รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 35

น้ำตาที่รินไหล

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
“คุณจะให้ฉันแบกรับความตายของพวกเขาทั้งหมดไว้เพียงลำพังถึงเมื่อไหร่คะ ธันวา?” เสียงที่เค้นออกมาจากลำคอของรินรดาแหบพร่าและสั่นเครือ เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้บุนวมในห้องทำงานของเขาที่มืดสลัว แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องเพียงครึ่งใบหน้าของเธอ เผยให้เห็นดวงตาที่แดงก่ำจากการพยายามกลั้นความรู้สึกมาเนิ่นนาน มือเรียวบางที่เคยหยิบจับสิ่งใดด้วยความมั่นคงบัดนี้สั่นเทาจนต้องกำเข้าหากันแน่นเสียจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ธันวาไม่ได้ตอบในทันที เขาวางแฟ้มเอกสารคดีคดีฉ้อโกงที่เพิ่งตรวจสอบเสร็จลงบนโต๊ะไม้โอ๊คอย่างช้าๆ เสียงกระดาษกระทบโต๊ะฟังดูดังก้องในความเงียบงัน ชายหนุ่มโน้มตัวไปข้างหน้า สายตาคมกริบภายใต้แว่นกรอบบางจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาที่เริ่มเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสของหญิงสาว “คุณไม่ได้แบกมันไว้คนเดียว รินรดา” เขาตอบ น้ำเสียงต่ำลึกและราบเรียบ ทว่าแฝงด้วยความหนักแน่นที่สั่นคลอนหัวใจของคนฟัง “แต่คุณกำลังพยายาม 'กิน' ความเจ็บปวดพวกนั้นเข้าไปทุกวัน จนพิษของมันกำลังกัดกินตัวคุณเอง คุณคิดว่าการซ่อนตัวอยู่หลังหน้ากากที่ไร้ความรู้สึก จะทำให้คนผิดได้รับกรรมอย่างนั้นหรือ?” รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหลมคมบาดลึก “แล้วคุณจะให้ฉันทำอย่างไร? ในเมื่อคุณหญิงมณีชี้นิ้วสั่งคนทั้งเมืองได้เพียงแค่ขยับปาก ความยุติธรรมที่คุณยึดถือนักหนาน่ะ... มันเคยมีที่ยืนให้คนอย่างฉันบ้างไหม?” เธอลุกขึ้นพรวดพราดจนเก้าอี้เลื่อนถอยหลังเสียงดังครืดไปกับพื้นไม้ หญิงสาวเดินไปที่หน้าต่างบานสูงที่ปิดสนิท มองออกไปข้างนอกที่หมอกหนาจัดกำลังเคลื่อนตัวผ่านกระจก เสมือนม่านแห่งความลวงที่ปิดกั้นโลกของเธอออกจากความจริงที่โหดร้าย ธันวาลุกตามไปช้าๆ เขาหยุดยืนอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว ไม่กล้าแตะต้อง ไม่กล้าฉุดรั้ง เพียงแค่เฝ้ามองแผ่นหลังที่กำลังสั่นไหวเบาๆ ของเธอ “ผมไม่ได้บอกว่ามันง่าย” เขาเอ่ยแผ่วเบา “แต่คุณหญิงมณีไม่ใช่พระเจ้า และความลับที่ฝังอยู่ใต้คฤหาสน์หลังนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่หมอกจะปกปิดได้ตลอดไป รินรดา... หันมามองผม” รินรดาหลับตาแน่น ปล่อยให้หยาดน้ำตาเม็ดแรกไหลรินลงมาตามแก้มเนียน เธอไม่เคยอนุญาตให้ใครเห็นความอ่อนแอเช่นนี้มาก่อน แม้แต่ในวันที่พ่อและแม่จากไป เธอยังต้องยืนหยัดเพื่อเป็นหลักให้กับคนในบ้าน แต่ในวินาทีนี้ เกราะป้องกันที่เธอสร้างขึ้นตลอดหลายปีกลับพังทลายลงเพียงเพราะสายตาของทนายความหนุ่มที่มองทะลุถึงหัวใจของเธอ “ฉันกลัว...” เสียงกระซิบของเธอแผ่วเบาจนแทบขาดหายไป “ฉันกลัวว่าถ้าฉันหยุดวิ่ง แล้วฉันจะไม่มีแรงลุกขึ้นยืนอีกเลย ถ้าฉันยอมรับว่าฉันเจ็บ... ความแค้นที่ฉันมีจะเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวฉันไว้ ถ้ามันหายไป ฉันก็ไม่เหลืออะไรแล้ว ธันวา” ธันวาขยับเข้าไปใกล้ขึ้น เขาตัดสินใจเอื้อมมือไปจับไหล่ของเธอเบาๆ สัมผัสที่ส่งผ่านเสื้อผ้าเนื้อบางทำให้รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะยอมปล่อยตัวพิงแผ่นหลังเข้ากับอกกว้างของเขาอย่างหมดแรง เสียงสะอื้นที่เคยถูกกดทับไว้ถูกปลดปล่อยออกมาจนทั่วห้องทำงานตลบอบอวลไปด้วยความโศกเศร้า “ถ้าคุณไม่เหลืออะไร... คุณยังมีผม” เขาพึมพำชิดกลุ่มผมของเธอ “ผมจะถือจดหมายฉบับนั้นไว้แทนคุณเอง ผมจะนำความจริงที่พวกเขากลัวออกมาสว่างไสวใต้แสงตะวัน เพียงแค่คุณหยุดซ้ำเติมตัวเองว่านี่คือความผิดของคุณเสียที” รินรดาสะอื้นจนตัวโยน มือของเธอคว้าข้อมือของธันวาไว้แน่น เสมือนคนจมน้ำที่คว้าได้ท่อนไม้ลอยคอ ในห้องที่มืดมิดนี้ ความเงียบถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่สั่นสะท้านและการสารภาพความจริงที่น่ากลัวที่สุด “คุณไม่เข้าใจหรอก... จดหมายนั่นไม่ใช่แค่เรื่องการตายของพ่อแม่ฉัน” เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาแดงช้ำจ้องลึกเข้าไปในแว่นตาของเขา “ในนั้น... มีชื่อของคุณอยู่ด้วย ธันวา ชื่อของคุณอยู่ในรายการของผู้สมรู้ร่วมคิดที่คุณหญิงมณีวางแผนไว้ตั้งแต่วันแรกที่ท่านรับคุณเข้าทำงาน!” ธันวาชะงักกึก มือที่จับไหล่เธอค่อยๆ คลายออก ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานราวกับถูกดูดอากาศออกไปจนหมดสิ้น ดวงตาของเขาวูบไหวเพียงครู่เดียว ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่ทำให้อากาศรอบข้างหนาวเยือก เขาค่อยๆ ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้าของเขาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับไร้ความรู้สึกเสียจนน่ากลัว “คุณอ่านมันแล้วอย่างนั้นหรือ... รินรดา?” เขายกมือขึ้นปลดเนคไทที่รัดแน่นออก เผยให้เห็นรอยยิ้มที่มุมปากซึ่งเธอไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่รอยยิ้มของทนายความผู้ยึดมั่นในความยุติธรรม แต่เป็นรอยยิ้มของผู้ล่าที่กรงขังเพิ่งจะเปิดออก ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน เสียงเคาะประตูสามครั้งที่คุ้นเคยดังขึ้นก่อนที่บานประตูจะเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างในชุดสีดำสนิทที่มาพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมดอกมะลิอ่อนๆ ที่รินรดาคุ้นเคยดีจนแทบอาเจียน คุณหญิงมณีเดินเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าสง่างาม ท่านมองไปที่รินรดาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพช ก่อนจะหันไปสบตากับธันวาที่ยืนนิ่งสงบ “ดูเหมือนเวลาที่พวกเธอจะเล่นบทละครน้ำตานองหน้า... จะหมดลงแล้วนะ” คุณหญิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด “ธันวา ส่งเอกสารนั่นให้ฉัน เดี๋ยวนี้” ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามม่านหมอกแห่งความลับนี้ไปกับรินรดาและกำมะหยี่สีแดงนะคะ เราจะพบกันใหม่ในตอนหน้าที่จะเฉลยว่าใครกันแน่คือผู้กุมชะตากรรมที่แท้จริงค่ะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%