สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายป่วน•ตอนที่ 11

รอยร้าวในแบบแปลน

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
"คุณจะเอาเงินงวดสุดท้ายคืนหรือจะเอาตึกที่สร้างเสร็จไปขายทอดตลาด เลือกเอาเลยค่ะคุณวิชัย!" เสียงของพรายดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมภายในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ เอกสารโครงการรีโนเวทที่ถูกวางกองเป็นภูเขาบนโต๊ะหินอ่อนเกรดเอไม่ได้ทำให้ผู้ชายวัยกลางคนในสูทราคาแพงตรงหน้าดูเกรงขามขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย เขากลับหัวเราะร่วนในลำคอ ราวกับกำลังฟังเรื่องตลกที่น่าสมเพชที่สุดในชีวิต กรณ์ที่นั่งข้างๆ ยังคงรักษามาดสถาปนิกหน้านิ่งไว้ได้ราวกับรูปปั้นหิน แม้ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นจะบ่งบอกถึงความอดทนที่ใกล้จะขาดผึง เขากำลังจะเอ่ยปากแย้ง แต่พรายกลับส่งสัญญาณมือห้ามไว้เบาๆ สายตาที่สื่อสารกันชั่ววูบนั้นทำให้กรณ์ต้องยอมกัดฟันสงบปากสงบคำ "คุณพรายพล คุณเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า" คุณวิชัย นายทุนหน้าเลือดเจ้าของโครงการเอ่ยเสียงเรียบ "งบประมาณที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกมันไม่ได้รวมค่า 'วัสดุพรีเมียม' ที่คุณกรณ์อยากได้เพิ่มขึ้นมาในภายหลัง ถ้าไม่มีปัญญาคุมงบ ก็อย่ามาบีบบังคับให้ผมต้องจ่ายเพิ่ม" "คำว่าพรีเมียมที่คุณพูดน่ะ คือความปลอดภัยของโครงสร้างที่วิศวกรของคุณเป็นคนเซ็นอนุมัติเองไม่ใช่เหรอคะ?" พรายยิ้มกวนประสาทที่มุมปาก นิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ "หรือว่าคุณวิชัยลืมไปแล้วว่าก่อนจะมาถึงมือผม กรณ์—เอ่อ สถาปนิกของฉัน—เขาส่งอีเมลยืนยันรายละเอียดทั้งหมดให้คุณเซ็นรับทราบไปเมื่อเดือนก่อน แถมมีลายเซ็นดิจิทัลของคุณกำกับอยู่ครบถ้วนด้วยนะคะ" กรณ์เหลือบมองคนข้างๆ ที่กำลัง 'ตีฝีปาก' กับนายทุนอย่างคล่องแคล่ว แววตาของเขาอ่อนลงวูบหนึ่งอย่างห้ามไม่ได้ ความดื้อรั้นและท่าทางไม่ยอมคนของพรายมักจะทำให้เขาหงุดหงิดในตอนแรก แต่ในสถานการณ์ที่เขากำลังจนมุม พรายกลับกลายเป็นโล่กำบังชั้นดีที่เขานึกไม่ถึง "ลายเซ็นนั่น... ผมเซ็นเพราะไว้ใจสถาปนิก ไม่ใช่เพราะยอมรับราคาส่วนเกิน!" คุณวิชัยทุบโต๊ะเสียงดังสนั่น "ความไว้ใจมีค่ามากกว่างบสองล้านที่คุณกำลังพยายามจะโกงนะคะ" พรายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย "ถ้าคุณยืนยันจะบิดเบือนสัญญา เราคงต้องไปคุยกันที่ศาล และแน่นอนว่าสื่อมวลชนที่ผมคุ้นเคยดี คงจะยินดีมากที่จะนำเสนอข่าวโครงการหรูที่กำลังจะมีปัญหาโครงสร้างเพราะเจ้าของโครงการขี้งก" ห้องประชุมเงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน คุณวิชัยหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด ขณะที่กรณ์ลุกขึ้นยืนประสานมือไว้ข้างหลัง ท่าทางดูน่าเกรงขามมากกว่าทุกครั้ง "คุณวิชัยครับ" กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาจนน่าขนลุก "ผมออกแบบตึกนี้ด้วยหัวใจ และผมจะไม่ยอมให้มาตรฐานงานของผมต้องเสียไปเพียงเพราะคุณอยากได้เงินคืนแค่หยิบมือ ถ้าคุณไม่จ่ายงวดนี้ ภายในห้านาทีนี้ ผมจะถอนแบบทั้งหมดออกจากระบบทันที และคุณจะหาคนมาสานต่องานโครงสร้างซับซ้อนแบบนี้ไม่ได้ภายในหกเดือนแน่ๆ... เลือกเอาครับ จะเสียเวลาหกเดือน หรือจะเซ็นเช็คใบนี้ให้จบเรื่อง" กรณ์วางปากกาไว้ข้างหน้าคุณวิชัย สายตาสองคู่—คู่หนึ่งเย็นเยียบดั่งน้ำแข็ง อีกคู่หนึ่งร้อนแรงดั่งไฟ—จ้องมองนายทุนหน้าเลือดไม่กะพริบตา เวลาผ่านไปเพียงอึดใจที่ดูราวกับนิรันดร์ คุณวิชัยคว้าปากกามากระแทกเซ็นเช็คด้วยความจำนน พรายหยิบกระดาษแผ่นนั้นมาตรวจเช็คความเรียบร้อยก่อนจะพยักหน้าให้กรณ์เล็กน้อย เมื่อเดินพ้นจากตึกออฟฟิศออกมายังลานจอดรถ บรรยากาศความตึงเครียดก็มลายหายไป เหลือเพียงลมเย็นๆ ยามค่ำคืนที่พัดผ่าน พรายถอนหายใจยาวก่อนจะหันไปหาชายหนุ่มที่เดินตามมาเงียบๆ "เก่งมากนะ" กรณ์เอ่ยสั้นๆ ดวงตาสีเข้มมองสำรวจใบหน้าของอีกฝ่าย "ปากดีแบบนี้มาตลอดหรือเปล่า?" "ถ้าไม่ปากดี แล้วจะปกป้องสถาปนิกที่เอาแต่นั่งอมทุกข์ได้ยังไงล่ะคะ" พรายยักไหล่กวนๆ ก่อนจะหยุดเดินเมื่อเห็นกรณ์ขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะชิด "ว่าแต่... ตกลงคุณจะขอบคุณฉันยังไงดีคะ งานใหญ่ขนาดนี้ ค่าตัวผู้จัดการกองถ่ายแพงนะ" กรณ์ไม่ได้ถอยหนี เขากลับก้าวเข้ามาประชิดจนพรายต้องเอนตัวพิงรถสปอร์ตคันหรูของตัวเอง กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นอายความเย็นชาที่ดูผ่อนคลายลงของกรณ์ทำให้พรายชะงัก ลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ที่ข้างแก้มจนต้องแกล้งทำเป็นมองไปทางอื่น "แค่นี้ยังไม่พอหรอก..." กรณ์โน้มตัวลงมา ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างออกไปเพียงคืบ "เพราะหลังจากนี้ ผมมีเรื่อง 'ใหญ่กว่างบประมาณ' ที่ต้องตกลงกับคุณอีกเรื่อง" "เรื่องอะไรคะ?" พรายถามเสียงสั่นเล็กน้อย กรณ์ไม่ได้ตอบทันที เขาเชยคางพรายขึ้น ให้ดวงตาสองคู่สบกันเนิ่นนาน แววตาของกรณ์ไม่ได้เย็นชาเหมือนตอนอยู่ในห้องประชุม แต่มันกำลังสั่นไหวด้วยอารมณ์บางอย่างที่เขากดทับไว้มานาน "เรื่องที่ใครบางคน... กำลังทำตัวเป็นอันตรายต่อหัวใจผม" ในจังหวะที่หัวใจของพรายกำลังเต้นรัวเหมือนกลองรบ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาจากเงามืดด้านหลังรถพร้อมกับเสียงปรบมือที่ดูผิดที่ผิดทาง "โอ้... เกือบจะเห็นฉากรักโรแมนติกที่พลาดไม่ได้เสียแล้วสิ" เสียงของทิวาดังขึ้น เขาเดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูซ่อนเงื่อน "ขอโทษที่ขัดจังหวะนะกรณ์ แต่ดูเหมือนว่า 'เกม' ที่คุณว่าไว้ตอนคราวก่อน ตอนนี้มันกำลังเริ่มไล่ล่าพวกคุณจริงๆ แล้วล่ะ" กรณ์หันไปมองทิวา แววตาเปลี่ยนกลับมาคมกริบดังเดิม มือที่แตะคางพรายลดลงทันที พรายหันไปมองทิวาด้วยความงุนงงก่อนจะพบว่าเพื่อนสนิทของเขากำลังถือแท็บเล็ตที่ฉายภาพ 'บางอย่าง' อยู่ "ดูนี่..." ทิวายื่นแท็บเล็ตให้กรณ์ "คนของคุณที่ส่งมาให้ ผมว่าเรื่องงบประมาณที่คุณเพิ่งเคลียร์ไปน่ะ มันเป็นแค่ 'หน้าฉาก' ของเรื่องใหญ่ที่ซ่อนอยู่ใต้แบบแปลนนี้ต่างหาก" ภาพบนจอทำให้พรายเบิกตากว้าง มันคือภาพพิมพ์เขียวโครงสร้างของตึกที่กรณ์เพิ่งรีโนเวทเสร็จ แต่มีรอยแก้ไขในจุดที่เป็นฐานราก ซึ่งไม่ใช่ฝีมือของกรณ์... และที่สำคัญ รอยแก้ไขนั้นมีตราประทับของบริษัทที่พรายคุ้นเคยเป็นอย่างดี ทิวาเงยหน้าขึ้นมองทั้งคู่ด้วยแววตาจริงจัง "พวกคุณไม่ได้แค่เจอนายทุนหน้าเลือดหรอกนะ... พวกคุณกำลังถูกลากเข้าไปในแผนการฉ้อโกงระดับชาติที่ออกแบบมาเพื่อ 'ทำลาย' สถาปนิกชื่อดังอย่างกรณ์ให้ดับสิ้นภายในคืนเดียว" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความสัมพันธ์ที่กำลังจะปะทุของทั้งคู่มาถึงตอนนี้ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้านะคะ ด้วยรักจาก "ตุ๊กตาโบราณ" ค่ะ
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%