รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 36

แรงผลักดันจากความแค้น

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
“เอกสารฉบับนี้... คือสิ่งที่พิสูจน์ว่าคุณหญิงไม่ได้เป็นเจ้าของความบริสุทธิ์อย่างที่ป่าวประกาศในงานสังคมเมื่อคืนเลยนะคะ” รินรดากล่าวขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องทำงานหรูหราของตระกูลมณีรัตน์ เสียงของเธอราบเรียบ หากทว่าแฝงไปด้วยน้ำหนักที่ทำให้บรรยากาศรอบกายดูเย็นเยียบลงถนัดตา เธอจ้องมองแผ่นกระดาษในมือของธันวาที่เพิ่งถูกส่งต่อมายังมือของคุณหญิงมณีด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัว คุณหญิงมณีเหยียดยิ้มที่มุมปาก นิ้วเรียวยาวที่ประดับด้วยแหวนเพชรเม็ดโตกรีดกรายลงบนแผ่นกระดาษนั้นอย่างเชื่องช้า ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแหลมคมราวกับมีดกรีดลงบนแก้ว “รินรดา... เธอคิดว่ากระดาษแผ่นเดียวที่เขียนขึ้นจากความแค้นส่วนตัว จะล้มผู้หญิงที่สร้างอาณาจักรนี้มาด้วยเลือดและคราบน้ำตาอย่างฉันได้งั้นหรือ? เธอยังอ่อนหัดเกินไปนะ” ธันวาสอดมือเข้าในกระเป๋ากางเกง ดวงตาคมกริบของทนายหนุ่มหรี่ลงเล็กน้อย เขารู้ดีว่ารินรดากำลังเดิมพันด้วยชีวิต “อำนาจไม่ได้อยู่เหนือความจริงเสมอไปหรอกครับคุณหญิง... และสิ่งที่อยู่ในนั้นคือความจริงที่ถูกฝังกลบมานานเกินพอแล้ว” รินรดาขยับกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสง่างามของเธอในชุดสูทสีเข้มช่วยขับเน้นใบหน้าที่เรียบเฉยแต่ทรงพลัง เธอเดินตรงเข้าไปหาผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุของรอยร้าวในชีวิตของเธอด้วยจังหวะที่มั่นคง “ถ้าฉันอ่อนหัด คุณหญิงก็น่าจะเริ่มหัดตระหนักได้แล้วนะคะว่า หมากที่ถูกวางไว้ให้ตายตั้งแต่วันแรก มันอาจจะลุกขึ้นมาเดินกระดานเองได้ในสักวัน” คุณหญิงมณีชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาเย็นชาของหญิงวัยกลางคนวูบไหวเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมานิ่งสนิท เธอค่อยๆ วางเอกสารลงบนโต๊ะไม้ราคาแพง เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดังชัดเจนราวกับเสียงประหาร “เธอกำลังเล่นกับไฟ รินรดา และจำไว้ให้ดีว่าไฟที่เธอจุดขึ้นมานั่นแหละ ที่จะเผาผลาญทุกอย่างที่เธอรักจนไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน” “ฉันไม่เหลืออะไรให้เสียแล้วค่ะ” รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวน้อยๆ ทว่าเปี่ยมไปด้วยแรงผลักดันมหาศาล “ชีวิตที่พังทลายของครอบครัวฉัน ความสูญเสียที่ฉันต้องแบกรับมานับสิบปี... วันนี้มันเปลี่ยนเป็นอาวุธที่ฉันพร้อมจะใช้ฟาดฟันคุณหญิงจนกว่าจะถึงจุดจบของเราทั้งคู่” ธันวามองเห็นหยดน้ำตาที่รินรดาพยายามกลั้นไว้หลังดวงตาคู่สวย เขารู้ดีว่าใต้ท่าทีแข็งกร้าวนั้น เธอเจ็บปวดเพียงใด แต่ในวินาทีนี้ เขาเลือกที่จะยืนเคียงข้างเธอมากกว่าจะขัดขวาง “ผมเตรียมเอกสารชุดที่สองไว้แล้วครับ... ชุดที่จะทำให้หุ้นของบริษัทร่วงกราวรูดภายในชั่วข้ามคืน หากคุณหญิงยังยืนกรานที่จะไม่ยอมรับความจริง” คุณหญิงมณีลุกขึ้นยืน ร่างสูงโปร่งก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างราวกับกำลังประเมินศัตรูที่คาดไม่ถึง “พวกเธอคิดว่าตัวเองกำลังเป็นผู้ล่า... แต่หารู้ไม่ว่าในป่าแห่งนี้ ฉันคือเจ้าของถิ่น” เธอหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมา ก่อนจะกดวางสายหลังจากพูดเพียงสั้นๆ ว่า ‘จัดการให้เรียบร้อย’ ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ทว่าในคราวนี้มันเป็นความเงียบที่มาพร้อมกับความกดดันจนแทบหายใจไม่ออก รินรดารู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวแรงในอก เธอตัดสินใจก้าวเดินก้าวแรกเพื่อล้มล้างผู้หญิงคนนี้ และเธอก็รู้ดีว่าหลังจากนี้ ทางเดินข้างหน้าจะไม่ใช่ทางโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่มันคือเส้นทางที่เต็มไปด้วยขวากหนามและความเป็นความตาย “เราจะเปิดโปงความฉ้อฉลของคุณหญิงต่อสาธารณะในงานเลี้ยงการกุศลวันพรุ่งนี้” รินรดาประกาศกร้าว สายตาของเธอจดจ้องไปยังคุณหญิงมณีที่ไม่ยอมแม้แต่จะหลบตา “เตรียมตัวให้ดีนะคะคุณหญิง เพราะบทละครที่จบลงด้วยน้ำตา... ครั้งนี้จะไม่ใช่ฝ่ายฉันที่จะต้องเสียน้ำตาอีกต่อไป” คุณหญิงมณีเดินเลี่ยงผ่านร่างของรินรดาไปช้าๆ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระเหยแตะจมูกชวนสะอิดสะเอียน ก่อนที่นางจะหยุดกึกที่หน้าประตู แล้วหันกลับมาส่งยิ้มที่ดูประหลาดใจ “งานเลี้ยงพรุ่งนี้งั้นหรือ? ช่างน่าตื่นเต้นจริงๆ...” ก่อนที่หญิงสูงวัยจะเปิดประตูออกไป นางเหลือบมองไปที่มุมมืดของห้อง ซึ่งรินรดาเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีเงาร่างของใครบางคนยืนอยู่ตรงนั้นมาโดยตลอด ร่างนั้นก้าวออกมาจากเงามืด เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น มันไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็น 'รวิศ' พี่ชายแท้ๆ ของเธอที่ถูกประกาศว่าเสียชีวิตไปเมื่อสิบปีก่อน เขายืนมองเธอด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับคนไร้วิญญาณ ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูคุ้นตาเป็นอย่างดี ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ริน... อย่าทำแบบนี้เลย” รินรดาตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ความลับที่เธอกำลังจะเปิดโปงกลับกลายเป็นเพียงมุกตลกในสายตาของศัตรูที่ดึงคนตายมาเป็นตัวประกันในเกมนี้ รินรดาจ้องมองพี่ชายที่ควรจะตายไปแล้วด้วยความรู้สึกที่พังทลายจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ในขณะที่มือของคุณหญิงมณีเอื้อมมาวางบนไหล่ของรวิศอย่างจองหอง ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความแค้นที่แสนเจ็บปวดในครั้งนี้ด้วยกันนะคะ - กำมะหยี่สีแดง
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%