกระดาษเปียก "ตั้งใจทำลายหลักฐานก่อนส่งอาจารย์เหรอ หรือว่าสมองส่วนไหนสั่งให้เอาสติปัญญาไปไว้ที่ตาตุ่ม ถึงได้ทำกาวหกใส่ชิ้นงานตัวเองแบบนี้"
"เปล่านะคะ! คือ... มันอุบัติเหตุต่างหากล่ะคะรุ่นพี่!" ฉันเถียงเสียงสั่น รีบโบกไม้โบะมือปฏิเสธพัลวัน "มันลื่นค่ะ มือมันลื่นเองต่างหาก ไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย"
"ลื่น?" ธามเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ยื่นใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้เสียจนฉันต้องเอนหลังหนีแทบติดพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบคู่นั้นสำรวจร่องรอยความเสียหายอย่างละเอียดถี่ถ้วน "ข้อแก้ตัวฟังไม่ขึ้นเลยสักนิด งานสเกลพังยับเยินขนาดนี้ จะเอาเวลาไหนไปแก้ทันพรุ่งนี้เช้าฮึ แม่คุณซุ่มซ่าม"
คำว่า 'แม่คุณซุ่มซ่าม' หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ดูหมั่นไส้เสียเหลือเกิน แม้จะเป็นคำด่าแต่ไม่รู้ทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงได้เต้นผิดจังหวะแปลกๆ ซะงั้น ให้ตายสิ ยัยพายอาร์ แกกำลังสติหลุดเพราะความเครียดหรือเพราะผู้ชายปากร้ายคนนี้กันแน่เนี่ย!
"ก็... ก็ถ้าไม่ใช่เพราะรุ่นพี่มาทำเสียงดุใส่ตั้งแต่หัวค่ำ จนฉันตกใจทำอะไรไม่ถูก โมเดลมันก็คงไม่พังหรอค่ะ!" ฉันฮึดสู้เถียงกลับเสียงแข็ง ทั้งที่ในใจสั่นระริกจนแทบจะร้องไห้ออกมาจริงๆ อยู่แล้ว
ธามชะงักไปเล็กน้อยเมื่อโดนย้อนเข้าให้ ดวงตานิ่งสนิทคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าเปื้อนรอยฝุ่นดินสอและหยดน้ำตาคลอเบ้าของฉัน ร่องรอยความหงุดหงิดเมื่อครู่ค่อยๆ เจือจางลง เปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่น่าประหลาดใจ ร่างสูงถอนหายใจยาวเหยียดอย่างคนปลงตก ก่อนจะดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงข้างๆ แบบไม่ทันตั้งตัว
"ถอยไป... เกะกะ" เขาเอ่ยเสียงดุแต่ไม่จริงจังนัก พร้อมกับเอื้อมมือหนามาคว้าคัตเตอร์และกระดาษชานอ้อยแผ่นใหม่ที่วางอยู่มุมโต๊ะ "นั่งมองตาปริบๆ แบบนั้นช่วยอะไรไม่ได้หรอก อยากรอดตายส่งงานอาจารย์ทันพรุ่งนี้ ก็หุบปากแล้วมาช่วยฉันแก้โครงสร้างใหม่เดี๋ยวนี้เลย"
ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มองเสี้ยวหน้าด้านข้างของรุ่นพี่หนุ่มที่กำลังก้มหน้าก้มตาลงมือตัดกระดาษอย่างคล่องแคล่ว แสงไฟนีออนส่องกระทบสันจมูกโด่งเป็นสันและแพขนตางอนหนา ความอบอุ่นบางอย่างแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางบรรยากาศหนเหน็บยามตีสาม
ปากร้ายใจดีชัดๆ เลยสินะผู้ชายคนนี้...
ระหว่างที่เรากำลังช่วยกันรื้อโครงสร้างตึกใหม่เพื่อกู้ชีพโมเดลสุดชีวิต จู่ๆ โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของธามก็สั่นครืนขึ้นมาหน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้า... *มีน*
ธามชะงักมือที่กำลังทากาว ปรายตามามองโทรศัพท์แวบหนึ่งก่อนจะกดตัดสายอย่างไร้เยื่อใย แต่ทว่าไม่ถึงสองวินาทีต่อมา หน้าจอไลน์ของฉันก็เด้งข้อความยาวเหยียดจากมีนเพื่อนสนิทของเขาที่คงส่งผ่านมาทางกลุ่มรวมคณะแทน
*[มีน]: @ธาม แกอยู่ไหนวะไอ้คุณชาย อาจารย์ฝากตามตัวด่วนเรื่องแบบแปลนตึกคณะวิศวะ หรือว่าแอบไปตรวจงานเด็กปีหนึ่งแถวสตูดิโออีกแล้ว ระวังตัวไว้เถอะนะมึง เดี๋ยวโดนเด็กมันตกเอาไม่รู้ตัว 555*
ฉันที่แอบเหลือบไปเห็นข้อความนั้นเต็มๆ ตาถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองจนไอโขก หน้าแดงก่ำขึ้นมาทันทีด้วยความเขินอาย ส่วนธามที่อ่านข้อความเดียวกันถึงกับนิ่งค้างไป ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะนิ่งสนิทกลับขึ้นสีแดงระเรื่อที่ใบหูอย่างเห็นได้ชัด เขาหันขวับมามองฉันที่นั่งอ้าปากค้างอยู่ข้างๆ ด้วยแววตาตื่นตระหนกเล็กน้อยก่อนจะรีบแก้ตัวเสียงแข็ง
"อย่าไปฟังเพื่อนบ้าๆ ของฉันพูดพล่อยๆ นะ พายอาร์!"
"ค่ะ... รุ่นพี่ ไม่ได้ฟังเลยสักนิดค่ะ..." ฉันตอบเสียงตะกุกตะกัก หลบสายตาคมกริบที่จ้องตรงมา ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตารีดมาแนบแก้ม
ธามจ้องมองอาการเขินอายของฉันนิ่งอยู่นาน สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นคล้ายกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง บรรยากาศรอบตัวเงียบลงจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นโครมคราม ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมมาปัดเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่ติดอยู่ข้างแก้มของฉันออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วที่ปัดผ่านผิวแก้มทำเอาฉันตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป
"เอ่อ... คือว่า..." ธามกระแอมไอเบาๆ แก้เก้อ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่กลับเบาราวกับเสียงกระซิบ "ที่ฉันมาช่วยเธอเนี่ย... ไม่ได้หมายความว่าใจดีหรอกนะ แต่เพราะรำคาญขี้หน้าเด็กซุ่มซ่ามอย่างเธอต่างหาก... แล้วก็..."
เขายังพูดไม่ทันจบประโยค ประตูสตูดิโอที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดผางออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของใครบางคนก้าวพรวดพราดย่างสามขุมเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรนจนน่าตกใจ!
ขอขอบพระคุณคุณรี้ดที่น่ารักทุกท่านที่แวะมาติดสอยห้อยตามความป่วนของยัยน้องพายอาร์กับพี่ธามปากร้ายคนนี้นะคะ <3
รุ่นพี่สถาปัตย์ปากร้ายกับน้องปีหนึ่งสายซãม•ตอนที่ 2
สตูดิโอเดือดกลางดึก
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รุ่นพี่สถาปัตย์ปากร้ายกับน้องปีหนึ่งสายซãม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!