"ห้ามขยับ... ถ้าไม่อยากเห็นเขาตายต่อหน้าต่อตาคุณ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่กรีดแทรกผ่านความเงียบนั้นเย็นเยียบราวกับคมมีดที่จ่ออยู่ที่ลำคอ รินรดายืนตัวแข็งทื่อ หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำจนรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในอก เธอไม่กล้าแม้แต่จะกะพริบตา ความเงียบงันภายในห้องทำงานของธันวาถูกทำลายลงด้วยลมหายใจที่หนักหน่วงของชายหนุ่มที่ถูกพันธนาการอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นความสั่นไหวของมือที่กำชายกระโปรงไว้แน่น สายตาของเธอจับจ้องไปยังชายชุดดำที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านกำมะหยี่หนาเตอะ เงาของมันทอดผ่านพื้นไม้ดูผิดรูปผิดร่าง
"คุณต้องการอะไร" รินรดาถาม เสียงของเธอราบเรียบจนน่าตกใจ แม้ในใจจะกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว "ถ้าต้องการเงิน... หรือเอกสารชุดนั้น คุณก็ได้มันไปแล้วเมื่อวานไม่ใช่หรือคะ?"
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงเคลื่อนไหวเบาๆ ที่ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังแผดเผาจากเงามืด เธอตัดสินใจก้าวเท้าถอยหลังอย่างระมัดระวัง แต่เพียงแค่ปลายรองเท้าแตะพื้น เสียงคำรามจากเครื่องยนต์ที่จอดรออยู่หน้าคฤหาสน์ก็ดังขึ้น
*โครม!*
กระจกหน้าต่างบานใหญ่แตกกระจาย ร่างของชายชุดดำพุ่งผ่านม่านออกมาราวกับเสือดาวที่จ้องตะปบเหยื่อ รินรดาเบี่ยงตัวหลบด้วยสัญชาตญาณ ก่อนจะคว้าแจกันเซรามิกบนโต๊ะข้างตัวฟาดเข้าที่ขมับของมันอย่างเต็มแรง เสียงแก้วแตกดังระงมไปพร้อมกับเสียงร้องครางของชายคนนั้น
"ธันวา! หนีไป!" เธอตะโกนขณะปลดเชือกที่มัดมือเขาอย่างลุกลน
ธันวาที่เป็นอิสระคว้าข้อมือเธอไว้แน่น "ริน! ไปที่รถ เร็วเข้า!"
ทั้งคู่พุ่งตัวออกไปทางประตูด้านหลัง มุ่งหน้าสู่ถนนสายเปลี่ยวที่หมอกลงจัดในยามค่ำคืน รินรดากระโดดขึ้นรถสปอร์ตคันหรูของเธอ ก่อนจะสตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยมือที่สั่นเทา ธันวาก้าวขึ้นเบาะข้างๆ ขณะที่ชายชุดดำอีกสองคนเริ่มวิ่งไล่ตามออกมาจากความมืดพร้อมอาวุธในมือ
ยางรถยนต์บดกับพื้นถนนจนเกิดเสียงเสียดสี รินรดาเหยียบคันเร่งจนมิดเข็มไมล์ รถพุ่งทะยานผ่านหมอกหนาที่ปิดบังทัศนวิสัยจนแทบมองไม่เห็นทางข้างหน้า เธอต้องใช้ความกล้าหาญอย่างยิ่งยวดในการประคองพวงมาลัยผ่านโค้งหักศอกที่อันตรายที่สุดของเมือง
"พวกมันตามมาติดๆ ริน! ออกไปทางเส้นเลี่ยงเมือง หมอกตรงนั้นน่าจะช่วยบังตาเราได้!" ธันวาตะโกนบอกขณะที่เขากำลังมองผ่านกระจกหลังเห็นไฟหน้าของรถกระบะสีดำที่พยายามจะเบียดข้าง
รินรดากัดฟันแน่น "ฉันไม่ยอมให้ใครต้องมาตายเพราะฉันอีกแล้วธันวา!"
ทันใดนั้น รถกระบะคันนั้นก็เร่งเครื่องขึ้นมาขนาบข้าง มันกระแทกเข้าที่ข้างประตูรถของเธออย่างแรงจนรถเสียหลักสะบัดไปมา รินรดาพยายามประคองพวงมาลัยอย่างสุดความสามารถ หัวใจของเธอร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นรถบรรทุกสิบล้อกำลังแล่นสวนมาในเลนตรงข้ามพร้อมเปิดไฟสูงสาดส่องใส่
"ริน! หักหลบ!"
รถของเธอพุ่งแฉลบลงข้างทาง ล้อรถครูดกับดินโคลนจนเกิดเสียงครูดดังสนั่น ก่อนจะพุ่งชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่ข้างทางจนหน้ารถยุบลงไป ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ รินรดารู้สึกถึงความอุ่นของเลือดที่ไหลซึมลงมาตามหน้าผาก ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่าง แต่สติของเธอยังคงแจ่มชัด
"ธันวา... คุณ... คุณเป็นอะไรไหม?" เธอพยายามเรียกชื่อเขา เสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ
ธันวาที่พยายามถีบประตูที่บิดเบี้ยวจนเปิดออกได้ หันกลับมามองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกใจ "ผมไม่เป็นไร... ริน ออกมาเร็วเข้า รถมันกำลังจะระเบิด!"
ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะดึงรอยรดาออกมา ร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่บนไหล่ทางก็ก้าวออกมาจากเงามืด แสงจันทร์สลัวๆ เผยให้เห็นใบหน้าของผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูสง่างามทว่าเย็นชาถึงขั้วหัวใจ... คุณหญิงมณี
หญิงวัยกลางคนยืนถือโทรศัพท์มือถือไว้ในมือ สายตาของเธอเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ราวกับกำลังดูการแสดงละครที่จบลงอย่างน่าพึงพอใจ เธอขยับยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ก่อนจะมองมาที่รถที่กำลังมีควันพุ่งออกมา
"ความยุติธรรมมักจะจบลงด้วยโศกนาฏกรรมเสมอ รินรดา" เสียงของคุณหญิงมณีดังก้องท่ามกลางความเงียบ "เธอควรจะรู้จักที่ต่ำที่สูงตั้งแต่วันที่พ่อของเธอสิ้นใจ... ไม่ใช่พยายามขุดคุ้ยเรื่องที่ควรจะถูกฝังไปพร้อมกับเขา"
รินรดากัดฟันแน่นด้วยความเคียดแค้น เธอยันตัวขึ้นจากซากรถ สายตาจดจ้องไปยังหญิงสูงศักดิ์ตรงหน้า "ที่แท้ก็เป็นคุณ... คุณคือคนที่ฆ่าเขา"
คุณหญิงมณีหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันหลังกลับไปหาลูกน้องที่รออยู่ในรถคันหรูที่จอดซุ่มอยู่ "เก็บกวาดให้เรียบร้อย อย่าให้เหลือแม้แต่ซาก... และเอาบันทึกเล่มนั้นมาให้ฉัน"
เสียงฝีเท้าของลูกน้องชายสองคนเริ่มก้าวเข้ามาใกล้ซากรถมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ธันวากำลังพยายามควานหาอาวุธที่ตกอยู่ข้างเบาะ รินรดาก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวกว่าความตาย
เธอมองเห็นแสงไฟวับวาบจากรถอีกคันหนึ่งที่แล่นตรงเข้ามาด้วยความเร็วสูงจากทิศทางเดียวกับคุณหญิงมณี ทว่ารถคันนั้นไม่ใช่รถของพวกมัน... แต่เป็นรถคันที่เธอจำได้แม่นยำว่าเป็นรถของ 'ใครบางคน' ที่น่าจะตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน!
กำมะหยี่สีแดงขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับรอยรึกในม่านหมอกนะคะ
รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 22
อุบัติเหตุบนท้องถนน
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!