สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายป่วน•ตอนที่ 5

ความลับใต้แสงไฟสตูดิโอ

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือพรายพลยังคงสطว่างวาบ ภาพถ่ายความละเอียดสูงของเขากับผู้ชายแปลกหน้าในมุมมืดหลังกองถ่ายเมื่อช่วงหัวค่ำ ยังถูกตรึงไว้ด้วยข้อความขู่ขวัญที่อ่านแล้วชวนให้หงุดหงิดระคนสงสัย *“ระวังตัวไว้ให้ดี ของเล่นชิ้นนี้... กำลังจะมีคนแย่งไป”* นิ้วเรียวปัดหน้าจอทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ เสียงถอนหายใจยาวเหยียดหลุดจากริมฝีปากที่เคลือบด้วยความเหนื่อยล้า วันนี้ทั้งวันกองถ่ายโฆษณาของทิวารวนไม่เป็นท่า ไหนจะคิวแสงที่เพี้ยนเพราะพายุฝนช่วงบ่าย ไหนจะสปอนเซอร์เรื่องมากที่แวะมาตรวจงานแบบไม่ทันตั้งตัว และที่สำคัญที่สุด... สถาปนิกหน้านิ่งผู้ควบคุมงานโครงสร้างฉากอย่างกรณิศ ที่คอยยืนกอดอกมองเขาด้วยสายตานิ่งสนิทเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อตั้งแต่แปดโมงเช้าจนกระทั่งเที่ยงคืน “ยังไม่กลับอีกหรือไง ผู้จัดการพราย” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากความมืดบริเวณมุมเสาคอนกรีตของสตูดิโอ พรายสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปมอง เจ้าของร่างสูงโปรดในชุดเชิ้ตสีดำพับแขนเสื้อขึ้นจนถึงข้อศอกกำลังเดินเข้ามาใกล้ แว่นตากรอบทองสะท้อนกับแสงไฟนีออนสลัวๆ บนเพดาน ขับเน้นสันจคมเข้มและคางที่ประดับด้วยไรหนวดจางๆ ให้ดูดุดันและเซ็กซี่ในเวลาเดียวกัน “ถ้าผมกลับแล้ว ใครจะอยู่ตรวจความเรียบร้อยของโครงสร้างที่คุณออกแบบไว้ล่ะครับ คุณกรณ์ กลัวว่าเสาปูนปลอมนี่จะถล่มลงมาทับหัวนักแสดงตอนสתูเปิดไฟซีนสุดท้ายหรือไง” พรายตอบสวนกลับทันควัน รอยยิ้มกวนประสาทถูกจุดขึ้นที่มุมปากเพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนล้าในแววตา กรณ์หยุดยืนตรงหน้า ห่างกันไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้าจมูกจนพรายต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว สายตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มกวาดมองสำรวจใบหน้าของคนตัวเล็กกว่าอย่างละเอียด ตั้งแต่ขอบตาดำคล้ำที่พยายามปกปิดด้วยรองพื้นบางๆ ไปจนถึงหัวไหล่ลู่ลงเล็กน้อยที่บ่งบอกว่าแบกรับความเครียดมาทั้งวัน “ปากเก่งไม่เปลี่ยน...” กรณ์พึมพำเสียงต่ำ มือหนายื่นออกไปราวกับจะคว้าอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็ชะงักค้างไว้กลางอากาศก่อนจะเปลี่ยนเป็นคว้ากระป๋องกาแฟดำเย็นเฉียบที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานสนามยื่นมาตรงหน้าแทน “ดื่มซะ หน้าซีดเป็นไก่ต้ม เดี๋ยวทีมงานจะเข้าใจว่ากองถ่ายฉันใช้งานทาสทรชน” พรายเลิกคิ้วมองกระป๋องกาแฟในมืออีกฝ่าย สลับกับใบหน้าเรียบเฉยที่ซ่อนความห่วงใยไว้อย่างแนบเนียน เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ “ขอบคุณครับสำหรับความกรุณา... แต่ผมเกรงใจ กลัวว่าดื่มเข้าไปแล้วจะนอนไม่หลับจนต้องเก็บเอาหน้าบึ้งๆ ของคุณไปฝันร้ายอีก” “ถ้ากลัวฝันร้าย ก็เลิกทำหน้าเหมือนคนใกล้ตายแล้วกลับบ้านไปนอนซะ” กรณ์สวนกลับ น้ำเสียงถึงจะฟังดูห้วนจัด แต่ทว่าแววตาที่มองมากลับไม่มีประกายความเยียบเย็นเหมือนเคย มันเจือไปด้วยความนุ่มนวลแปลกประหลาดที่พรายไม่เคยได้เห็นจากสถาปนิกหนุ่มคนนี้มาก่อน สตูดิโอกว้างใหญ่ตอนนี้เหลือเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของแอร์ตัวใหญ่และการทำงานของระบบไฟสำรอง บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน พรายรู้สึกได้ถึงแรงกดดันบางอย่างที่หลอมละลายหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นแปลกๆ ที่แผ่ซ่านมาจากคนตรงหน้า ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาสิบกว่าชั่วโมงสะสมจนร่างแทบทรุด แต่เขายังคงฝืนยืนตรง ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้อีกฝ่ายเห็นเด็ดขาด “ห่วงผมเหรอครับ คุณกรณ์?” พรายจงใจโน้มตัวเข้าไปใกล้ รอยยิ้มท้าทายปรากฏขึ้นอีกครั้งเพื่อกลบเกลื่อนหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ “หรือว่ากลัวว่าถ้าผมหมดแรงไปอีกคน จะไม่มีใครคอยต่อปากต่อคำให้คุณหายเบื่อเวลานั่งตรวจแบบดึกๆ แบบนี้” กรณ์ไม่ถอยหนี เขากลับก้าวเข้ามาประชิดอีกนิดจนหลังของพรายเกือบจะชนกับโต๊ะทำงานที่มีเอกสารกองโต สายตาคมกริบจดจ้องอยู่ที่ริมฝีปากที่ขยับพูดไม่หยุดราวกับกำลังอดกลั้นบางอย่าง “ถ้าคิดว่าฉันว่างมากพอจะมาห่วงคนปากดีอย่างนาย... นายคงประเมินความอดทนของฉันต่ำไป พรายพล” กรณ์เอ่ยเสียงพร่าต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารด1ข้างแก้มจนพรายรู้สึกวูบวาบไปทั้งตัว ท่าทีคุกคามแบบเงียบเชียบนี้ทำให้พรายถึงกับพูดไม่ออก สมองที่เคยประมวลผลไวราวกระสุนปืนกลับหยุดชะงักไปชั่วขณะ มือหนาของกรณ์เอื้อมเลยผ่านไหล่ของเขาไปคว้าแฟ้มเอกสารที่อยู่ด้านหลังเพื่อเก็บเข้าชั้น แต่มันกลับกลายเป็นท่าทางที่คล้ายกับการโอบกอดทางอ้อมโดยสมบูรณ์ กลิ่นกายสะอาดสะอ้านผสมผสานกับความอบอุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายโอบล้อมพรายไว้ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างโต๊ะกับแผงอกกว้าง จังหวะนั้นเอง สายตาของพรายเหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ที่วางคว่ำอยู่บนโต๊ะสั่นเตือนเบาๆ ข้อความใหม่จากเบอร์เดิมเด้งขึ้นมาอีกครั้งท่ามกลางความเงียบ: *“เห็นที... ของเล่นชิ้นนี้ คงต้องรีบชิงมาก่อนที่สถาปนิกหนุ่มเขาจะหวงก้างนะ”* กรณ์สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของคนในอ้อมแขน คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความสงสัย ดวงตาสีเข้มละจากใบหน้าหวานลงมามองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบขึ้นในความมืด ก่อนที่มือเรียวของกรณิศจะเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมาพลิกดูด้วยความรวดเร็วที่พรายไม่ทันได้ห้าม “อะไร?” กรณ์เอ่ยถามเสียงเย็นเฉียบ ทันทีที่สายตาคมกริบกวาดอ่านข้อความบนหน้าจอ บรรยากาศรอบตัวที่เคยผ่อนคลายเมื่อครู่ก็พลิกกลับกลายเป็นความหนתาวเหน็บราวกับติดลบ สันกรามของสถาปนิกหนุ่มขบเข้าหากันจนนูนเด่น พรายรีบดึงโทรศัพท์กลับมาถือไว้เอง หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่คิดว่าเรื่องไร้สาระแบบนี้จะมาปรากฏต่อหน้าคนตรงหน้าในจังหวะเวลาที่แย่ที่สุด “ไม่มีอะไรครับ... เรื่องส่วนตัวนิดหน่อย” พรายพยายามฝืนยิ้มกลบเกลื่อน ทั้งที่ในใจเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยขึ้นมาจริงๆ กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับลุกโชนด้วยไฟโทสะที่ถูกจุดขึ้นอย่างเงียบเชียบ ร่างสูงขยับเข้าประชิดตัวพรายแน่นหนาขึ้นกว่าเดิม มือข้างหนึ่งวางทราบลงบนขอบโต๊ะกักขังคนตัวเล็กไว้ในอาณัติอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด “ส่วนตัว?” กรณ์ทวนคำ เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ส่งข้อความคุกคามดึกดื่นแบบนี้... นายยังกล้าเรียกว่าเรื่องส่วนตัวอีกงั้นเหรอ พรายพล” พรายยังไม่ทันได้อ้าปากแก้ตัว เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินยาวหน้าสตูดิโอ พร้อมกับเสียงเรียกที่คุ้นหูของทิวาผู้กำกับหนุ่มที่ตะโกนแทรกเข้ามาในความมืด “ไอ้พราย! ยังอยู่ข้างในไหมวะ กูทำกุญแจรถตกไว้แถว... เฮ้ย! กูเข้ามาขัดจังหวะอะไรพวกมึงหรือเปล่าเนี่ย!” ทิวาชะงักกึกทันทีที่ก้าวพ้นขอบประตูเข้ามาแล้วเห็นภาพตรงหน้า—สถาปนิกหนุ่มผู้แสนเย็นชาและถือตัว กำลังยืนคร่อมร่างของผู้จัดการกองถ่ายคนเก่งไว้ชิดติดโต๊ะทำงาน ท่ามกลางแสงไฟสลัวและบรรยากาศที่คุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียดอันตราย ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%