ซองเอกสารสีน้ำตาลในมือยังคงส่งไอเย็นเยียบราวกับถูกควักออกมาจากช่องฟรีซ แต่พรายพลกลับเลือกที่จะโยนมันลงเบาะหลังรถอย่างไร้ความไยดี ราวกับมันเป็นแค่เศษกระดาษหนังสือพิมพ์เก่า ๆ ที่ไม่มียอดไลก์
ดวงตาเรียวคมตวัดมองกระจกมองหลังอย่างรวดเร็วเพื่อเช็กความเรียบร้อย ก่อนจะเหยียบคันเรكالุ่งสู่กองถ่ายภาพยนตร์กลางกรุงที่ตอนนี้กำลังวุ่นวายได้ที่ คิมหันต์อยากจะเล่นเกมจิตวิทยาอะไรกับเขานั้น... เชิญตามสบายค่ะ เพราะสำหรับพรายพลแล้ว งานตรงหน้าและการคุมตารางเวลาให้ราบรื่นคือสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ — และแน่นอนว่ารวมถึงการรับมือกับ 'สถาปนิกหน้าตาย' ที่ดูเหมือนจะแปลงร่างจากเสือผู้เยือกเย็นมาเป็นเตาไมโครเวฟเคลื่อนที่ตั้งแต่เมื่อคืน
"ผู้จัดการพรายครับ กาแฟแก้วที่สามของวันแล้วนะครับ... เกรงใจกระเพาะตัวเองบ้างเถอะ"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือหัว พร้อมกับแก้วกาแฟเย็นหอมกรุ่นที่ถูกเสียบหลอดเรียบร้อยยื่นมาตรงหน้า ดวงตากลมโตเงยขึ้นมองเจ้าของร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก กรณ์ยืนกอดอกพิงเสากองถ่ายอยู่ด้วยใบหน้านิ่งสนิทตามสไตล์ แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นความห่วงใยที่ฉายชัดอยู่ในแววตาคู่นั้นอย่างปิดไม่มิด
"ขอบคุณค่ะคุณกรณิศ... แต่ถ้าจะกรุณากว่านี้ ช่วยเลิกเอาอกเอาใจจนคนในกองเขามองผมเป็นเอเลี่ยนสักทีจะได้ไหมคะ ดูโน่น..." พรายพยักเพยิดหน้าไปทางกลุ่มทีมงานฝ่ายสวัสดิการที่กำลังซุบซิบกันพร้อมรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม
กรณ์หันไปมองตาม ชายหนุ่มไม่ยี่ห้อต่อสายตาแซวเหล่านั้นแม้แต่น้อย เขากลับขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นแดดอ่อน ๆ ลอยเข้าจมูกพราย "ผมก็แคดูแลคู่ค้าในโปรเจกต์... ผิดตรงไหน"
"คู่ค้าเหรอคะ? เมื่อคืนไม่ได้พูดแบบนี้นี่นา" พรายหรี่ตามองอย่างรู้ทัน มุมปากหยักยกยิ้มกวนประสาท "จำไม่ได้เหรอว่าใครนะที่บอกว่า... 'อยากอยู่ใกล้ให้มากกว่านี้'"
ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบนิ่งสนิทฉายแววชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที สันจอกคมกระตุกเล็กน้อยก่อนที่กรณ์จะเสมองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า หูทั้งสองข้างขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ปากแข็งไม่ยอมรับเหมือนเคยตามฟอร์มของสถาปนิกหนุ่มเจ้าสำอาง
"ผมไม่ได้พูด... คุณหูฝาดไปเองแล้วผู้จัดการพราย"
"อุ๊ย! เสียงสูงเชียวนะคะคุณสถาปนิก" ทิวา ผู้กำกับหนุ่มไฟแรงเพื่อนสนิทของพรายโผล่พรวดเข้ามาแทางกลางวง พร้อมกับกอดคอพรายไว้อย่างสนิทสนม "ว่าไงครับคุณกรณ์ แวะมาตรวจกองถ่ายบ่อยจนนึกว่าย้ายสำนักงานมาตั้งที่นี่ซะแล้ว... หรือว่าติดใจรสชาติกาแฟของกองเรากันแน่ครับ?"
กรณ์ปรายตามองมือที่ทิวาวางอยู่บนไหล่ของพรายด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาเงียบ ๆ อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนทิวาต้องรีบชักมือกลับแทบไม่ทัน
"ผมมาดูโครงสร้างฉากที่ต้องรีโนเวทใหม่ให้เข้ากับสตอรี่บอร์ด... ไม่ได้มาเดินเล่น" กรณ์ตอบเสียงเรียบ แต่สายตาดุคมกลับจ้องเขม็งไปที่พรายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ส่วนเรื่องกาแฟ... ผมแค่ไม่อยากให้ผู้จัดการกองถ่ายเป็นโรคกระเพาะตายคากองซะก่อนงานจะปิดกล้อง"
"โอ้โห ห่วงเบอร์นี้ ขอเบอร์ติดต่อส่วนตัวเลยดีไหมครับท่านสถาปนิก" มีน รุ่นน้องในทีมของกรณ์ที่เดินถือแปลนพิมพ์เขียวเข้ามาแซوขัดจังหวะพอดี ทำเอาทีมงานคนอื่น ๆ แอบอมยิ้มหัวเราะคิกคักกันยกใหญ่
พรายแกล้งถอนหายใจยาว ๆ แล้วส่ายหัวเบา ๆ "ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะมีน เจ้านายของคุณเขารacป, strict และใจร้ายจะตาย ชาตินี้ผมคงไม่กล้าไปรบกวนเวลาส่วนตัวเขาหรอก... ใช่ไหมคะคุณกรณ์"
พรายแกล้งเอียงคอถามพร้อมรอยยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษ กรณ์จ้องมองรอยยิ้มนั้นด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู มือหนายื่นออกไปราวกับจะหยิกแก้มเนียน ๆ นั่นสักทีให้หายหมั่นเขี้ยว แต่ทว่า...
บรื๊น! เสียงมอเตอร์ไซค์รับจ้างคันหนึ่งพุ่งเข้ามาจอดเทียบหน้ากองถ่ายอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของชายแปลกหน้าที่ก้าวลงมาแล้วตรงดิ่งมาทางพรายพลทันที
"คุณพรายพลใช่ไหมครับ? มีคนฝากพัสดุด่วนที่สุดมาให้จาก... คุณคิมหันต์ครับ"
บรรยากาศรอบตัวที่กำลังครื้นเครงพลันเงียบกริบลงทันตาเห็น กรณ์ชะתักมือที่ค้างกลางอากาศ สายตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในเสี้ยววินาที ขณะที่พรายหุบยิ้มฉับพลัน ใบหน้าหวานตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินชื่อนั้น
พรายยื่นมือไปรับซองเอกสารสีน้ำตาลอีกซองที่หน้าตาเหมือนกับซองในรถไม่มีผิด ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสกับผิวซอง กรณ์กลับคว้าข้อมือของพรายไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับดึงร่างบางให้มาหลบอยู่ด้านหลังของตนอย่างปกป้อง
"หยุด... อย่ารับ" กรณ์เอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังคนส่งของด้วยความระแวง
แต่ก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว ชายส่งของคนนั้นก็กระชากซองเอกสารออก เปิดฝาออกแล้วสาดผงสีขาวปริศนาพรั่งพรูลงมากลางอากาศ พร้อมกับเสียงตะโกนลั่นที่ทำให้ทุกคนในกองถ่ายกรีดร้องด้วยความตกใจ!
"ระวัง! ระเบิดเตือนภัยจากคุณคิมหันต์!"
พลันสิ้นเสียงนั้น เสียงระเบิดควันลูกเล็กก็ดังสนั่นขึ้นพร้อมกับกลุ่มควันสีเทาหนาทึบที่พวยพุ่งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ความอลหม่านบังเกิดในพริบตา ทีมงานวิ่งหนีชุลมุน เสียงกรีดร้องดังระเซ็งแซ่ ในขณะที่กรณ์รวบเอวบางของพรายเข้าหาตัวแน่น กดศีรษะมนให้ซบลงกับอกแกร่งของตนเพื่อป้องกันสะเก็ดและควันพิษ ท่ามกลางความมืดมัวของกลุ่มควัน พรายสัมผัสได้ถึงหัวใจของสถาปนิกหนุ่มที่เต้นโครมครามรัวเร็วไม่เป็นจังหวะแนบชิดกับอกของตน
"พราย... อยู่ใกล้ผม อย่าไปไหนเด็ดขาด!" เสียงทุ้มเข้มที่ตะโกนแข่งกับเสียงโกลาหลข้างนอกนั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวงแหนอย่างที่สุด
และก่อนที่ควันจางลงจนเห็นเค้าลางของความจริง ปลายกระดาษโน้ตที่ร่วงหล่นลงแทบเท้าพรายก็เผยข้อความตัวอักษรสีแดงฉานที่เขียนไว้ด้วยลายมือหวัด ๆ ว่า...
*'เกมเพิ่งเริ่มต้น... ระวังตัวไว้ให้ดี คนสวย'*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "ตุ๊กตาโบราณ" เสมอมานะคะ
สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายป่วน•ตอนที่ 10
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!