“ฉันไม่คิดว่าจะมีวันนี้... วันที่คนอย่างคุณจะกล้าเดินกลับเข้ามาในที่ที่รอยเลือดของครอบครัวฉันยังไม่จางหายไปจากความทรงจำ”
รินรดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าสั่นไหวอย่างรุนแรงภายใต้ความเงียบงันที่กดทับห้องประชุมจนแทบหายใจไม่ออก สายตาของเธอจับจ้องไปยังชายร่างสูงที่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา ใบหน้าที่เคยเป็นเสมือนความอบอุ่นในวัยเยาว์ บัดนี้กลับดูบิดเบี้ยวและแปลกแยกจนเธอแทบจำไม่ได้
“ความทรงจำคือเรื่องเพ้อฝันของคนอ่อนแอ รินรดา” ชายคนนั้นกล่าวตอบ เสียงทุ้มต่ำของเขากรีดลึกลงในใจของรินรดา เขาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ 'กิตติ' อดีตผู้ช่วยคนสนิทที่พ่อของเธอไว้วางใจเหนือใครอื่น คนที่เธอเคยคิดว่าตายไปในกองเพลิงเมื่อสิบปีก่อน
ในมุมหนึ่งของห้อง ธันวากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่สันมือนูนเด่น เขาขยับตัวยืนเคียงข้างรินรดาโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบของทนายความหนุ่มจ้องมองกิตติด้วยความระแวดระวัง เขาไม่ได้ประหลาดใจกับการปรากฏตัวเท่ากับประหลาดใจกับสิ่งที่กิตติถืออยู่ในมือ—แฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเข้มที่ประทับตราลับเฉพาะของบริษัท
“แก... แกยังไม่ตาย” รินรดาพึมพำ ก่อนจะแค่นยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด “และแกยังกล้ากลับมาหาฉันพร้อมกับไอ้แฟ้มบ้านั่นงั้นหรือ?”
“ฉันไม่ได้มาเพื่อรื้อฟื้นความหลัง” กิตติวางแฟ้มลงบนโต๊ะไม้ตัวยาว เสียงกระทบของมันดังสะท้อนเหมือนเสียงระฆังแห่งหายนะ “ฉันมาเพื่อทำสิ่งที่ควรทำตั้งแต่สิบปีก่อน... นั่นคือการยุติบทบาททายาทคนสุดท้ายของตระกูลนี้เสียที”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเกือบจะถึงขีดสุด รินรดาไม่ได้ก้มลงมองแฟ้มตรงหน้า ดวงตาของเธอยังคงตรึงอยู่ที่แววตาเย็นชาของกิตติ เธอรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายของแผนการร้ายที่ถูกวางไว้เป็นอย่างดี กลิ่นน้ำหอมราคาแพงจางๆ ที่โชยมาจากเสื้อสูทของเขา ทำให้เธอตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่า ใครคือผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังทั้งหมด
“คุณหญิงมณี...” รินรดาเรียกชื่อศัตรูคู่อาฆาตออกมาเบาๆ
กิตติยกยิ้มที่มุมปาก “คุณหญิงมณีไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกรินรดา แต่สิ่งที่อยู่ในแฟ้มนี้... จะทำให้เธอไม่ต้องลงมือทำอะไรเลยด้วยซ้ำ เพราะทุกอย่างที่เธอต้องการ... ฉันเตรียมไว้ให้หมดแล้ว”
ธันวาเอื้อมมือไปคว้าแฟ้มนั้น แต่กิตติกลับกดทับมันไว้ด้วยมือที่หนักแน่น “อย่าแตะต้องมันถ้าคุณยังไม่พร้อมจะเห็นความจริงที่แสนโสโครกเกี่ยวกับ 'พ่อ' ของผู้หญิงคนนี้”
“อย่ามาใส่ร้ายพ่อฉัน!” รินรดาตวาดลั่น ความเปราะบางที่พยายามปกปิดไว้พังทลายลงในเสี้ยววินาที เธอก้าวเข้าไปหากิตติอย่างลืมตัว แววตาของเธอวาวโรจน์ด้วยไฟแค้น “พ่อฉันเป็นคนบริสุทธิ์ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันคือฝีมือของคุณหญิงมณี!”
“คนบริสุทธิ์งั้นหรือ?” กิตติหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและน่าสะพรึงกลัว “รินรดา... คนที่รักคุณมากที่สุด คนที่สอนให้คุณรู้จักคำว่ายุติธรรม... คือคนที่ขายวิญญาณให้คนหญิงมณีตั้งแต่วันแรกที่บริษัทนี้ก่อตั้งขึ้น คุณคิดว่าเขาตายเพราะถูกฆ่าปิดปากเหรอ? ไม่หรอก... เขาตายเพราะเขาไม่มีค่าพอที่จะรักษาชีวิตไว้ได้อีกต่อไปต่างหาก”
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธอรู้สึกเหมือนพื้นดินใต้ฝ่าเท้ากำลังแยกตัวออก ความจริงที่เธอพยายามโหยหามาตลอดสิบปีดูเหมือนจะกลายเป็นอาวุธที่หันกลับมาทิ่มแทงเธอจนเลือดหยด
ธันวาคว้าไหล่รินรดาไว้แน่น เขาจ้องมองไปที่กิตติด้วยความโกรธแค้น “แกเป็นคนสนิทของเขาไม่ใช่หรือไง! แกได้รับความเมตตาจากเขามาเท่าไหร่ ทำไมถึงยังทำแบบนี้!”
“ความเมตตาเป็นเพียงกรงขังที่สวยงาม ธันวา” กิตติหันไปมองทนายความหนุ่มด้วยสายตาดูแคลน “ฉันไม่ใช่คนทรยศ ฉันเป็นแค่คนที่ตาสว่างขึ้นมาในวันที่สายเกินไป... ในวันที่ฉันเลือกจะก้าวขึ้นเรือที่กำลังจะจมตามคำสั่งของ 'คนที่คุณรัก' ไปด้วย”
เขาดึงเอกสารหนึ่งแผ่นออกมาจากแฟ้ม เป็นรูปถ่ายเก่าแก่ที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน ในรูปนั้น พ่อของเธอไม่ได้ยืนอยู่กับศัตรูเหมือนที่ใครๆ เล่าขาน แต่พ่อของเธอกำลังกุมมือของคุณหญิงมณีอย่างสนิทสนม และที่สำคัญ... บนโต๊ะในภาพนั้นคือโฉนดที่ดินผืนสุดท้ายของตระกูลที่ถูกโอนย้ายไปเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้หญิงคนนั้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งแต่ก่อนที่พ่อของเธอจะเสียชีวิตนานถึงสองปี
รินรดาแทบหยุดหายใจ มือของเธอที่รับรูปถ่ายมาสั่นเทาจนแทบประคองไม่อยู่ “ไม่จริง... นี่มันตัดต่อ...”
“ตรวจสอบลายเซ็นดูสิ” กิตติกระซิบข้างหูเธอ เสียงของเขาเย็นเฉียบจนจับขั้วหัวใจ “นี่คือลายเซ็นที่แท้จริงของพ่อคุณ... และพยานในเอกสารชุดนี้ คือคนที่คุณเรียกว่า 'ทนายคู่ใจ' ที่ยืนอยู่ข้างคุณตอนนี้ยังไงล่ะ”
ความเงียบงันที่น่าสยดสยองเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง รินรดาชะงักกึก เธอค่อยๆ หันไปมองธันวา คนที่เธอเชื่อใจที่สุด คนที่ยืนเคียงข้างเธอผ่านพายุฝนมาตลอดสิบปี
ธันวาไม่ได้หลบสายตา ทว่าดวงตาที่เคยเคร่งขรึมและเปี่ยมด้วยความยุติธรรมของเขา บัดนี้กลับฉายแววว่างเปล่า... และเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้นมานาน
“ธันวา...” รินรดาเค้นเสียงเรียกชื่อเขาด้วยความสิ้นหวัง “นั่นหมายความว่ายังไง... บอกฉันสิว่าเขาโกหก!”
ธันวานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ปล่อยมือจากไหล่ของรินรดา เขาถอยหลังออกไปสองก้าว ราวกับกำลังจะตัดขาดจากสิ่งที่เขารักและปกป้องมาตลอดชีวิต
“ผมพยายามแล้วรินรดา” ธันวาเอ่ยเสียงเครือ แววตาที่เขามองเธอมันเต็มไปด้วยความหม่นหมอง “ผมพยายามจะลบล้างบาปแทนพ่อคุณมาตลอดสิบปี แต่ยิ่งผมขุดค้น... ผมก็ยิ่งเจอว่าความยุติธรรมที่ผมยึดถือ มันไม่มีอยู่จริงในเรื่องของตระกูลคุณ”
เขาสูดหายใจลึกก่อนจะสารภาพออกมาด้วยเสียงที่สั่นพร่า “ผมไม่ใช่แค่ทนายของคุณ... แต่ผมคือคนที่ได้รับหน้าที่ให้คอยจับตาดูคุณมาตั้งแต่วันแรกที่พ่อคุณตาย... โดยคำสั่งสุดท้ายของท่าน!”
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังครืนลงต่อหน้าต่อตา เธอไม่ได้สูญเสียแค่คนสนิท แต่เธอกำลังสูญเสียทุกอย่างที่เธอเคยเชื่อมั่นไปในคราวเดียว ขณะที่กิตติกำลังจะก้าวถอยหลังออกจากห้องไปนั้น ประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้งด้วยแรงกระแทกจากด้านนอก พร้อมกับร่างของผู้หญิงสูงศักดิ์ที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางสง่างาม... คุณหญิงมณี!
คุณหญิงมณีหยุดยืนอยู่ตรงกลางห้อง แววตาของเธอจ้องมองรินรดาที่กำลังตัวสั่นเทา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน “ดูเหมือนว่าความจริงจะถูกเปิดเผยเร็วกว่าที่ฉันคิดนะ รินรดา... ถ้าหนูอยากรู้ว่าทำไมทุกคนที่หนูรักถึงหักหลังหนู... งั้นลองเปิดหน้าสุดท้ายของแฟ้มนั้นดูสิ แล้วหนูจะรู้ว่า 'ฆาตกร' ที่หนูตามหามาทั้งชีวิต... นั่งอยู่ตรงหน้าหนูตั้งแต่วันแรกที่หนูเริ่มก้าวเข้ามาในบริษัทนี้แล้ว”
รินรดาค่อยๆ ก้มมองแฟ้มในมือด้วยหัวใจที่แทบหยุดเต้น เมื่อเธอพลิกไปยังหน้าสุดท้าย ลมหายใจของเธอก็ขาดห้วงไปทันที เมื่อพบว่าชื่อผู้สมรู้ร่วมคิดในเหตุการณ์ฆาตกรรมวันนั้น... คือชื่อของเธอเอง!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกแห่งความลวงไปกับรินรดาในบทนี้ แล้วพบกันในตอนหน้าค่ะ
กำมะหยี่สีแดง
รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 38
การทรยศ
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!