สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายป่วน•ตอนที่ 8

ผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญ

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่จากเบาะข้างคนขับดังขึ้นเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ตั้งแต่ออกจากกองถ่ายจนรถคันหรูเคลื่อนตัวมาติดไฟแดงกลางกรุง ทว่ากรณิศก็ยังคงนิ่งเงียบ ปล่อยให้ความอึดอัดทำหน้าที่กัดกินบรรยากาศในห้องโดยสารจนแทบหายใจไม่ออก พรายพลหันขวับไปมองนอกกระจกหน้าต่าง ปล่อยให้แสงไฟนีออนยามค่ำคืนสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายที่กำลังบึ้งตึงโดยไม่ต้องพยายามซ่อนความหงุดหงิด สมองของเขาประมวลผลเรื่องวุ่นวายตลอดทั้งวันที่ผ่านมา ทั้งคิวถ่ายทำที่รวนไม่เป็นท่า ไหนจะผู้กำกับตัวแสบอย่างทิวาที่คอยหยอดคำแซวไม่เข้าเรื่อง และที่น่าหงุดหงิดที่สุดก็คือ... ผู้ชายข้างๆ ที่นั่งตีหน้ามึนทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ทั้งที่เมื่อกี้เพิ่งจะทำเรื่องชวนหัวใจวายใส่เขาแท้ๆ “ถ้าจะถอนหายใจอีกรอบ ฉันจะถือว่าเธอชวนทะเลาะนะพราย” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ สถาปนิกหนุ่มเหลือบสายตาคมกริบมามองคนตัวเล็กกว่าแวบหนึ่ง ก่อนจะกลับไปจ้องถนนเบื้องหน้าตามเดิม “ใครอยากหาเรื่องคุณกันล่ะครับคุณกรณิศ” พรายหันกลับมาตอกกลับทันควัน นัยน์ตาสองชั้นตวัดมองด้วยความหมั่นไส้ “ผมแค่เหนื่อย... เหนื่อยกับอะไรหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะคนแถวนี้ที่ชอบทำตัวน่ารำคาญตั้งแต่เช้าจรดค่ำ” “น่ารำคาญ?” กรณ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหนากระตุกยิ้มหยัน “คนที่วิ่งวุ่นจัดการปัญหาหน้ากองจนหน้าดำครึ้มเมื่อบ่ายนี้ คือใครกันนะ ถ้าไม่ได้ฉันช่วยไว้ ป่านนี้กองถ่ายภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของเเพื่อนเธอกับเจ๊งไม่เป็นท่าไปแล้ว” “โอ๊ะ! ทวงบุญคุณเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะคะพ่อคุณสถาปนิก” พรายลอยหน้าลอยตากวนประสาทใส่ ยกมือขึ้นกอดอกแน่น “ผมไม่ได้ขอให้คุณช่วยสักหน่อย อยากเสนอหน้าลงไปช่วยเอง... อ๊ะ!” รถคันหรูเบรกกะทันหันจนร่างของพรายพุ่งไปข้างหน้าตามแรงเฉื่อย ดีที่คาดเข็มขัดนิรภัยไว้ไม่อย่างนั้นหน้าคงคว่ำไปกระแทกคอนโซลหน้ารถแน่ๆ กรณ์หักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าจอดเทียบฟุตปาธหน้าอพาร์ตเมนต์ของนายเอกอย่างรวดเร็ว บรรยากาศในรถกลับมาคุกรุ่นขึ้นอีกครั้งเมื่อสถาปนิกหนุ่มปลดล็อกสายเบรกแล้วหันมาประจันหน้า “ปากเก่งแบบนี้... น่าจับมาตีให้เข็ดนัก” กรณ์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้ม ระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ จนพรายต้องเผลอกลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวราวกับกลองเพล “จะ... จะทำอะไร ถอยไปเลยนะไอ้คุณกรณ์!” พรายผลักอกกว้างออกเบาๆ แม้ปากจะต่อต้านแต่วูบหนึ่งหัวใจกลับทรยศเต้นผิดจังหวะให้กับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางและแววตาสนเท่ห์ที่มองมาอย่างมีความหมาย “ปากบอกว่ารำคาญ แต่หน้าแดงแจ๋แบบนี้... หมายความว่ายังไง หื้ม?” กรณ์กระซิบเสียงพร่า แววตาพราวระยับซ่อนความคลั่งรักไว้ภายใต้มาLนิ่งขรึมตามนิสัย ชายหนุ่มจงใจแกล้งขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนเกือบจะชิด ติ๊ด! เสียงข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของพรายดังขึ้นทำลายจังหวะวาบหวิวพอดิบพอดี นายเอกรีบยกมือขึ้นดันอกแกร่งออกแล้วคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงจัดอย่างปิดไม่มิด กรณ์ถอนหายใจเฮือกด้วยความเสียดาย ยอมผละตัวกลับไปนั่งหลังตรงตามเดิมพลันเสมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ พรายก้มมองหน้าจอ อ่านข้อความจากกลุ่มไลน์กองถ่ายที่ทิวาส่งมากzวนประสาท ทว่าสายตาก็ต้องสะดุดกับชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอแจ้งเตือนอีกอัน... ข้อความจากบุคคลที่เขาไม่ได้ติดต่อมานานแรมปี นิ้วเรียวชะงักค้าง หัวใจที่เต้นรัวเมื่อครู่กลับดิ่งวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม บรรยากาศสีชมพูจางหายไปในพริบตาแทนที่ด้วยความอึมครึมที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวพรายพลอย่างเห็นได้ชัด กรณ์ที่หันกลับมามองพอดี ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัยกับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วยิ่งกว่าอากาศแปรปรวน “เป็นอะไร หน้าซีดเป็นไก่ต้มไปได้ ใครส่งอะไรมา” “เรื่องของผม” พรายตอบเสียงห้วน ใบตึงขึ้นมาทันที ไร้ซึ่งรอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่ มือเรียวเปิดประตูรถแล้วก้าวลงไปในทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้เอ่ยปากทักท้วง “พราย! เดี๋ยวสิ!” กรณ์สบถเบาๆ อย่างขัดใจ รีบดับเครื่องแล้วก้าวลงจากรถตามไปติดๆ สถาปนิกหนุ่มสาวเท้าก้าวยาวๆ จนมาทันคนตัวเล็กที่ยืนหน้าบึ้งตึงอยู่หน้าล็อบบี้อพาร์ตเมนต์ มือหนาคว้าข้อแขนเรียวไว้เบาะๆ เพื่อไม่ให้หนีไปไหน “เป็นบ้าอะไรของเธอ อยู่ๆ ก็เปลี่ยนสีหน้าเร็วซะยิ่งกว่ากิ้งก่ายย้อมสี” “ผมบอกว่าไม่มีอะไรไง ปล่อย!” พรายสะบัดแขนออกแต่กรณ์กลับยิ่งรั้งไว้แน่น นัยน์ตาสองคู่จ้องประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ความหงุดหงิดก่อตัวขึ้นในอกของสถาปนิกหนุ่มโดยหาสเหตุผลไม่ได้ เขาไม่ชอบเลย... ไม่ชอบเวลาที่พรายทำสีหน้าแบบนี้ หน้าตาที่เต็มไปด้วยความกังวลและเศร้าหมอง ซึ่งไม่ใช่รอยยิ้มกวนประสาทที่เขารู้จัก “ถ้าไม่บอก ฉันไม่ปล่อย” กรณ์เสียงแข็ง สีหน้าเย็นชาขึ้นมาทันทีตามสไตล์คนเผด็จการ “อยากรู้มากนักหรือไง!” พรายตวัดสายตากลับมามองด้วยความฉุนเฉียว อารมณ์ที่สะสมมาทั้งวันระเบิดออกมา “ก็แฟนเก่าของคุณ... เอ้ย แฟนเก่าของผม... เขาเพิ่งส่งข้อความมาบอกว่าจะกลับมาหา!” สิ้นคำพูดนั้น บริเวณรอบตัวราวกับตกอยู่ในความเงียบงัน กรณ์ชะงักไปชั่วขณะ นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่ความรู้สึกหงุดหงิดพลุ่งพล่านจะตีตื้นขึ้นมาแทนที่ในอกแกร่ง แฟนเก่า? หมอนั่นเป็นใครมาจากไหน ทำไมถึงกล้าโผล่มาตอนนี้... ในเวลาที่เขากำลังพยายามก้าวเข้ามาในพื้นที่หัวใจของคนตรงหน้าพอดี! “แล้วเธอก็เลยทำหน้าเหมือนคนอกหักเนี่ยนะ?” กรณ์ถามเสียงลอดไรฟัน ความหึงหวงพุ่งทะยานจนควบคุมยาก ทั้งที่พยายามบอกตัวเองว่าอย่าล้ำเส้น แต่พอได้ยินเรื่องแฟนเก่า หัวใจเจ้ากรรมก็ร้อนรุ่มราวกับมีไฟสุม “ใครอกหัก! ผมแค่รำคาญต่างหากเล่า!” พรายเถียงกลับเสียงดังหน้าดำหน้าแดง “ถ้าแค้ารำคาญ แล้วทำไมต้องทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้แบบนั้นด้วย!” กรณ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มดุเจือความไม่พอใจอย่างชัดเจน พรายอ้าปากค้างกำลังจะอ้าปากเถียงกลับ แต่เสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาจากมุมมืดของลานจอดรถกลับทำให้ทั้งคู่ต้องหันไปมองพร้อมกัน เงาร่างโปร่งบางของใครคนหนึ่งก้าวออกมาจากใต้แสงไฟสลัว ใบหน้าเรียวสวยได้รูปส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้พราย พร้อมกับเสียงนุ่มทุ้มที่เอ่ยเรียกชื่อนายเอกด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคย “พราย... ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ คิดถึงพี่ไหม?” พรายตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ขณะที่กรณ์หรี่ตามองผู้มาเยือนคนใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที... ชายหนุ่มผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญคนนี้ กำลังยืนจ้องหน้าพรายด้วยรอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยความหมายบางอย่างที่ไม่มีใครคาดเดาได้ _____________________________________________ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้ "ตุ๊กตาโบราณ" นะคะ บทหน้ามารลุ้นกันต่อค่ะ!
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%