สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายป่วน•ตอนที่ 3

กาแฟแก้วนั้นที่เธอไม่ได้สั่ง

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
"ถ้าโครงการนี้พัง... ผมคงต้องบอกปัดกองถ่ายของคุณพรายเป็นคิวสุดท้ายของปีนี้เลยล่ะครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบขาดราใบมีดโกนของท่านประธานใหญ่ดังขึ้น ทลายความเงียบงันในห้องประชุมใหญ่ลงเสียจนเศษซากความตึงเครียดร่วงกราว พรายพลกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน ดวงตาเรียวรีเบนไปสบกับแผ่นหลังกว้างของสถาปนิกหนุ่มที่ยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อน กรณ์ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขายังคงยืนกอดอก สีหน้าเรียบเฉยไร้ระลอกคลื่นความหวาดหวั่น แม้ว่าประกาศิตของท่านประธานเมื่อครู่จะหมายถึงความฉิบหายย่อยยับของตารางงานกองถ่ายที่พรายเพิ่งจัดสรรมาอย่างยากเย็นแสนเข็ญก็ตาม "ท่านประธานครับ เรื่องแบบที่ต้องปรับแก้..." พรายตัดสินใจเปิดปาก แทรกตัวเข้ามาขวางกลางระหว่างสายตาเฉียบคมของเจ้านายใหญ่กับสถาปนิกปากแข็ง "ทางเรายอมรับความผิดพลาดในส่วนของการสื่อสารบรีฟคลาดเคลื่อนค่ะ แต่ในส่วนของงานออกแบบ... ทางคุณกรณ์เองก็มีจุดที่ต้องปรับให้เข้ากับพื้นที่จริงของกองถ่ายเราด้วยเหมือนกัน เราไม่ได้จะโยนภาระให้อีกฝ่ายฝ่ายเดียวนะคะ" กรณ์ปรายตาคมกริบกลับมามองผู้จัดการกองถ่ายตัวแสบที่กล้าลากเขาลงมาแบกรับความผิดร่วมกันหน้าตาเฉย มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มเยาะน้อย ๆ ชนิดที่ถ้าไม่สังเกตดี ๆ คงไม่มีทางเห็น "ผมทำตามสัญญาทุกตัวอักษรครับคุณพราย แต่ถ้าความเข้าใจของกองถ่ายคุณมันจำกัดจนต้องให้ผมมารื้อโครงสร้างใหม่หน้างาน... ผมคิดว่าค่าเสียเวลาคงต้องคิดเป็นเรตพิเศษ" สถาปนิกหนุ่มสวนกลับนิ่ม ๆ แต่เจ็บแสบจนพรายอยากจะหยิบแฟ้มเอกสารฟาดหัวทุย ๆ นั่นสักทีสองที ท่านประธานยกมือขึ้นห้ามศึกก่อนที่สงครามน้ำลายระหว่างสองหนุ่มจะลุกลาม "เอาล่ะ ๆ ผมไม่อยากฟังคำแก้ตัว ผมอยากเห็นผลงาน... เอาเป็นว่า ให้เวลาพวกคุณสองคนไปเคลียร์กันให้ลงตัวภายในสัปดาห์นี้ แบบร่างต้องเสร็จสมบูรณ์ และตารางโลเคชันต้องเป๊ะ ถ้าทำไม่ได้... ค่อยมาคุยเรื่องยกเลิกสัญญาโปรเจกต์นี้กันใหม่" พรึบ! ท่านประธานลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ตบไหล่กรณ์เบา ๆ สองครั้งก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้พรายยืนค้างเติ่งอยู่กับความกดดันระดับสิบเก้าริกเตอร์ในอก ทว่าทันทีที่ประตูปิดสนิทลง บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนจากมาุกเป็นความเงียบที่น่าอึดอัดยิ่งกว่าเดิม "พอใจคุณหรือยังครับ?" กรณ์หันกลับมาเผชิญหน้า ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปก้าวเข้ามาประชิดทีละก้าว จนพรายต้องผถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะประชุม "เพราะความปากดีของคุณเมื่อกี้ ทำให้ผมต้องเสียเวลามานั่งแก้แบบรอบที่สาม" "แล้วเพราะความหัวดื้อของคุณเหมือนกันไม่ใช่เหรอคะที่ทำให้ทุกอย่างมันยุ่งยาก!" พรายเชิดหน้าสู้ ดวงตากลมโตตวัดมองอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าคุณยอมรับฟังไอเดียคนอื่นตั้งแต่แรก เรื่องมันก็ไม่บานปลายแบบนี้หรอกค่ะ คุณสถาปนิกผู้แสนจะเพอร์เฟกต์!" กรณ์หยุดยืนห่างจากปลายจมูกของเขาไม่ถึงคืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกระดาษและกาแฟจาง ๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนพรายเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ดวงตาคมกริบพินิจพิเคราะห์ใบหน้าเนียนที่เชิดขึ้นเถียงฉอด ๆ ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ "พรุ่งนี้... เก้าโมงเช้าที่ร้านกาแฟชั้นล่าง หวังว่าจะไม่เลตเหมือนวันนี้" สถาปนิกหนุ่มทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้พรายยืนกำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ *ให้ตายเถอะ ผู้ชายอะไร น่าหยิกให้เนื้อเขียวเป็นบ้า!* *** แสงไฟนีออนสลัวในร้านกาแฟสไตล์มินิมอลใต้ตึกสำนักงานสะท้อนลงบนแก้วพลาสติกทรงสูงในมือพรายพล ชายหนุ่มกำลังยืนเคาะนิ้วลงกับเคาน์เตอร์ด้วยความกระวนกระวายใจ สายตาคมกวาดมองนาฬิกาข้อมือสลับกับประตูทางเข้า ความผิดพลาดเมื่อวานทำให้เขาต้องยอมกลืนศักดิ์ศรีตัวเองมา 'งดงาม' ตามคำสั่งของท่านประธาน และวิธีที่ดีที่สุดในการสยบสถาปนิกจอมเนี๊ยบ ก็คือการซื้อกาแฟมาติดสินบน... เอ๊ย ขอโทษ! แต่คนอย่างพรายพลเสียเงินทั้งที จะให้ซื้อกาแฟรสชาติธรรมดามาง้อคนปากร้ายคงเสียชื่อผู้จัดการกองถ่ายมือหนึ่งหมด "รับเครื่องดื่มอะไรดีคะ?" พนักงานสาวเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม พรายยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาส่อแววเจ้าเล่ห์ชั่วร้ายชั่วพริบตา "เอาคาปูชิโน่เย็นแก้วหนึ่งค่ะ... หวานน้อยเหรอ? อ้อ ไม่ค่ะ! ขอพิเศษ... เอาแบบหวานตัดขา น้ำเชื่อมสามชิ้น นมข้นหวานอีกสองปั๊ม แล้วก็ราดซอสคาราเมลให้ท่วม ๆ ไปเลยนะคะ" พนักงานกะพริบตาปริบ ๆ ด้วยความมึนงง "เอ่อ... หวานขนาดนั้นเลยเหรอคะลูกค้า?" "ใช่ค่ะ! เอาให้หวานจนมดขึ้นสมองไปเลย" พรายหัวเราะคิกคักในลำคออย่างอารมณ์ดี จินตนาการภาพหน้าตาบึ้งตึงของกรณ์ตอนที่ดูดกาแฟแก้วนี้เข้าไปแล้วต้องกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แค่คิดก็สะใจจนเนื้อเต้นแล้ว ผ่านไปสิบนาที ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอกก็ก้าวเข้ามาในร้าน สายตากวาดมองหาเป้าหมายก่อนจะมาหยุดอยู่ที่โต๊ะริมกระจกที่มีพรายนั่งไขว่ห้างรออยู่ พร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ปลอมเปลือกที่สุดในสามโลก กรณ์เดินมาหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม สีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์เช่นเคย ดวงตาคมปรายมองแก้วกาแฟที่ถูกเลื่อนไปตรงหน้า "อะไร?" สถาปนิกหนุ่มเลิกคิ้วถาม เสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนเล็กน้อย "เครื่องดื่มไถ่โทษจากผมเองค่ะ" พรายดันแก้วกาแฟเข้าไปใกล้doesอีกนิด รอยยิ้มกวนประสาทถูกระบายไว้บนใบหน้า "กาแฟพรีเมียมสูตรพิเศษ เพื่อเป็นการขอโทษเรื่องเมื่อวานโดยเฉพาะเลยนะ ลองชิมดูสิคะ รับรองว่าคุณไม่เคยดื่มที่ไหนมาก่อนแน่ ๆ" กรณ์หรี่ตามองพรายอย่างจับผิด สัญชาตญาณเตือนภัยในหัวร้องเตือนยิบ ๆ ว่าผู้จัดการกองถ่ายคนนี้ไม่มีทางทำอะไรใจดีแบบไม่มีเหตุผลแน่ ๆ นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปหยิบแก้วขึ้นมาหมุนดูฉลากเล็กน้อย ก่อนจะเสียบหลอดดูดเข้าไปแล้วจิบอึกหนึ่ง พรวด! เกือบจะพ่นออกมาใส่หน้าสวย ๆ นั้นถ้ากรณ์ไม่กลั้นไว้ทัน ใบหล่อเหลาที่เคยนิ่งสนิทบิดเบี้ยวลงทันที ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความช็อก ความหวานระดับร้อยเปอร์เซ็นต์ที่พุ่งทะลักเข้าปากทำเอาต่อมรับรสแทบพังทลาย มันหวานจนแสบไส้ หวานจนเหมือนเอาน้ำเชื่อมทั้งโรงงานมาเทใส่แก้วเดียว พรายแกล้งทำเป็นตกใจ ยกมือขึ้นปิดปากกลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น "อุ๊ย! เป็นอะไรเหรอคะคุณกรณ์ กาแฟไม่อร่อยเหรอ?" กรณ์วางแก้วลงกระแทกโต๊ะดังปึก ใบหน้าคมคายบึ้งตึงสนิท กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาดุจเหยี่ยวตวัดมองคนตรงข้ามด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดโทษ "คุณพรายพล..." เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำ "นี่คุณแกล้งผมเหรอ?" "เปล่าสักหน่อยค่ะ!" พรายเถียงหน้าตาเฉย ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยความสะใจ "ก็เห็นคุณบอกว่าเครียดจากงาน ผมก็เลยหวังดีเติมความหวานให้ชีวิตคุณไงคะ จะได้อารมณ์ดีขึ้น... ไม่ชอบเหรอคะ หวานกลมกล่อมออกจะตายไป" "หวานกลมกล่อม?" กรณ์ทวนคำเสียงลอดไรฟัน ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนพรายต้องผถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว "ถ้าชอบความหวานนัก... ทำไมไม่มาพิสูจน์ด้วยตัวเองล่ะครับ ว่ามันหวานสมคำร่ำลือขนาดไหน" สิ้นเสียงทุ้ม กรณ์ก็ก้าวพรวดเดียวเข้ามาประชิดตัว มือหนาเอื้อมไปคว้าท้ายทอยของคนตัวเล็กกว่าไว้ทันก่อนที่พรายจะทันได้ตั้งตัว ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาหาอย่างรวดเร็ว กลิ่นกาแฟหวานเลี่ยนเจือจางอยู่ปลายจมูก ทว่าก่อนที่ริมฝีปากหยักจะทันได้ทาบทับลงมาเพื่อ 'แบ่งปัน' ความหวานนั้น เสียงเคาะประตูกระจกเบา ๆ ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของมีนรุ่นน้องในทีมที่ผลักประตูกระจกเข้ามาหน้าตาตื่น "พี่ยักษ์! แบบร่างเฟสแรกที่พี่สั่งแก้เสร็จแล้ว... อุ๊ย!" มีนเบรกตัวโก่งเมื่อเห็นภาพสถาปนิกหนุ่มกำลังกักตัวผู้จัดการกองถ่ายไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าของรุ่นน้องเหวอสนิท ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจปนตื่นเต้น กรณ์ชะงักค้าง ใบหน้าคมห่างจากริมฝีปากของพรายเพียงแค่เส้นยาแดงผ่าแปด ดวงตาคมกริบเหลือบไปมองลูกน้องตัวดีที่เข้ามาขัดจังหวะชีวิตรักในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานด้วยแววตาที่แทบจะฆ่าคนให้ตายคาสนามบิน ส่วนพราย... หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าตอนเจอกล้องตัวใหญ่จ่อหน้าเสียอีก สัมผัสอุ่นร้อนจากมือหนาที่ท้ายทอยยังคงแผดเผาผิวเนื้อจนร้อนผ่าวไปหมด และก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรแก้ตัว กรณ์ก็หันกลับมามองสบตาพรายที่ริมฝีปากอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ กระซิบด้วยเสียงแหบพร่าชวนใจสั่นริมใบหู "เรายังเคลียร์กันไม่จบนะครับ... ไว้ผมจะมาทวงส่วนที่เหลือคืนทีหลัง" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวาน (และพังทลาย) ไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการกองถ่ายสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%