"ถ้าโครงสร้างเซตนี้พังลงมาเพราะความไม่รอบคอบของกองถ่ายคุณ ผมจะฟ้องเรียกค่าเสียหายจนคุณไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อกาแฟกินไปตลอดชีวิตเลยล่ะครับ คุณพรายพล"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาไม่ได้เจือแววหยอกล้อแม้แต่น้อย กรณิศยืนกอดอกแน่น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองประเมินความเสียหายเบื้องหน้าด้วยความหงุดหงิดระคนเครียดจัด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นเล็กน้อยบ่งบอกถึงความอดทนที่กำลังไต่1ระดับขีดสุด
พรายพลสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด พยายามสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่ตีตื้นขึ้นมาแข่งกับความวุ่นวายรอบตัว ดวงตาเรียวรีมองคานไม้ประดับฉากน้ำหนักหลายร้อยกิโลกรัมที่เอียงกระเท่เร่ใกล้จะหลุดจากจุดยึดเต็มที ดีเท่าไหร่แล้วที่ตอนเกิดอุบัติเหตุรถเครนถอยชนเสาหลัก ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บสาหัส นอกเสียจากความพยายามแรมสัปดาห์ของสถาปนิกหนุ่มจอมเนี๊ยบที่กำลังจะพังครืนลงมาต่อหน้าต่อตา
"เชิญฟ้องตามสบายเลยค่ะท่านสถาปนิกผู้สูงส่ง แต่ช่วยกรุณาใช้สมองอันปราดเปรื่องของคุณคิดวิธีช่วยกันแก้ปัญหาก่อนที่มันจะถล่มลงมาทับหัวคนในกองถ่ายของฉันจริงๆ ดีกว่าไหมคะ!" พรายพลตอกกลับเสียงเฉียบคม รอยยิ้มหวานหยดที่มักใช้เอาตัวรอดถูกแทนที่ด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างดุเดือดราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตแล่นแปลบปะทะกลางอากาศ
ย้อนกลับไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ประโยคทิ้งท้ายคำว่า *"เรายังเคลียร์กันไม่จบนะครับ... ไว้ผมจะมาทวงส่วนที่เหลือคืนทีหลัง"* ของกรณิศยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของพรายพลไม่จางหาย ผู้จัดการกองถ่ายหนุ่มคิดไม่ถึงเลยว่า เจ้าหนี้จำเป็นคนนี้จะตามมาทวงของไวเสียยิ่งกว่าไฟไหม้ฟาง แถมยังมาในรูปแบบของการตรวจหน้างานกระทันหันแล้วเจอแจ็กพอตอุบัติเหตุพอดิบพอดี
"ทุกคนถอยออกไปก่อน!" กรณิศตะโกนสั่งทีมงานเสียงดังลั่น สลัดมาดสถาปนิกผู้สุขุมนุ่มลึกทิ้งไปชั่วขณะ ร่างสูงโปร่งก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดจุดวิกฤตโดยไม่ลังเล มือหนาดึงเข็มขัดเครื่องมือช่างที่พกติดตัวมาตลอดเวลาออกอย่างคล่องแคล่ว สายตาคำนวณมุมรับน้ำหนักอย่างแม่นยำตามสัญชาตญาณวิชาชีพ
"คุณจะทำอะไร อย่าบอกนะว่าจะเข้าไปยืนตรงนั้น" พรายพลใจหายวาบเมื่อเห็นอีกฝ่ายเสี่ยงอันตรายเข้าไปใต้โครงสร้างที่พร้อมจะทรุดตัวลงมาได้ทุกเมื่อ ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความตกใจระคนเป็นห่วงที่เจ้าตัวก็ยังแปลกใจตัวเอง
"ถ้าไม่เข้าไปค้ำยันจุดรับแรงตอนนี้ เซตฉากยุคโบราณมูลค่าหลักล้านของคุณได้กลายเป็นเศษไม้จิ้มฟันแน่... ถ้าไม่อยากให้งานล่ม ก็หยิบแม่แรงไฮดรอลิกตรงนั้นส่งมาให้ผมเร็วเข้า!" กรณิศหันมาตวาดกลับ เสียงทุ้มเข้มเต็มไปด้วยอำนาจการสั่งการที่ปฏิเสธไม่ได้
พรายพลกัดริมฝีปากล่างอย่างขัดใจ สมองประมวลผลด้วยความรวดเร็ว มือเรียวคว้าแม่แรงไฮดรอลิกตัวใหญ่ที่หนักอึ้งแล้วลากเข้าไปหาอีกฝ่ายทันที แม้ปากจะเก่งและชอบต่อปากต่อคำแค่ไหน แต่ยามคับขัน ผู้จัดการกองถ่ายคนเก่งไม่เคยลังเลที่จะยื่นมือเข้าช่วย
"จับตรงนี้ไว้ให้มั่น อย่าให้มันขยับเด็ดขาด" กรณิศออกคำสั่งเสียงเข้มขณะที่ร่างสูงแทรกตัวเข้าไปอยู่ใต้คานไม้หนักอึ้ง เม็ดเหงื่อผุดพรายซึมตามไรผมและกรอบหน้าคมคาย เสื้อเชิ้ตสีอ่อนแนบลู่ไปกับแผ่นอกกว้างจากการออกแรงเกร็งกล้ามเนื้อเพื่อรับน้ำหนักโครงสร้างชั่วคราว
พรายพลพยักหน้ารับ รวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มีเข้าประคองฐานแม่แรงฝั่งตรงข้าม ใบหน้าหวานเหเกร็งด้วยความหนัก กล้ามเนื้อแขนปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ความใกล้ชิดภายใต้สถานการณ์บีบคั้นทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝุ่นปูนและเหงื่อจางๆ ลอยเข้าจมูก ปลุกเร้าความรู้สึกบางอย่างให้วูบไหวในอกอย่างประหลาด
"นับสามนะ... หนึ่ง... สอง... สาม! ดันขึ้นพร้อมกัน!"
เสียงทุ้มตะโกนลั่น ทั้งสองคนออกแรงฮึือกสุดท้ายพร้อมกัน เสียงเนื้อไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดน่ากลัว ก่อนที่กลไกแม่แรงไฮดรอลิกจะรับน้ำหนักไว้ได้ทันท่วงที ท่ามกลางเสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกของทีมงานรอบด้านที่ยืนลุ้นจนตัวโก่ง
พรายพลทรุดตัวลงนั่งพับเพียบกับพื้นด้วยความหมดแรง เสื้อผ้าเนื้อดีเลอะคราบฝุ่นและเหงื่อชุ่มโชก ใบหน้าหวานแดงก่ำจากการออกแรงหนัก แต่ยังไม่ทันจะได้พักหายใจหายคอให้เต็มปอด เงาร่างสูงใหญ่ก็ทาบทับลงมาบังแสงไฟในสตูดิโอจนมืดมิด
กรณิศไม่ได้ขยับตัวหนีไปไหน ร่างหนายังคงคุกเข่าอยู่ตรงหน้า มือใหญ่เอื้อมออกไปปัดเศษฝุ่นที่เปื้อนอยู่ข้างแก้มเนียนของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะสัมผัสแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความใส่ลึกซึ้งที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้านิ่งเฉย
พรายพลชะงักงัน ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอกยามที่ปลายนิ้วอุ่นจัดลากผ่านผิวแก้มเนียนแผ่วเบา
"เหนื่อยไหมครับ... คนเก่ง" เสียงกระซิบพร่าต่ำลอดออกมาจากริมฝีปากหยักลึก ไร้ซึ่งร่องรอยของความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ มีเพียงแววตาพราวระยับที่มองตรงมาอย่างสื่อความหมายลึกซึ้ง
พรายพลกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก อยากจะอ้าปากเถียงหรือหาคำพูดกวนประสาทมากลบเกลื่อนสถานการณ์ชวนใจเต้นนี้สักประโยค แต่สมองเจ้ากรรมกลับขาวโพลนราวกับถูกรีเซ็ต ปลายลิ้นชาดิกพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเมื่อใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ริมฝีปาก
"อะแฮ่ม! ขอโทษทีครับ ขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าพอดีทิวาฝากผมมาตาม..."
เสียงทุ้มของมีน รุ่นน้องสถาปนิกในทีมที่โผล่พรวดเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูฉับพลัน กรณิศชะักมือกลับทันที ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเรียบตึงเป็นหน้าตายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผิดกับพรายพลที่รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนแก้เขิน ใบหน้าร้อนผ่าวราดด้วยสีแดงจัดจนลามไปถึงใบหู
"ป...เปล่า! ไม่มีอะไร! งานเสร็จแล้วใช่ไหม งั้นฉันขอตัวไปดูคิวถ่ายต่อก่อนนะ!" พรายพลละล่ำละลักพูดรัวเร็ว แทบจะวิ่งหนีหายไปจากจุดนั้นทันที ทิ้งให้กรณิศมองตามหลังร่างบางด้วยรอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความเจ้าเล่ห์ขึ้นมาเงียบๆ
สถาปนิกหนุ่มรับแฟ้มงานมาจากรุ่นน้อง ก่อนจะปรายตามองไปทางที่คนตัวเล็กเพิ่งวิ่งหนีไป พลางยกมือขึ้นแตะปลายนิ้วตัวเองเบาๆ ราวกับยังหลงเหลือสัมผัสอุ่นนุ่มของอีกฝ่ายติดปลายนิ้ว
เกมการไล่ล่าหัวใจครั้งนี้... ดูท่าว่าจะสนุกและเร้าใจกว่าที่เขาคาดไว้เสียแล้ว
ทว่า ในจังหวะที่กรณิศกำลังจะหันหลังเดินกลับไปเคลียร์งานที่เหลือ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่นครืดคราดขึ้นมาเสียก่อน ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏข้อความปริศนาจากเบอร์แปลกส่งตรงเข้ามา พร้อมกับรูปถ่ายใบลับเฉพาะที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าคมคายหายวับไปในพริบตาเดียว
*รูปถ่ายของพรายพลกำลังยืนคุยอยู่กับผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งในมุมมืดหลังกองถ่าย... พร้อมข้อความสั้นๆ ที่เขียนว่า: "ระวังตัวไว้ให้ดี ของเล่นชิ้นนี้... กำลังจะมีคนแย่งไป"
ตุ๊กตาโบราณขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายป่วน•ตอนที่ 4
ดวลเดือดกลางกองถ่าย
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!