รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 37

ก้าวย่างสู่ความเปลี่ยนแปลง

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
“พี่รวิศ... ไม่จริงใช่ไหมคะ?” น้ำเสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแววตาที่จ้องมองไปยังชายหนุ่มตรงหน้ากลับเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางความร้อนรุ่มในใจ รวิศในชุดสูทสีเทาเข้มยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังคุณหญิงมณี รอยยิ้มที่เขาส่งมาให้เธอนั้นช่างห่างเหินราวกับคนแปลกหน้า ดวงตาคู่นั้นที่เคยอ่อนโยนและปกป้องเธอมาตลอดชีวิต กลับว่างเปล่าไร้ซึ่งความทรงจำร่วมกัน “การที่คนตายแล้วฟื้น... ก็นับเป็นปาฏิหาริย์ที่น่าตกใจจริงไหม รินรดา?” คุณหญิงมณีเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มละมุนที่เคลือบยาพิษ มือที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลาแต่ยังคงสวมแหวนเพชรเม็ดโตลูบไล้แขนเสื้อของชายหนุ่มราวกับกำลังถือครองสมบัติชิ้นเอก “รวิศไม่ใช่สมบัติล้ำค่าของตระกูลวรโชติอีกต่อไป แต่เขาคือคนของฉัน... ในฐานะพยานเพียงหนึ่งเดียวที่จะยืนยันว่า พินัยกรรมฉบับที่เธอกำลังถืออยู่นั้น เป็นเพียงเศษกระดาษที่ไร้ความหมาย” รินรดากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ความเจ็บปวดจากแผลสดในใจนั้นมหาศาลเกินกว่าจะบรรยาย แต่สิ่งที่เธอเรียนรู้จากความสูญเสียตลอดหลายปีที่ผ่านมาคือ ‘น้ำตาไม่มีค่าพอจะซื้อความยุติธรรม’ “ถ้าคุณหญิงคิดว่าการขุดผีขึ้นมาหลอกกัน จะทำให้ฉันเดินถอยหลังได้... ท่านคิดผิดแล้วค่ะ” รินรดาผินหน้าไปทางหน้าต่างบานสูงของห้องประชุมใหญ่ มองลงไปยังตึกระฟ้าเบื้องล่างที่เปรียบเสมือนหมากกระดานที่เธอพร้อมจะล้มกระดานทิ้ง “ในเมื่อความตายของพี่ชายคือมุกตลกสำหรับท่าน งั้นบทสรุปของอำนาจในบริษัทนี้ ก็คงเป็นโศกนาฏกรรมที่ท่านไม่เคยคาดคิดมาก่อนเช่นกัน” ธันวาที่ยืนเฝ้าสังเกตการณ์อยู่มุมห้อง ขยับแว่นสายตาเพียงเล็กน้อย สายตาของเขาประสานกับรินรดาเป็นจังหวะที่ลงตัว เขาหยิบแฟลชไดรฟ์สีเงินขึ้นมาวางบนโต๊ะไม้ขัดเงา เสียงกระทบของมันกังวานในความเงียบที่กดดัน “ในฐานะที่ปรึกษากฎหมายของรินรดา ผมได้ตรวจสอบรายละเอียดการโอนหุ้นและเอกสารสิทธิ์การบริหารจัดการฉบับล่าสุดเรียบร้อยแล้วครับ” ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลัง “ตามมาตรา 42 ของธรรมนูญบริษัท หากผู้มีอำนาจตัดสินใจมีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริตหรือปกปิดสถานะบุคคลเพื่อผลประโยชน์ทับซ้อน... ย่อมไม่มีสิทธิ์นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้นอีกต่อไป” คุณหญิงมณีหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ “กฎหมายเหรอ? ฉันซื้อคนเขียนกฎหมายมานักต่อนักแล้ว คุณทนายความ” “งั้นลองดูนี่ไหมคะ” รินรดาก้าวเท้าเดินไปที่หัวโต๊ะ ลากเก้าอี้ประจำตำแหน่งของประธานบริหารออกมาช้าๆ เธอหย่อนตัวลงนั่งราวกับเจ้าของที่แท้จริงที่กลับมาทวงคืนอาณาจักร “เอกสารที่ฉันถืออยู่ ไม่ใช่แค่พินัยกรรม แต่เป็นรายงานการตรวจสอบเส้นทางการเงินของบริษัทในเครือที่คุณหญิงแอบโยกย้ายออกไปในช่วงสามปีที่ผ่านมา” ดวงตาของคุณหญิงมณีวูบไหวไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมานิ่งสงบดังเดิม แต่รินรดารู้ดีว่านั่นคือรอยร้าวแรก “รวิศ... บอกเธอไปสิว่าเธอกำลังเล่นอยู่กับอะไร” คุณหญิงมณีสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่ารวิศก้าวออกมาข้างหน้า เขาโน้มตัวลงมาหาหญิงสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ของเขาทำให้รินรดารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ทำลายกำแพงความกล้าหาญของเธอจนย่อยยับ “ริน... เชื่อผมสิ อย่าสู้กับท่านเลย เพราะถ้าเธอรู้ว่าทำไมผมถึงยอม ‘ตาย’ ไปในวันนั้น เธอจะไม่ได้แค่นั่งร้องไห้ แต่เธอจะอยากให้ตัวเองไม่เคยเกิดมาบนโลกใบนี้เลย” รินรดาสะอึกในลำคอ มือที่วางอยู่บนโต๊ะเริ่มสั่นเทา เธอพยายามตั้งสติ ความเป็นมืออาชีพที่สั่งสมมาทำให้เธอสูดลมหายใจลึก ก่อนจะปัดเศษกระดาษบนโต๊ะให้กระจายเต็มพื้น “ฉันไม่สนหรอกค่ะว่าอดีตของคุณเน่าเฟะแค่ไหน แต่ตั้งแต่นาทีนี้เป็นต้นไป... รินรดาคนเดิมที่เคยอ่อนแอได้ตายไปพร้อมกับความลับที่ท่านพยายามปิดตายแล้ว” เธอกวาดสายตามองทุกคนในห้องประชุมด้วยอำนาจที่เปี่ยมล้น “ใครที่อยากร่วมงานกับฉัน ต่อแถวลงชื่อในสัญญาฉบับใหม่ภายในห้านาที ใครที่ภักดีต่อคนผิด... เชิญเก็บของออกจากบริษัทไปได้เลยค่ะ” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมราวกับถูกแช่แข็ง หลายคนมองหน้ากันด้วยความลังเล รินรดาประสานมือไว้บนตัก รอยยิ้มที่มุมปากของเธอไม่ได้มีความร่าเริง แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาดที่ไม่มีใครกล้าท้าทาย ทว่าในวินาทีที่บรรยากาศกำลังบีบคั้นถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์ของธันวาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว ใบหน้าที่เคยสุขุมก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดจนผิดสังเกต เขาเงยหน้าขึ้นมองรินรดาก่อนจะเอ่ยคำที่ทำให้หัวใจของเธอหยุดเต้น “ริน... มีพัสดุชิ้นหนึ่งถูกส่งมาที่โต๊ะทำงานของคุณในตอนนี้” ธันวาเว้นจังหวะ สายตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “มันคือกล่องดนตรีสีขาว... กล่องเดียวกันกับที่คุณเคยได้รับในวันที่พ่อกับแม่ของคุณจากไป” รินรดาลุกขึ้นยืนทันที ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง ในขณะที่ประตูห้องประชุมถูกผลักออกอย่างแรงจากคนภายนอก พร้อมกับเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่เธอนึกไม่ถึงว่าจะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของรินรดามาจนถึงวินาทีที่เข้มข้นที่สุดนี้นะคะ ขอบคุณค่ะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%