“คุณทำแบบนั้นไปเพื่ออะไรกันแน่ ธันวา?”
เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแววตาที่จ้องมองชายหนุ่มตรงหน้ากลับแข็งกร้าวราวกับแก้วที่พร้อมจะแตกสลาย ความเย็นเยียบของอากาศยามค่ำคืนในห้องทำงานส่วนตัวของเขาไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหนาวเท่ากับความจริงที่เพิ่งประจักษ์แก่สายตา เมื่อครู่... ทะเบียนรถคันนั้น ท่าทางการหักเลี้ยวที่เฉียบขาด และเงาร่างที่ชั่วพริบตาเดียวก็หายลับไปในเงามืด ทั้งหมดนั่นคือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดสิบปี
ธันวานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ เขาวางปากกาหมึกซึมลงช้าๆ กิริยานั้นเรียบเฉยจนน่ากลัว ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นสายตาสบประสานกับเธออย่างไม่หลบเลี่ยง แต่เป็นความนิ่งที่รินรดารู้สึกว่ามันคือ 'เกราะกำบัง' ชั้นดี
“ริน... คุณกำลังตื่นตระหนก” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล หากแต่ในหูของหญิงสาว มันกลับฟังดูคล้ายคำลวงที่ผ่านการปรุงแต่งมาเป็นอย่างดี
“ตื่นตระหนกเหรอคะ? ฉันเห็นรถคันนั้น! รถของพ่อ... รถที่ควรจะถูกฝังอยู่ใต้กองเพลิงในคืนที่ครอบครัวฉันตายไปหมดแล้ว! แล้วคุณล่ะ? ทำไมกุญแจรถคันที่หายไปสิบปีถึงมาอยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานของคุณได้!”
รินรดาเดินไปที่โต๊ะของเขา มือเรียวบางสั่นระริกขณะคว้าเอาพวงกุญแจโลหะเก่าคร่ำคร่าที่มีตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลของเธอติดอยู่ขึ้นมา มันไม่ใช่ของเลียนแบบ กลิ่นอายของอดีตที่ติดอยู่กับมันชัดเจนจนเธอแทบหยุดหายใจ
ธันวาไม่ได้แย่งคืน เขาเพียงแต่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจบัดนี้กลับว่างเปล่าจนน่าสะพรึงกลัว “คุณคิดว่าคุณรู้จักผมดีแค่ไหน รินรดา? ในฐานะทนายความที่คอยช่วยเหลือคุณ หรือในฐานะคนรักที่คอยซับน้ำตาให้คุณเมื่อคุณนึกถึงเรื่องคืนนั้น?”
“ฉันเคยเชื่อว่าคุณคือคนเดียวที่เหลืออยู่... คนเดียวที่ฉันไว้ใจ” รินรดาแค่นยิ้มผ่านน้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอ “แต่นี่มันหมายความว่ายังไง คุณไปอยู่ที่ไหนในคืนนั้น? หรือว่าคุณเอง... ก็เป็นหนึ่งในคนที่ร่วมมือกับคุณหญิงมณีเพื่อทำลายทุกอย่างของฉัน!”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเหมือนออกซิเจนเบาบางลง ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาค่อยๆ ก้าวเข้ามาหารินรดาอย่างเชื่องช้า แต่ละจังหวะที่เท้ากระทบพื้นไม้ราวกับเสียงนับถอยหลังของระเบิดเวลา เขาหยุดลงตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงคืบ กลิ่นกายสะอาดสะอ้านของเขาที่เธอเคยหลงใหล กลับกลายเป็นกลิ่นอายที่ทำให้เธอต้องถอยกรูด
“คุณหญิงมณีเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานที่ใหญ่กว่านั้นมาก” ธันวากระซิบ น้ำเสียงที่เคยสุภาพแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่เธอไม่เคยรู้จัก “คุณอยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมรถคันนั้นถึงยังอยู่? และทำไมผมถึงรู้จักมันดีนัก...”
เขายื่นมือออกมาปัดปอยผมที่ปรกหน้าเธอเบาๆ สัมผัสนั้นแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซับซ้อนเกินกว่าจะนิยาม มันไม่ใช่ความรัก ไม่ใช่ความเกลียดชัง แต่มันคือการ 'ครอบครอง'
“เพราะคนที่ขับรถคันนั้นในคืนที่ครอบครัวคุณตาย... ไม่ใช่พ่อของคุณรินรดา แต่เป็น ‘พ่อของผม’ ที่รับหน้าที่เป็นคนเก็บกวาดความสะอาดให้กับตระกูลของคุณ และผม... ในฐานะลูกชายผู้ซื่อสัตย์ ก็แค่รับช่วงต่อในสิ่งที่เขาทำไม่สำเร็จ”
หัวใจของรินรดาราวกับหยุดเต้น ความรู้สึกชาดิ่งแล่นผ่านกระดูกสันหลัง เธอพยายามจะถอยหนี แต่ทว่ามือหนาของธันวากลับคว้าต้นแขนเธอไว้แน่น แรงบีบนั้นรุนแรงพอจะทำให้เธอรู้ว่า ต่อแต่นี้ไป โลกที่เธอเคยรู้จักได้พังทลายลงอย่างสมบูรณ์แล้ว
เขาก้มลงมากระซิบที่ข้างใบหู น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่กรีดลงบนผิวหนัง “คุณหญิงมณีคิดว่าตัวเองคุมเกมได้ แต่เปล่าเลยรินรดา... คนที่ถือไพ่ตายตัวสุดท้ายอยู่ในมือมาตลอดสิบปี ไม่ใช่เธอ แต่มันคือผม ที่รอให้คุณมาติดกับดักนี้ด้วยตัวเองตั้งแต่แรกต่างหาก”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน เสียงเคาะประตูที่รุนแรงและจังหวะที่มั่นคงเกินกว่าจะเป็นเพียงการมาเยือนของแขกทั่วไป รินรดาหันไปมองบานประตูที่เริ่มถูกผลักเข้ามาอย่างช้าๆ หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกลองศึก เมื่อเห็นเงาร่างของบุคคลที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับความจริงอีกด้านหนึ่งที่เธอไม่เคยล่วงรู้
บุคคลที่เดินนำหน้าเข้ามาในห้อง... คือชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าเหมือนกับธันวาทุกประการ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและความอาฆาตแค้นที่ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด “ธันวา... แกช้าเกินไปแล้ว” ชายคนนั้นกล่าวพลางมองมารินรดาด้วยสายตาที่เหมือนมองดู 'เหยื่อ' ที่ต้อนมาจนมุม “หนี้เลือดของตระกูลนี้... ถึงเวลาต้องชำระด้วยชีวิตของทายาทคนสุดท้ายแล้ว!”
รินรดาแทบสิ้นสติเมื่อพบว่าความลับของธันวาไม่ได้มีเพียงแค่การทรยศ แต่ยังมี 'ความตาย' อีกบทหนึ่งที่รอเธออยู่ในเงามืดเบื้องหลังประตูนั่น
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยหัวใจที่เต้นรัวไปพร้อมกับรินรดานะคะ
กำมะหยี่สีแดง
รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 23
ความลับของธันวา
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!