สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายป่วน•ตอนที่ 12

จับเข่าคุยใต้แสงดาว

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
เสียงกระป๋องเบียร์อะลูมิเนียมกระทบกันเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนว่าสงครามประสาทตลอดสัปดาห์ที่กองถ่ายเพิ่งสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ ดาดฟ้าสตูดิโอชั้นแปดในยามค่ำคืนค่อนข้างเงียบสงบ ลมเย็นพัดโชยมาปะทะผิวหน้า ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากการวิ่งวุ่นจัดการปัญหาหน้ากองของพรายพลได้ดีทีเดียว ร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สนามอลูมิเนียม พรายถอนหายใจยาวเหยียด ปล่อยให้ความตึงเครียดไหลออกจากบ่า ดวงตากลมโตหันไปมองสถาปนิกหนุ่มร่างสูงผู้กำลังเปิดกระป๋องเบียร์อีกกระป๋องด้วยท่าทางนิ่งสนิท กรณิศในยามนี้ไม่มีมาดผู้บริหารบริษัทออกแบบที่ต้องเป๊ะทุกระเบียดนิ้ว เสื้อเชิ้ตสีเข้มถูกปลดกระดุมเม็ดบนออก เผยให้เห็นลำคอแกร่งและผิวเนื้อที่ถูกย้อมด้วยแสงสลัวจากหลอดไฟนีออนดัด "ถ้าหน้าบึ้งมากกว่านี้ ระวังตึกที่คุณออกแบบจะร้าวเอานะครับ คุณกรณ์" พรายเปิดประโยคด้วยน้ำเสียงติดกวนประสาทตามเคย พร้อมกับยกกระป๋องเบียร์ขึ้นจิบ รสชาติขมปร่าช่วยตัดความกระด้างในลำคอได้ชะงัก "พูดมากน่า พราย" กรณ์ตอบสั้นๆ เสียงทุ้มต่ำเจือแววอ่อนอกอ่อนใจ แต่มุมปากหยักลึกกลับกระตุกขึ้นนิดหน่อยอย่างที่เจ้าตัวก็คงไม่รู้ตัว สายตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่เปื้อนฝุ่นจางๆ จากกองถ่ายด้วยความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับมันไว้ลึกสุดใจ ตลอดสองเดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่โปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดกล้อง กรณ์พบว่าโลกที่เป็นระเบียบเรียบร้อยของเขากำลังถูกรื้อสร้างใหม่โดยผู้จัดการกองถ่ายจอมกะล่อนคนนี้ พรายพลเข้ามาปั่นป่วนตารางชีวิต วางแผนงานหน้างานแบบกะทันหัน และที่สำคัญ... เข้ามาป้วนเปี้ยนในพื้นที่ส่วนตัวของหัวใจเขาอย่างถือวิสาสะ บรรยากาศบนดาดฟ้าเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเพลงแผ่วเบาจากลำโพงบลูทูธพกพาที่ทิวาทิ้งไว้ก่อนจะรีบเผ่นแน่บกลับบ้านกับแฟนหนุ่ม กรณ์ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นกายสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายเฉพาะตัวของพรายลอยมาแตะจมูก ทำเอาสถาปนิกหนุ่มใจสั่นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น ความเงียบงันเริ่มทำหน้าที่ของมัน บีบคั้นให้หัวใจเต้นแรงขึ้นจนแทบทะลุออกมานอกอก กรณ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วเรียวที่ถือกระป๋องเบียร์กำแน่นขึ้นจนข้อต่องอขาว "พราย..." เสียงทุ้มเอמהเรียกแผ่วเบa ทว่าจริงจังจนคนฟังถึงกับชะงัก รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าสวยเลือนหายไป เหลือเพียงความฉงนที่เจือความระแวงเล็กๆ "หื้ม? มีอะไรสถาปัตย์หน้าตาย จะเก็บค่าออกแบบดาดฟ้าเพิ่มหรือไง" พรายแกล้งทำเป็นไขسแดงกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็พุ่งพล่านขึ้นมาเมื่อเห็นประกายตาแปลกๆ จากอีกฝ่าย "เปล่า..." กรณ์เว้นจังหวะ ทอดสายตาลงมองพื้นก่อนจะเงยขึ้นสบตาตรงๆ อีกครั้ง ความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บงำมานานแรมเดือนกำลังจะทะลักผ่านริมฝีปาก "ฉัน... ฉันแค่อยากบอกว่า..." หัวใจของกรณิศเต้นรัวรากับกลองชุด คำว่า *'ฉันชอบนาย'* หรือ *'ฉันขาดนายไม่ได้'* มันจุกอยู่ที่ริมฝีปากพร้อมจะหลุดออกมาอยู่รอมร่อ มือหนาเอื้อมไปหมายจะกุมมือบางที่วางอยู่บนโต๊ะ ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วเกือบจะสัมผัสกันนั้นเอง *Rrrr... Rrrr...* เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของพรายก็แผดเสียงดังแหวกความเงียบขึ้นมาทำลายบรรยากาศโรแมนติกจนย่อยยับ พรายสะดุ้งสุดตัว รีบดึงมือกลับแล้วคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจออย่างหัวเสีย "โถเว้ย! ใครโทรมาตอนนี้วะเนี่ย..." พรายสบถเบาๆ ก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด "ว่าไงทิวา! มีอะไรด่วนนักหนาฮะ... หา? ไฟกองไหม้เหรอ! เป็นไปได้ยังไงวะ... เออๆ เดี๋ยวนี้แหละ!" พรายผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันที สีหน้าตื่นตระหนกเข้ามาแทนที่ความเคลิบเคลิ้มเมื่อครู่ ดวงตากลมโตหันมามองกรณ์ด้วยความรู้สึกผิดและเสียดายระคนกัน "ขอโทษนะคุณกรณ์! ทิวาโทรมาบอกว่าพร็อพหลักของฉากพรุ่งนี้โดนน้ำท่วมห้องเก็บของ ทีมงานกำลังโกลาหลกันใหญ่แล้ว ผมต้องรีบกลับไปเคลียร์ด่วน!" พรายพูดรัวเร็วแทบไม่หายใจ คว้ากระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตขึ้นมาพาดบ่า "ไว้... ไว้ค่อยคุยกันใหม่นะ!" ร่างโปร่งหมุนตัวเตรียมจะวิ่งหายลงไปทางบันไดหนีไฟ ทิ้งให้สถาปนิกหนุ่มนั่งค้างเติ่งอยู่กับบรรยากาศที่เคว้งคว้างและคำสารภาพที่ยังติดอยู่แค่ปลายลิ้น กรณ์หลับตาลงช้าๆ พ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางจมูก มือหนากำกระป๋องเบียร์ในมือแน่นจนยุบเป็นรอยบุบ ความกล้าที่สะสมมาทั้งคืนมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเงียบงันของค่ำคืนและดวงดาวที่กระพริบตาเยาะเย้ยเขาอยู่บนท้องฟ้า ทว่า ในจังหวะที่พรายกำลังจะพ้นขอบประตูทางลงดาดฟ้า มือเรียวชะงักกึก เจ้าตัวหันกลับมามองกรณ์ที่ยังนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยแววตาไหววูบชั่วขณะหนึ่ง "นี่... คุณกรณ์" เสียงหวานเอ่ยเรียกแผ่วเบาจนแทบปลิวไปกับสายลม กรณ์เงยหน้าขึ้นสบตา ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยถามอะไร พรายก็คลี่ยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่ทำเอาหัวใจคนมองกระตุกวูบ "เรื่องที่คุณจะพูดเมื่อกี้..." พรายเว้นจังหวะ หัวใจดวงน้อยเต้นโครمครามไม่แพ้กัน "เก็บไว้พูดพรุ่งนี้หลังเลิกกอง... ให้จบเรื่องนี้นะครับ" พูดจบ พรายก็หันหลังวิ่งหายลงไปจากดาดฟ้าทันที ปล่อยให้กรณิศนั่งนิ่งอึ้งอยู่คนเดียว พร้อมกับหัวใจที่กลับมาเต้นแรงระรัวด้วยความหวังที่ถูกจุดประกายขึ้นมาใหม่อีกครั้ง... อย่างไม่อาจห้ามใจ ด้วยรักจาก "ตุ๊กตาโบราณ" ค่ะ
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%